โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ปิดตลาดบวก 317.24 จุด นลท.มองข้ามปัจจัยลบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 01.23 น.

ดัชนี ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันพุธ (5 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกเช่นกัน หลังจากนักลงทุนมองข้ามปัจจัยลบเกี่ยวกับสงครามการค้าและผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) และหันไปให้ความสนใจกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในเดือนม.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 44,873.28 จุด เพิ่มขึ้น 317.24 จุด หรือ +0.71%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,061.48 จุด เพิ่มขึ้น 23.60 จุด หรือ +0.39% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,692.33 จุด เพิ่มขึ้น 38.31 จุด หรือ +0.19%

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.8 ในเดือนม.ค. จากระดับ 54.0 ในเดือนธ.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.2 เนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัวลง โดยดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่

การประชุมครั้งต่อไปของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 มี.ค. ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า แม้นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 16.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.

โธมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์กล่าวว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้ แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ รวมทั้งนโยบายคนเข้าเมือง และนโยบายอื่น ๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.59% และ 1.57% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 2.79% และ 1.59% ตามลำดับ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพุธ (5 ก.พ.) หลังการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ได้ช่วยชดเชยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มรถยนต์

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 538.56 จุด เพิ่มขึ้น 2.52 จุด หรือ +0.47%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,891.68 จุด ลดลง 14.72 จุด หรือ -0.19%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 21,585.93 จุด เพิ่มขึ้น 80.23 จุด หรือ +0.37% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,623.29 จุด เพิ่มขึ้น 52.52 จุด หรือ +0.61%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (5 ก.พ.) โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากติดลบ 2 วันติดต่อกัน หลังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นจีเอสเค (GSK) และหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำ ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่การประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ (6 ก.พ.)

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,623.29 จุด เพิ่มขึ้น 52.52 จุด หรือ +0.61%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพุธ (5 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินรายสัปดาห์พุ่งขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปสงค์พลังงาน นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.67 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 71.03 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.59 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 74.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (5 ก.พ.) และยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 17.20 ดอลลาร์ หรือ 0.60% ปิดที่ 2,893.00 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (5 ก.พ.) โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการทำสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.35% แตะที่ระดับ 107.578

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...