Glitter for Dinner ร้านเช่าเดรสวินเทจปักปล้อง ที่เกิดจากความหลงใหลใน ‘กลิตเตอร์’ ของสองเพื่อนซี้ แนน-เบนซ์ และอยากแบ่งปัน ‘ความแกลม’ แบบไม่ซ้ำใคร
เดรสวินเทจปักปล้องจากได้กลับมาอย่างเป็นทางการแล้ว กับเลื่อมลูกปัดงานฝีมืออันประณีตละเอียดละออ ที่สองสาว แนน-ปรินทร เมฆธนสาร และ เบนซ์-ภรณ์ทิพย์ ชัยมัธยมผล ผู้หลงรักเดรสกลิตเตอร์และแย่งกัน CF ในไลฟ์สดกันเป็นประจำ เมื่อใส่แล้วสวยปัง ก็เลยอยากแบ่งให้คนอื่นได้ชื่นชม จนก่อให้เกิด Glitter for Dinner ร้านเช่าชุดวินเทจปักปล้องในอินสตาแกรมเจ้าแรกของประเทศไทย กับคอนเซ็ปต์ ‘Don’t save your dress for special occasion’ ที่เชิญชวนให้สาวๆ มาแต่งตัวสวยในทุกโอกาส
จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากความชอบในการแต่งตัว ด้วยสไตล์ที่ชัดเจนของแนนที่หลงใหลสไตล์ chic sophisticate และเบนซ์กับแนวเท่ๆ แต่ไม่ละทิ้งความเฟมินีน ทำให้ทั้งคู่ชื่นชอบการมิกซ์แอนด์แมตช์และชอบไอเท็มที่ไม่เหมือนใคร เมื่อได้ค้นพบ ‘ชุดวินเทจปักปล้อง’ จึงเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ได้มองเห็นคุณค่าและเสน่ห์ที่ซ่อนไว้ โดยเฉพาะกับเดรสออกงานดีไซน์สวยกับประกายระยิบระยับที่เปรียบเสมือนเพชรล้ำค่า ทำให้ทั้งคู่ตามล่าสะสมจนมีชุดเดรสปักปล้องเป็นคลัง จึงทำให้เธอทั้งคู่ตัดสินใจแบ่งบันสมบัติด้วยการทำร้านเช่าชุดในอินสตาแกรม
“Glitter for dinner ก็ตามชื่อเลยค่ะว่าเราชอบกลิตเตอร์มากจนกินแทนข้าวได้เลย” แนนบอก “เราชอบเดรสวินเทจมาก แม้ว่าไม่ใช่ไซส์ของเรา เราก็ซื้อเพราะมันสวยเป็นเอกลักษณ์ แล้วพอเรามีเดรสเยอะๆ เราเลยอยากต่อยอดธุรกิจ” เบนซ์เสริม ความพิเศษเมื่อได้สวมชุดประกายระยิบระยับมีพลังบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่ใส่แล้วรู้สึก ‘สวยเป็นพิเศษ’ และ ‘มั่นใจ’ ว่า ‘ไม่เหมือนใคร’ ด้วยคุณภาพและวัสดุที่มีความละเอียดอ่อนจึงมั่นใจว่า fast fashion สมัยนี้ก็สู้ไม่ได้ ที่ทั้งสองคัดมาแล้วว่า ดีไซน์สวยอมตะ ใส่แล้วจึ้ง! ปัง! ไม่มีใครซ้ำแน่นอน
พร้อมแล้วไปอ่านเรื่องราวเบื้องหลังของ Glitter for Dinner ได้เลย
จากการแย่ง CF กันไลฟ์สด กลายเป็นธุรกิจเช่าชุดวินเทจเจ้าแรก
จุดเริ่มต้นมาจากช่วงหลังโควิดที่ร้านเปิดกระสอบขายชุดวินเทจปักปล้องในไลฟ์สดเป็นที่นิยมมาก ด้วยความแปลกใหม่ในดีไซน์ ทำให้การแข่งขันในการ CF ชุดเป็นไปอย่างดุเดือด จากการเป็นผู้ซื้อที่ หลงไหลในความพิเศษของชุดปักปล้อง ทำให้แนนกับเบนซ์ เพื่อนสนิทจากการฝึกงานสมัยมหาลัย เปลี่ยนมาเป็นพารเทอร์ธุรกิจกัน และ เป็นจุดเริ่มต้นของ Glitter for Dinner
“เราหลงใหลในความพิเศษของชุดปักปล้องมาก จากการซื้อแค่ 2-3 ชุด กลายมาเป็น 100 ชุด ซึ่งเยอะเกินไปสำหรับ 2 คน และบางตัวไม่ใช่ไซส์เรา จนเราตัดสินใจทำเป็นธุรกิจไลฟ์ขาย จนตลาดโตขึ้นเรื่อยๆ ร้านสไตล์ซื้อมาขายต่อเริ่มมีมากขึ้น เราเลยคิดว่าเปลี่ยนมาทำเป็น ‘เช่า’ ดีกว่า” เบนซ์กล่าว
“แต่ก็จะมีอีกหลายๆ ชุดที่เราอยากเก็บสะสมไว้ เหมือนเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าทางจิดใจมากกว่าราคา ทำให้ตอบโจทย์ทั้งเราและลูกค้ามากๆ เพราะเราได้เก็บชุดที่รักไว้ ส่วนลูกค้าก็สามารถเลือกใส่ชุดที่ไม่ซ้ำกันได้ในหลายๆโอกาส” แนนเล่า
จนตอนนี้ Glitter for Dinner มีชุดให้เช่ามากกว่า 700 ชุดที่ตอบโจทย์สาวไซซ์ XS-XL รวมถึงชุดออกงานของคุณแม่ด้วย และมีคอนเซ็ปต์ “Don’t save your dress for special occasion” ที่ทั้งคู่เห็นว่า “เราอยากให้ลูกค้าใส่ในวันที่ไม่ต้องพิเศษก็ได้ ใส่ไปทำอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใส่ไปในวันสำคัญ ซึ่งชุดมีความหลากหลาย บางตัวปักเบาๆ ก็ไปเที่ยวทะเลได้”
อะไรคือเสน่ห์ของเดรสวินเทจที่แตกต่างกับชุดปักในปัจจุบันนี้
แนน-ปรินทร เมฆธนสาร
แนนบอกว่า “เดรสแต่ละชิ้นมีความยูนีคในตัว เพราะมีดีเทลที่ต้องใช้มือปักทั้งตัวต้องใช้ฝีมือและความละเอียดอย่างมาก เหมือนเป็น ‘งานศิลปะ’’ ชิ้นหนึ่ง และหาได้ยากในชุดสมัยนี้ ใครใส่แล้วก็รู้สึกว่าชอบ ไม่ต้องกลัวซ้ำกับคนอื่น” คำเปรียบเปรยนี้ ทำให้ทั้งสองคนมีความาผูกพันทางใจกับในทุกๆ ชุดที่เลือกสรรมา หากได้ชุดคืนมาในสภาพที่เสียหายถึงกับทำให้พวกเธอน้ำตาซึมออกมาได้ เพราะไม่สามารถหาเดรสตัวอื่นแบบเดียวกันมาทดแทนกันได้
เบนซ์-ภรณ์ทิพย์ ชัยมัธยมผล
“ถึงแม้ว่าเราต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง การที่เราใส่ชุดที่ไม่เหมือนใครเลยตอบโจทย์เรามาก และนอกจากสไตล์ท่ีเราชอบ ทางเราของเราก็ยังมีหลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นสไตล์หวานๆ เรียบร้อย สไตล์คุณแม่ หรือกระเป๋าที่ก็มีให้เช่าเช่นกัน” เบนซ์เล่าว่าสไตล์ที่ลูกค้ามักถามหาเป็นสไตล์เรียบร้อยในการออกงานเช้า ทางร้านเลยเสริมผ้าพันคอผ้าไหมเป็นแอ็กเซสเซอรี่เสริม เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าทุกสไตล์
หากเลือกชุดวินเทจที่ประทับใจที่สุดได้คนละ 1 ชุด ต้องยกให้ชิ้นไหน เพราะอะไร?
“ให้เลือกก็ยากมาก เพราะมีหลายตัวที่เราชอบและประทับใจ” แนนกล่าว ท่ามกลางชุดเดรสสวยๆ มากมาย เบนซ์เลือกเดรสสีชมพูหวานน่ารัก “ตัวนี้แนนเป็นคนได้มา แต่อย่างที่บอกว่าเบนซ์ไม่ใช่แนวหวานๆ ในตอนแรก แต่ที่เบนซ์ประทับใจตัวนี้มาก เพราะการไล่สีออมเบรในผ้าผืนเดียว และลวดลายการปักในแต่ละสีก็ไม่เหมือนกันด้วย” เบนซ์กล่าว
เรื่องราวของเดรสสีชมพูยังไม่หมดตรงนี้ เพราะยังมีอีกตัวที่มีลายเดียวกันแต่คนละสี ที่ได้มาจากที่อื่น ราวกับว่าเป็นพี่น้องที่พลัดพรากจากกัน “เราโชคดีมากที่ได้อีกตัวจากที่อื่น ที่เราอยากบอกลูกค้าว่าการได้มานั้นไม่ได้ง่ายและราคาบางตัวเป็นหลักหมื่น หากพังไปก็ไม่มีอะไรมาทดแทนได้อีกแล้ว” แนนเสริม
สำหรับแนน เธอเลือกเดรสลายเสือตกแต่งระบายจากแบรนด์ Diane Freis “แบรนด์นี้ดังเรื่องชุดปัก ตัวนี้เรารักมากเพราะไม่เคยเห็นที่ไหนเลย และแนนเองชอบใส่คอถ่วงก็เลยจะรู้สึกว่ารักตัวนี้เป็นพิเศษ ร้านที่เล็งไว้ก็ไม่ขายสักที จนเขาเลิกทำร้านแล้วถามเราว่ารับไหม ดีเทลเป็นการปักแบบกระจายๆ ทั้งตัว ระบายก็เป็นอะไรท่ีไม่เคยเห็นเดรสสมัยนี้ทำกัน” เธอกล่าวและย้ำว่า “เครื่องจักรก็ทำรายละเอียดแบบนี้ไม่ได้”
“หลายแบรนด์จะมีสตอรี่และดีไซน์เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป หากเห็นตัวไหนเราสามารถบอกได้เลยว่าเป็นงานของแบรนด์ไหน” เบนซ์เล่าถึงแบรนด์ชุดปักปล้องที่มีชื่อเสียงหลายแบรนด์ไม่ว่าเป็น Scala ที่เด่นเรื่องการปักแน่นๆ ทั้งตัวเช่นเดียวกับชุดสีดำที่แนนใส่, Adrianna Papel ให้ความเรียบหรูเรียบร้อยl, Sue Wong เดรสแกลมสไตล์โรแมนติก กับซิลูเอตเฉพาะตัว, Diane Freis งานโบฮีเมียนแกลม โดดเด่นด้วยผ้าพิมพ์ลาย, Attitude งานปักปล้องบนผ้ายืด ที่ทำให้ชุดเข้ารูปโชว์ทรงของหญิงสาว, Monsoon งานผ้าไหมที่ใช้เทคนิค silk burnout ทำให้ชุดหวานดูแพง ซึ่งทั้งหมดนี้พวกเธอได้ใช้ทั้งเวลาและความหลงใหลในงานฝีมือในการเก็บสะสม และด้วยความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าได้เห็นความละเอียด พวกเธอจึงได้ถ่ายแคตตาล็อกบนนางแบบแต่ละไซซ์ พร้อมบอกสัดส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าออนไลน์ได้สัมผัสกับการเลือกชุดให้ได้มากที่สุด ที่ทั้งสองบอกว่า “รักและภูมิใจในการเลือกชุดทุกตัว”
คิดว่าการที่เดรสวินเทจที่เลือกมาแต่ละชุดที่มีความแซ่บ เซ็กซี่ สะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงแต่ละยุคสมัยได้อย่างไร และการมีกระแสในปัจจุบันบอกอะไรให้กับสังคมแฟชั่นในขณะนี้
แนน-ปรินทร เมฆธนสาร
แนนเล่าว่า “ชุดเดรสวินเทจแนวกลิตเตอร์นี้มีจุดเริ่มต้นในยุค 80’s และ 90’s เป็นช่วงที่สหรัฐฯ เพิ่งออกจากสงครามเย็นแล้วกลับมาเฟื่องฟูและมีชีวิตชีวา มีอิทธิพลไปทั่วโลกอีกครั้ง ที่สำคัญในช่วงนี้ผู้หญิงกลับมามีบทบาททางสังคมมากขึ้น ทั้งการเริ่มทำงาน มีชีวิตที่ตนเองเลือก ไปจนถึงอิสระในการแสดงตัวตนของตัวเอง โดยเฉพาะในด้านการแต่งกายที่ไร้ข้อจำกัด ดังนั้นแฟชั่นจึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสวย มั่นใจ และมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะชุดที่มีเลื่อม มีปักปล้อง มีกลิตเตอร์วิ้งๆ ที่จะสะกดทุกสายตาให้จดจ้อง”
เบนซ์-ภรณ์ทิพย์ ชัยมัธยมผล
“ซึ่งเปรียบได้กับเทรนด์ชุดเลื่อมปักปล้องในปัจจุบัน ที่กลับมามีกระแสหลังจากยุคโควิด สาวๆ เริ่มอยากกลับมาแต่งตัวมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้นคืออยากแต่งตัวให้โดดเด่น ให้เป็นตัวของตัวเองยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ดังนั้นเรียกได้ว่า ชุดส่งคน คนส่งความมั่นใจสุดๆ เพราะชุดที่นอกจากจะสวยสะกดแล้ว ยังทำให้ผู้หญิงรู้สึก empower มาจากข้างในไม่ว่าจะเป็นความเซ็กซี่หรือความคลาสซี่ก็ตาม” เบนซ์กล่าว
คิดอย่างไร ที่บางคนยังติดภาพความวินเทจ ว่าเป็นของ ‘มือสอง’ ที่ ‘เก่า’ ใส่แล้วดู ‘แก่’ หรือ ‘สกปรก’
พวกเธอไม่เคยเอาคำว่าเสื้อผ้ามือสองมาเชื่อมโยงกับคำว่าสกปรกเลย ด้วยเหตุผลหลักๆ 1. ทุกอย่างสามารถทำความสะอาดได้ และ 2. เสื้อผ้ามือสองบางชิ้นอาจจะไม่ได้โดนสวมใส่ด้วยซ้ำ อาจะเป็นเพียงเสื้อผ้าที่ถูกเก็บสะสมไว้มานาน
“การที่คนกลับมาชอบใส่ของที่เคยถูกมองว่า ‘แก่’ ค่อนข้างสะท้อนอะไรหลายอย่างในโลกแฟชั่น หากมองในแง่ของแค่ด้านแฟชั่นการแต่งตัว คนรุ่นใหม่เริ่มมองของวินเทจว่า สวย timeless, rare ทำให้สิ่งของนั้นๆ มีสตอรี่และมีความผูกพันทางจิตใจ นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงตัวตนของตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย และเนื่องจากแฟชั่นนั้นมักจะวนลูป อะไรที่เคยฮิตในอดีต ก็อาจจะกลับมาอินเทรนด์ใหม่ในปัจจุบันได้อีก” แนนกล่าว
“แต่ถ้าหากมองในภาพใหญ่ เราคิดว่ากระแสแฟชั่นวินเทจนั้นไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ แต่มันเป็น statement ทางสังคม โลกออนไลน์เมื่อก่อนอาจจะนิยมความเพอร์เฟ็กต์ ความหรูหรา แต่ตอนนี้คนกำลังเริ่มเบื่อกับอะไรที่แมสและซ้ำ โดยในยุคนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญ individualism มากขึ้น กับความ real ความ authentic และความเข้าใจว่าทุกคนไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ และทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นการเลือกหยิบของวินเทจมาสวมใส่จึงเป็น statement อย่างมีนัยยะว่า ฉันมีสิทธิ์เลือกและฉันเลือกที่จะไม่เหมือนใคร ฉันมีเรื่องราวของฉัน” เบนซ์กล่าว
ด้วยความที่เดรสมีความเปราะบางทำให้บางคนไม่เข้าใจถึงเสน่ห์ที่แท้จริงของความวินเทจ “ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าที่คาดหวังว่าชุดจะใหม่เหมือนหลุดมาจากร้าน การที่ลูกปัดหลุดมันเป็นธรรมชาติของชุดแบบนี้ ซึ่งเราซ่อมเป็นประจำ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจในจุดๆ และใส่เดรสของเราอย่างระวังและทะนุถนอม” แนนกล่าว
การให้เช่าชุดวินเทจนี้มีตอบโจทย์กับลูกค้าและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันอย่างไร?
หากดูในภาพรวมของปีที่ผ่านมา ธุรกิจการเช่าชุดนั้นโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชุดปักปล้อง ชุดราตรีทั่วไป แบรนด์เนม กระทั่งเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมตามกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การซื้อเสื้อผ้าหนึ่งชุดใส่ครั้งเดียว ทำให้หลายคนรู้สึกว่าการซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ตลอดเวลานั่นเป็นการสิ้นเปลือง ร้านเช่าชุด/เสื้อผ้า จึงตอบโจทย์ตรงนี้ที่ว่าผู้บริโภค สามารถใส่ชุดใหม่ๆ ได้ไม่ซ้ำ และยังประหยัดเงินจากการซื้อของบ่อยๆ อีกด้วย
“จากการเปิดร้านมา 3 ปี เราดีใจที่เห็นคนไทยเริ่มตื่นรู้กับเรื่อง sustainability ในแฟชั่น มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ เพราะจริงๆ เมื่องนอกมีมานานมากแล้ว เรื่องของการ thrifting, rental หรือ การผลิตเสื้อผ้าจาก recycling materials เทรนด์แฟชั่นหรือรูปแบบของเสื้อผ้า ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด สุดท้ายก็มักจะวนกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง” แนนกล่าว
“หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า เสื้อผ้าทรงเบสิกและกระแสต่างๆ ที่กลับมาในแต่ละยุค ล้วนมีต้นกำเนิดจากเทรนด์เก่าๆ ที่ถูกนำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัย ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ตามเทรนด์ตลอดเวลา เราสามารถนำเสื้อผ้าเดิมกลับมาใช้ใหม่ มิกซ์แอนด์แมตช์ให้ได้ลุคใหม่ หรือแม้แต่การเลือกเช่าชุดเพื่อใส่ออกงาน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อชุดใหม่ทุกครั้ง” เบนซ์กล่าว
สุดท้ายทั้งคู่ได้ทิ้งท้ายว่า “อยากชวนทุกคนเปิดมุมมองใหม่ต่อการใช้สินค้ามือสอง การเช่าชุด หรือการใช้ของซ้ำ ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องน่าอายหรือเป็นสิ่งที่ด้อยกว่าของใหม่ ไม่มีสิ่งใดสามารถบ่งบอกฐานะหรือคุณค่าของคนได้จากการเลือกใช้สินค้าเหล่านี้ ของวินเทจบางชิ้นอาจมีมูลค่าสูงกว่าของใหม่ และผลิตจากวัสดุที่ทนทานหรือมีคุณภาพดีกว่าเสียอีกมากไปกว่านั้น ยังถือเป็นการแสดงความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อโลกในอนาคต ยังลดการใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟื่อยอีกด้วย”
หากใครสนใจอยากเช่าชุดเดรสวินเทจปักปล้องสวยๆ สามารถติดตามอินสตาแกรมของแนน และเบนซ์ กับร้าน glitter.fordinner ได้เลย
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- เบื้องหลังเสื้อยืด ‘Protect the Dolls’ ที่คนดังฮอลลีวู้ดใส่เพื่อแสดงจุดยืน จากแบรนด์ Conner Ives โดยรายได้จากเสื้อจะระดมทุนสู่องค์กร Trans Lifeline ซึ่งคอยช่วยเหลือชาวทรานส์ในยามยาก
- กันแดดหน้าไม่พอ ขอปกป้องแสงแดดที่ปากด้วย Cathy Doll Intensive UV Lip Serum SPF50+ PA++++ ลิปเซรั่มกันแดดวีแกนแบรนด์ไทย ที่ Patrick Ta ช่างแต่งหน้าระดับโลกยังป้ายยา
- Glitter for Dinner ร้านเช่าเดรสวินเทจปักปล้อง ที่เกิดจากความหลงใหลใน ‘กลิตเตอร์’ ของสองเพื่อนซี้ แนน-เบนซ์ และอยากแบ่งปัน ‘ความแกลม’ แบบไม่ซ้ำใคร
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com