ปิติ ตัณฑเกษม ตอบกระแสข่าวชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯ ธปท.”
ปิติ ตัณฑเกษม ตอบกระแสข่าวจะลงสมัครชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ เผย “ไม่สนใจสมัคร” ชี้เศรษฐกิจไทยเหมือนรถแข่ง F1 ที่นโยบายการเงินคือการต้องเลือกยางและเลือกเบรกให้ถูกจังหวะ พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม
ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เป็นหนึ่งในชื่อที่มีกระแสข่าวว่าเป็นเคนดิเดตชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนใหม่”
โดยล่าสุด ปิติ เผยถึงกระแสข่าวนี้ ว่า ไม่ทราบว่ามีชื่อติดโผแคนดิเดตชิงผู้ว่าธปท.ได้อย่างไร แต่อาจเป็นเพราะกระแสสังคมไทยในตอนนี้ต้องการอัศวิน และกำลังมองหาคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ด้วยมีความหวังว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม
ปิติ เปรียบให้ฟังว่า หากเศรษฐกิจไทยเป็นเหมือนการแข่งรถ Formula 1 หรือ F1 ที่คนขับต้องเก่ง รถต้องดี เครื่องยนต์ต้องดี และยังมีอีก 2 ปัจจัยที่หากทำดีที่สุดก็อาจจะชนะในสนามแข่งขัน แต่ถ้าทำแย่อาจจะแพ้ นั่นคือ หนึ่งต้องเลือกยางให้ถูกและเปลี่ยนให้เร็ว และสอง คือการเบรกให้ถูกจังหวะ หากรถจะเข้าทางเข้าโค้ง แต่เบรกช้าไปรถก็แหกโค้ง แต่ถ้าเบรกเร็วไปคนอื่นก็แซงหน้าหมด
“แบงก์ชาติเป็นเหมือนการเลือกยางกับเบรกในสนามแข่งรถ F1 หากเบรกก่อนจะถึงโค้งคนอื่นก็แซงหมด เปรียบเสมือนการใช้นโยบายดอกเบี้ยที่ผิดจังหวะ ส่วนการเลือกยางหากฝนจะตกแต่เลือกใช้ยางแห้งแล้วดันอยากวิ่งเร็ว เมื่อฝนตกมาก็แหกโค้งอีก”
ปิติ กล่าวอีกว่า หน้าที่ของธปท.อาจจะทำได้เพียงการเลือกเบรกให้ถูกจังหวะกับการเลือกยางให้เข้ากับสภาพอากาศ แต่รถ F1 ทั้งคันก็เหมือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ รถจะวิ่งไปต่อได้ก็ต้องมีเครื่องยนต์ มีพวงมาลัยบังคับซ้ายขวาและมีคนขับที่ต้องไปด้วยกันทั้งองคาพยพ พร้อมด้วยการเบรกถูกจังหวะ เลือกได้ยางถูกเวลา ถึงจะชนะ
ซึ่งปิติ กล่าวว่า ปัญหาของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่การเรื่องเบรกให้ถูกจังหวะหรือเลือกยางให้ถูกสภาพอากาศ แต่ปัญหาของเศรษฐกิจไทยคือ เรื่องเครื่องยนต์กับพวงมาลัยที่เป็นหน้าที่ของภาคการคลัง เพราะเป็นผู้กำหนดทิศทางว่าควรจะเอาเงินไปใส่ตรงไหน จะเร่งอย่างไร แต่ขณะนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เครื่องยนต์วิ่งไม่ออกหมุนพวงมาลัยไม่ถูกทาง เร่งเครื่องไม่ไหว แต่ก็เข้าใจได้ว่าอาจจะเร่งยากอยู่เพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้งส่งออกท่องเที่ยวก็แผ่ว เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ไม่มีแรง
“ไม่มีใครมาทาบทาม และไม่สนใจสมัคร แต่อาจจะเป็นชื่อที่อยู่ในจินตนาการหมู่ ก็ขอขอบคุณที่นึกถึง แต่เชื่อว่าอยู่ตรงนี้กับทีทีบีก็ช่วยสร้างประโยชน์ได้ระดับหนึ่ง และช่วยเหลือคนได้มากกว่า อยู่ตรงนี้กับคนในองค์กรทีทีบีก็เหมือนเป็นรถทั้งคัน ที่แม้จะเป็นรถในสนามโกคาร์ทไม่ใช่รถ F1 แต่ในบทบาทนี้ก็พร้อมร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็พร้อมที่จะชวนนายแบงก์คนอื่นๆไปช่วยด้วยกัน”
อย่างไรก็ดีเหมือนถามถึงภาพของ“ธนาคาร” ที่มักจะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาคนทั่วไป ปิติ กล่าวว่า ธนาคารถูกมองเป็นผู้ร้ายมาตลอด แต่หากทุกคนเรียกร้องว่าธนาคารจะต้องให้เงินกู้และธนาคารมีหน้าที่ให้เงินกู้ ทั้งที่ในทางกลับกันคนไม่ได้มองว่าต้องมีหน้าที่จ่ายภาษีถูกต้อง ต้องทำงบให้ถูกต้อง ซึ่งคนมองข้ามเรื่องนี้ไปทำให้ธนาคารไม่สามารถให้กู้ได้
ขณะเดียวกันในมุมมองที่ว่า ธนาคารกำไรสูงแต่ไม่ให้กู้รายย่อย แต่หากมองแค่ทีทีบีที่ 70% เป็นพอร์ตสินเชื่อรายย่อยก็สะท้อนว่าธนาคารยังให้สินเชื่อแก่รายย่อยมากกว่ารายใหญ่และยังมีอีกหลายธนาคารในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่ปล่อยสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก ซึ่งมีไม่กี่แห่งที่มีการให้สินเชื่อรายใหญ่มากกว่ารายย่อยเพราะยังไม่ถนัด แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้สินเชื่อแก่รายย่อย
“เมื่อแบงก์ให้กู้ไม่ได้ก็จะไปทวงให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือรัฐบาลแก้ไขให้ธนาคารปล่อยกู้ สุดท้ายธนาคารก็จะถูกตราหน้าให้เป็นแม่มด แต่เป็นแม่มดที่ถูกปิดปากห้ามตอบโต้ ภายในความไม่สมดุลเช่นนี้ต่อไป”
อย่างไรก็ดีรายงานข่าวระบุว่าการสรรหาผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ แทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนกันยายน 2568 คาดว่าจะเริ่มมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงเดือนมี.ค.นี้ และจะเปิดรับสมัครผู้สนใจในช่วงเดือนเม.ย. - พ.ค. โดยจะต้องเริ่มการคัดเลือกภายใน 90 ก่อนผู้ว่าธปท.คนปัจจุบันจะครบวาระ