โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'จักรพรรดิทรัมป์' กับอาการ 'บ้าก็บ้าวะ!'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 02.29 น.

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

‘จักรพรรดิทรัมป์’

กับอาการ ‘บ้าก็บ้าวะ!’

โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะสถาปนาตัวเองเป็น “จักรพรรดิ” แห่งยุคดิจิทัล

เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในประเทศที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แม่แบบแห่งประชาธิปไตย”

น่าเชื่อได้ว่าลึกๆ แล้วประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐวัย 78 คนนี้มีความอิจฉาผู้นำจีนอย่างสี จิ้นผิง หรือประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และท่านประธานคิม จองอึน ของเกาหลีเหนืออย่างมาก

ทรัมป์เคยเปิดใจว่าเขาอยากจะปกครองประเทศที่ประชาชนยอมทำตามทุกอย่างที่ผู้นำสั่งการอย่างสามประเทศนี้

ทรัมป์จึงขอเป็น “เผด็จการ” สัก 24 ชั่วโมงแรกของการเข้ามานั่งทำเนียบขาวอีกรอบหนึ่ง

วันนี้ ทรัมป์สำแดงความเป็น “ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ” อย่างสนุกสนาน

ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนที่พบเห็น

เพราะเขาสั่งการในทำเนียบขาวไม่พอ พรรครีพับลิกันของเขายังครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

อีกทั้งเขายังสามารถตั้งผู้พิพากษาในศาลสูงสุดอีกจำนวนหนึ่ง

จึงมีบารมีเหนือทั้ง 3 อำนาจของประเทศค่อนข้างครบครัน

ตั้งแต่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 20 มกราคมเป็นต้นมา ทรัมป์ก็อาละวาดไปทั่วโลก

ใครในประเทศไทยต้องการจะวางยุทธศาสตร์ชาติเพื่อตั้งรับทรัมป์ต้องศึกษารายละเอียดของวิธีการของเขาให้ทะลุปรุโปร่งเสียก่อน

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือวิธีการที่ทรัมป์ต่อรองเจรจาเพื่อขอซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก

สัปดาห์ก่อนทรัมป์ต่อสายถึงนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน

เขาต่อรองเจรจาเองเหมือนเซลส์แมนซื้อขายของ ไม่จำเป็นต้องส่งตัวแทนคนไหนไปหยั่งท่าทีก่อน

การพูดจาระหว่างทรัมป์กับผู้นำเดนมาร์กยาวนาน 45 นาที…เป็น 45 นาทีที่ร้อนแรงอย่างยิ่ง

ทรัมป์ไม่พูดพล่ามทำเพลง เปิดเกมด้วยการบอกว่าเขาจะซื้อเกาะกรีนแลนด์จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

“เกาะกรีนแลนด์ไม่ได้เอาไว้ขายนะ” คือคำตอบของนายกฯ เฟรเดอริกเซน

เกาะกรีนแลนด์ตั้งอยู่ในขั้วโลกอาร์กติกอันกว้างใหญ่

เป็นเขตปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก

ข่าววงในยืนยันว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำสองประเทศที่ “แย่มากๆ”

เพราะทรัมป์พูดจาแบบ “ทุบ” หัวนายกฯ เดนมาร์กอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใครทั้งสิ้น

ว่ากันว่านายกฯ เดนมาร์กพยายามจะใช้ภาษาการทูตอย่างเต็มความสามารถ

เพราะรู้ซึ้งถึงสไตล์โฉ่งฉ่างของ “ฯพณฯ ทรัมป์” เป็นอย่างดี

เธอบอกว่าแม้เดนมาร์กจะไม่ขายเกาะแห่งนี้ แต่ก็ตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างอเมริกากับเดนมาร์กมาช้านาน

วิธีที่ดีกว่าการซื้อขายก็ควรจะเป็นการยกระดับความร่วมมือในทางด้านความมั่นคง โดยที่สหรัฐสามารถเพิ่มกิจกรรมด้านฐานทัพทหารบนเกาะแห่งนี้ได้

อีกทั้งหากทรัมป์สนใจในการสำรวจหาแร่และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ บนเกาะแห่งนี้ก็ย่อมจะเป็นเรื่องที่พร้อมจะมีการพูดจากันได้แน่นอน

ทรัมป์ไม่ฟังเสียง เหมือนเด็กที่พ่อแม่ตามใจจนชิน เขาอยากได้ของเล่นชิ้นไหนต้องได้ ถ้าไม่ได้ โลกต้องปั่นป่วน

ทรัมป์บอกว่าเขาต้องการเป็น “เจ้าของ” ไม่ใช่แค่ “ผู้ร่วมพัฒนา”

จากนั้น บทสนทนาก็กลายเป็นการส่งเสียงข่มขู่จากทรัมป์ว่าหากนายกฯ เดนมาร์กไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์กับเขา ก็จงเตรียมตัวเตรียมใจเจอกับอาวุธร้ายแรงจากวอชิงตันในยุคเขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าทัดทานหรือทักท้วง

อาวุธที่ว่านี้ไม่ใช่ขีปนาวุธ ไม่ใช่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือความมั่นคง

แต่มันคือ “ภาษี” โดยเฉพาะ Tariff หรือภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าสหรัฐ

ไม่ต้องแปลกใจหากทรัมป์จะลากเรื่องนี้ไปโยงกับความสัมพันธ์ของสหรัฐกับยุโรป, นาโตและเรื่องราวอื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่จะทำให้คู่สนทนาต้องนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน

ทรัมป์ไม่สนใจคำเตือนจากผู้เป็นห่วงกังวลว่าท่าที “นักเลงโต” อย่างนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐกลายเป็น “มหาอำนาจนักเลงโต” ที่ไม่เคารพกฎกติกามารยาทสากลที่ว่า

ไม่มีประเทศใดพึงจะหาญกล้าที่จะยึดดินแดนชาติอธิปไตยอื่นไม่ว่าจะด้วยการต่อรอง, ครอบงำหรือเสนอเงินทองโดยที่ประเทศนั้นไม่ยินยอม

ความอยากได้เกาะกรีนแลนด์เป็นเพียงหนึ่งใน “อุปกรณ์เสริมบารมี” ที่ทรัมป์ส่งเสียงดังไปทั่วว่าเขาต้องได้

ที่สร้างความงุนงงไม่น้อยกว่ากันคือการประกาศให้แคนาดามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ

หรือที่อ้างประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีเพื่อจะขอยึดคลองปานามามาเป็นของตนหน้าตาเฉย

โดยไม่คำนึงถึงกติการะหว่างประเทศ, จรรยามารยาทหรือความรู้สึกของประชาชนเจ้าของดินแดนต่างๆ เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

หากเป็นผู้นำชาติอื่นใดที่แสดงท่าทีอย่างนี้ สังคมโลกคงก็ออกมาประณามพร้อมหน้ากันแบบไม่ยั้งมือ

แต่จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม วันนี้ทรัมป์สามารถแสดงพฤติกรรมอย่างนี้ได้โดยมีเพียงเสียงบ่นเบาๆ ว่า “มีอย่างนี้ด้วยหรือ?” จากบางประเทศเท่านั้น

เพราะทรัมป์กำลังใช้อำนาจทางการทหาร, เศรษฐกิจ, สังคมและความระห่ำส่วนตัวสร้าง “ระเบียบโลก” ใหม่ที่ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะนำพาโลกไปในทิศทางไหน

แต่ที่แน่ๆ คือโลกจะต้องปั่นป่วนมากขึ้นในหลายๆ มิติ อย่างน้อยก็อีก 4 ปีจากนี้ไป

เกาะกรีนแลนด์แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรเพียง 57,000 คน

แต่เป็นจุดเข้าสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ๆ ที่เปิดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านอาร์กติก

และมีแร่ธาตุมากมายแต่เข้าถึงได้ยาก

ทรัมป์อาจจะอ้างว่าความปลอดภัยและความมั่นคงของกรีนแลนด์มีความสำคัญต่อสหรัฐอเมริกา

เพราะจีนและรัสเซียได้เพิ่มกิจกรรมในภูมิภาคอาร์กติก

ตอนต้นเดือนมกราคม ทรัมป์ขู่ว่าถ้าเดนมาร์กดื้อดึง ไม่ยอมขายเกาะนี้ให้เขา ก็จะ “ลงโทษ” ด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าที่ส่งไปขายในตลาดอเมริกา

ไม่แต่เท่านั้น ความเป็น “นักเลงปากซอย” ยังทำให้ทรัมป์บอกว่าเขาไม่ “ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้” ที่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดเกาะนี้

อยู่ดีๆ ทรัมป์ก็เอ่ยเอื้อนขึ้นมาว่า “ผู้คนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดนมาร์กมีสิทธิทางกฎหมายเหนือเกาะแห่งนี้หรือเปล่า…”

ก่อนสาบานตนรับตำแหน่งไม่กี่วัน ทรัมป์ประกาศอย่างแข็งขันว่า

“ที่ผมจะซื้อเกาะกรีนแลนด์นี่ ผมกำลังพูดถึงการปกป้องโลกเสรีนะ”

สำทับด้วยว่า “คุณยอมให้มีเรือจีนและเรือรัสเซียวิ่งเพ่นพ่านอยู่แถวนั้น เราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

M?te Egede มุขมนตรีของกรีนแลนด์เน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าชาวเกาะต้องการเอกราชของตนมากกว่าสัญชาติอเมริกันหรือเดนมาร์ก

เขาบอกว่าพร้อมจะเจรจาทำธุรกิจของสหรัฐ เพื่อร่วมลงทุนในการทำเหมืองแร่และการท่องเที่ยว

แต่คนเกาะกรีนแลนด์ไม่ได้ต้องการสัญชาติอเมริกัน!

ก่อนหน้าจะคุยกับทรัมป์ นายกฯ เฟรเดอริกเซนของเดนมาร์กได้จัดการประชุมกับซีอีโอของบริษัทเดนมาร์กขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Novo Nordisk และ Carlsberg เพื่อหารือถึง “ภัยคุกคามของทรัมป์”

และเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะมาพร้อมภาษีศุลกากรที่อาจเพิ่มขึ้นหากทรัมป์ “บ้าเลือด” พอที่จะทำตามคำขู่นั้น

มาถึงจุดนี้ก็ต้องยอมรับว่าทรัมป์คือปรากฏการณ์ “แผ่นดินไหว” ครั้งใหญ่ในฉากทัศน์เลวร้ายที่สุดฉากหนึ่งบนเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก

วันนี้ เราได้ยินเพียงเสียงคำรามของภูเขาไฟลูกนี้เท่านั้น ยังรอการระเบิดครั้งใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดวันใดเวลาใด

และที่ยิ่งทำนายไม่ได้เลยคือจะมี “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมาอีกกี่ลูก และแต่จะลูกจะรุนแรงหนักหน่วงเพียงใด

โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยหัวใจระทึก!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘จักรพรรดิทรัมป์’ กับอาการ ‘บ้าก็บ้าวะ!’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...