‘อุ๊งอิ๊ง’ แตะแผ่นดินจีน เตรียมหารือ ‘สี จิ้นผิง’ ลงนามความร่วมมือ 14 ฉบับ
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 11.40 น. • The Bangkok Insight"อุ๊งอิ๊ง" แตะแผ่นดินจีนแล้ว เตรียมหารือ "สี จิ้นผิง" ความร่วมมือแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์-อาชญากรรมข้ามชาติ สานต่อรถไฟความเร็วสูง-แลนด์บริดจ์ พร้อมลงนามความร่วมมือ 14 ฉบับ
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง โดยมีนางฮว่า ชุนหยิง (H.E. Mrs. Hua Chunying) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย รวมทั้งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ให้การต้อนรับ
โดย นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการครั้งนี้ ว่า จะได้พบกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญของจีน ทั้งนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตนเคยพบกับนายกรัฐมนตรีของจีน 2-3 ครั้งแล้ว มาครั้งนี้ก็ถือว่ามีความคุ้นเคย ประกอบกับไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูต มายาวนาน 50 ปี จึงมีเรื่องที่จะประสานทำงานร่วมกันหลายเรื่อง ทั้งซอฟต์พาวเวอร์ ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมของอนาคตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสีเขียว การใช้รถอีวี การตั้งโรงงาน และการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิทัล
นางสาวแพทองธาร กล่าวอีกว่า เรื่องของปัญหาความปลอดภัย และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยออกคลิปให้เอไอพูดเป็นภาษาจีน เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทย และบอกว่าเราพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งจีน การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ก็จะไปตอกย้ำความปลอดภัยในประเทศไทยว่าพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนตลอดปี และจะมีการจัดงานเทศกาลอื่น ๆ อีกมากมายทั้งปี ส่วนกรณีที่มีข่าวลือต่าง ๆ ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ก็ต้องไปขอความร่วมมือกับทางจีนด้วยว่า เมื่อพบเห็นขอให้ช่วยเอาลงให้ด้วย ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความจริง เพราะในประเทศไทยใช้คนละแพลตฟอร์มกับจีน เวลามีข่าวลือเหล่านี้ขึ้นมาก็ไม่ทราบข่าวสารพวกนี้ จึงต้องขอความร่วมมือจากทางจีนด้วย
ส่วนปัญหาทั้งไทย และจีน คือปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ที่ต้องการความร่วมมือซึ่งกันและกัน และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน ร่วมกับอาเซียน และอาจจะมีการแนะนำเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน ในการจัดการกับปัญหาคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ต่าง ๆ และในฐานะที่ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน ก็จะมีการพัฒนาทักษะและศักยภาพของคนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่จีนมาจัดตั้ง โดยพัฒนาคนให้มีศักยภาพ พร้อมที่จะทำงานได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต่าง ๆ ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนกัน รวมไปถึงการหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับประเทศจีน เกี่ยวกับการศึกษาว่าพัฒนาคนของจีนอย่างไร ก็จะนำมาปรับใช้กับคนไทยด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จะมีการลงนามความตกลงระหว่างไทย-จีน อย่างน้อย 14 ฉบับ จะสานต่อโครงการถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 และ 2 เพื่อเชื่อมโยงไทย ลาว และจีน รวมถึงสานต่อเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ นายศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เคยทำไว้ ส่วนเรื่องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซอฟต์พาวเวอร์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการสื่อสารระหว่างคนไทยกับจีนโดยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อให้มีกิจกรรมร่วมกัน และร่วมเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ จะมีโอกาสพบกับสมาคมธุรกิจไทย-จีน และพบภาคเอกชน 2-3 รายด้วย นอกจากนี้ จะพูดคุยถึงขั้นตอนในการดำเนินการรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่จากจีนมายังประเทศไทย
"ขณะเดียวกันจะเดินทางไปเมืองฮาร์บิน ซึ่งมีการแข่งขันเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ซึ่งมีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันด้วย จึงจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่บ้านพักนักกีฬาไทย และให้กำลังใจด้วยตัวเอง" นายกรัฐมนตรี กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กางภารกิจ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยกคณะทีมไทยแลนด์จับเข่าคุย ‘สี จิ้นผิง’ ที่จีน ก่อนบินต่อฮาร์บิน
- ‘นายกรัฐมนตรี’ แจงแผนเยือนจีนอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ
- ‘นายกรัฐมนตรี’ บอกตื่นเต้นมาก ๆ เตรียมเยือนจีน 5-8 ก.พ. จ่อหารือ ‘สี จิ้นผิง’
ติดตามเราได้ที่