โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 22.50 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 22.50 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568

>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส กู้ภัยช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล

10.14 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ริมถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ช่องทางคู่ขนาน เลยต่างระดับฉิมพลี เล็กน้อย ในพื้นที่ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ 1 ราย ลักษณะมีบาดแผลเปิดที่ใบหน้าและมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก อาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจเพื่อคืนชีพ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสารทราบ เป็นชายไทย อายุ 42 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน

>> รถบรรทุก ชนคนเดินจูงรถจักรยานกลางสะพานข้ามแม่น้ำ มีผู้เสียชีวิตเป็นแม่ วัย 43 ปี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บ

10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางระจัน รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกทรายชนกับรถจักรยาน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กลางสะพานข้ามแม่น้ำน้อย ถนนหมายเลข 3303 ในพื้นที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ที่เกิดเหตุพ บรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ไฟหน้าด้านซ้ายแตก มีร่องรอยเฉี่ยวชน ห่างออกไปพบรถรถจักรยานสีดำ มีร่องรอยการชนและถูกลากขูดกับพื้นถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นเด็กหญิง วัย 8 ขวบ อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลบางระจัน ทราบต่อมาว่าเป็นแม่-ลูกกัน

คนขับรถบรรทุก เล่าว่า ขณะขับรถบรรทุกทรายและเหล็กเส้นคันดังกล่าวขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำน้อย เห็น 2 แม่ลูกจูงจักรยานอยู่ด้านหน้า ระหว่างนั้นเหมือนเด็กพยายามจะขึ้นรถจักรยาน แต่เกิดพลาดเสียหลักทำให้รถและคนล้มลงที่ทางเดินรถของตน ตนเบรกไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง

>> ประธานรัฐสภา เผย กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่ม 24 มี.ค.68 แต่ยังไม่เคาะกี่วัน

11.14 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวเคยเกิดขึ้นบ่อยในอดีต อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนกี่ท่าน ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายเฉพาะนายกรัฐมนตรีและใช้เวลา 5 วัน จำเป็นต้องมีการหารือกันทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่าย ส.ส. โดยปกติจะมอบหมายให้รองประธานสภาเป็นผู้ประชุมเพื่อหาข้อสรุป ทั้งนี้ เบื้องต้นกำหนดวันอภิปรายเริ่มวันที่ 24 มีนาคม 2568 ส่วนระยะเวลาขึ้นอยู่กับญัตติและข้อตกลงร่วมกัน

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการตั้งวอร์รูมในรัฐสภาเพื่อโต้ตอบหากถูกพาดพิงนั้น ประธานสภาชี้แจงว่า ภายในห้องประชุมเป็นเรื่องระหว่าง ส.ส. และรัฐมนตรีเท่านั้น ส่วนการตั้งวอร์รูมเป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมือง แต่เนื้อหาต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับการประชุม หากมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ผู้ถูกพาดพิงสามารถดำเนินคดีได้ ทุกฝ่ายจึงต้องระมัดระวัง

ประธานสภายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนความกังวลเรื่องการอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวอาจลามไปถึงครอบครัวและบุคคลภายนอกนั้น มีกติกาชัดเจนตามข้อบังคับและกฎหมาย ทุกคนต้องระมัดระวัง ปัจจุบันประชาชนมีความรู้เรื่องการเมืองมากขึ้น สามารถชั่งน้ำหนักและตัดสินเองได้ว่าการอภิปรายสมเหตุสมผลเพียงใด และเชื่อว่าวันอภิปรายจะตกลงกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง

>> นายกฯ สั่งเด็ดขาด! ปราบ “บุหรี่ไฟฟ้า” ในเยาวชน - สถานศึกษา ให้สิ้นซากภายใน 30 วัน

12.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมหารือกับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการคุมเข้มและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน กำชับให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้โรงเรียน – สถานศึกษา ต้องไม่มีการขายให้เยาวชนเด็ดขาด

นายกฯ เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและข้อกฎหมายของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเดินหน้าจัดการผู้นำเข้า ปิดกั้นการนำเข้าทุกจุด และจับกุมผู้ขายอย่างจริงจัง ตั้งเป้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 30 วัน

>> "ทนายปราบโกง" ยื่นหลักฐาน ถึง รมว.คมนาคม ทบทวน พัฒนาท่าเรือคลองเตย เป็นเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์

12.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายกฤษฎา อินทามระ ได้ยื่นหลักฐานและหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ทบทวนแผนพัฒนาที่ดินท่าเรือคลองเตยของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเฉพาะแผนการพัฒนาเป็น " เอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมแพล็กซ์" หรือ "สมาร์ท ซิตี้" ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากท่าเรือโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น

โดย นายกฤษฎา เห็นว่าโครงการนี้อาจขัดต่อพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ พ.ศ. 2480 ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์ของที่ดินนี้ไว้เพื่อใช้สำหรับสร้างท่าเรือเท่านั้น ดังนั้นการนำที่ดินไปพัฒนาเป็นโครงการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเรือจึงอาจละเมิดกฎหมาย

นอกจากนี้ นายกฤษฎา ยังอ้างอิงความหมายของคำว่า "ท่าเรือ" จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งหมายถึงสถานที่สำหรับให้บริการแก่เรือในการจอดเทียบบรรทุกหรือขนถ่ายของ เท่ากับว่าโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับท่าเรืออาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดินดังกล่าว จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีทบทวนแผนการพัฒนาให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามกฎหมายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อกลุ่มทุนที่สนใจลงทุนในโครงการดังกล่าว

>> ตร.นนทบุรี แถลงบุกยึด 'รถสวมป้ายทะเบียนปลอม' จำนวน 8 คัน

13.00 น. พล.ต.ต.กิตติ์ธเมศ ธนนันทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พันตำรวจเอก สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรรจังหวัดนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี สืบสวนสถานีตำรวจทั้ง 11 สถานี ร่วมกันจับกุมรถยนต์ผิดกฏหมายจำนวน 8 คัน

จากการตรวจสอบปัญหาอาชญากรรมในจังหวัดนนทบุรี พบว่าส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะใช้ยานพาหนะที่ปกปิดลักษณะกายภาพ เพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม ทำให้มีการวางแผนสืบสวนจนทราบว่ามีรถยนต์ในพื้นที่จำนวนมากมีการปกปิดกายภาพ จึงได้สั่งการให้เข้มงวดในการตรวจสอบรถยนต์ที่ขับในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ผิดกฏหมาย จนสามารถจับกุมรถยนต์ได้ทั้งหมด 8 คัน มีทั้งทะเบียนปลอม สวมทะเบียน จึงได้ตรวจยึด รถยนต์ จำนวน 8 คัน โดยจับได้ในหลายพื้นที่ใน จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.กิตติ์ธเมศ ธนนันทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า หลังจากตนมารับตำแหน่งพบว่าปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่เกิดจากคนร้ายใช้ยานพาหนะในการก่อเหตุ และใช้วิธีการหลบหลีกการจับกุม โดยการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถคันอื่นมาติดแทน หรือปลอมทะเบียน และเปลี่ยนแปลงลักษณะรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบค้นข้อมูลยากลำบาก จึงได้มีการตั้งชุดปฏิบัติการสืบค้นตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์นำมาใช้ในลักษณะปลอมแปลงจำนวนหนึ่งจึงได้ทำการตรวจยึดและตรวจสอบ จนพบว่าบางคันมีเจ้าของติดต่อมาขอรับรถคืน ฝากถึงผู้ที่จะซื้อรถตามโซเชียลให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอก

>> พบศพเด็กหญิงวัย 12-13 ปี ทิ้งข้างทาง คาดถูกล่วงละเมิดก่อนฆ่า

14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ ต.แม่กาษา หรือ จุดตรวจ 409 ตั้งอยู่ถนนสายแม่สอด แม่ระมาด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านน้ำดิบ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก พบซากศพที่เป็นกระดูกถูกนำมาวางไว้กลางถนน และพบกระสอบที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งข้างถนนหลวง ปากกระสอบถูกเปิดออก จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนราว 4 กิโลเมตร จึงประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบซากกระดูกสวมกางเกงวอร์มข้างเดียวสีดำ วางขวางถนน ห่างไปข้างทางประมาณ 8 เมตร พบกระสอบป่านสีเขียว มีเถาวัลย์มัดคลายอยู่ ภายในกระสอบพบซากศพเริ่มเน่าเปื่อยเป็นหนังแห้งติดกระดูก ส่งกลิ่นคละคลุ้ง

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุราว 12-13 ปี สวมเสื้อกีฬาของโรงเรียน ส่วนกางเกงน่าจะถูกสวมใส่แต่ไม่สุด และหลุดออกมาเพราะสุนัขกัดจะกินเนื้อหนัง และลากออกไปได้ขาข้างหนึ่ง โดยสภาพศพมีร่องรอยการถูกไม้ไผ่ตีที่ศีรษะ ท่อนข้างล่างไม่สวมกางเกง คาดว่าถูกข่มขืนฆาตกรรม แล้วนำศพยัดกระสอบใส่รถแล้วมาทิ้ง ส่วนการเสียชีวิตในเบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานนำส่ง รพ.แม่สอด เพื่อตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล และหาข้อมูลการแจ้งหายและแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่อไป

>> ”ผบ.ตร.“ รับส่ง 40 อุยกูร์ถึงจีนแล้ว ยันเป็นไปตามยุทธวิธี

16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่เครือข่าย NGO นำเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยื่นขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน ว่า เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีหนังสือเป็นทางการจากรัฐบาลจีนมารัฐบาลไทย โดยยืนยันว่าชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่ส่งกลับมีทั้งหมด 40 คน ส่วนอีก 8 คน เป็นชาวจีนที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย

ซึ่งชาวอุยกูร์ 40 คน ถูกจับกุมเมื่อ 11 ปีที่แล้ว และมีการควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาโดยตลอด โดยทางการจีนได้ทำหนังสือแสดงความจริงใจและเจตจำนงว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับทั้งหมดจะได้รับความปลอดภัย โดยมีคณะกรรมการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปกำกับดูแล ซึ่งขณะนี้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน ได้เดินทางถึงประเทศจีนแล้ว ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทางการจีนรับปากทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่อยู่ และให้ญาติมารอรับที่มณฑลซินเจียง โดยหลังจากนี้ก็จะมีวงรอบในการตรวจสอบความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ทั้งหมดเพื่อความมั่นใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการส่งต่อชาวอุยกูร์ออกจาก ตม.สวนพลู ทำไมถึงต้องปิดทึบรอบคันรถและมีการปิดบังโลโก้ รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ซึ่งไม่ใช่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขบวนการทั้งหมดเป็นเทคนิคและยุทธวิธีเพื่อความปลอดภัย ความเรียบร้อย รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่เห็นได้ว่าขบวนการทั้งหมดทำให้ชาวอุยกรู์ปลอดภัยและถึงปลายทางอย่างปลอดภัย รวมถึงการส่งตัวในช่วงกลางดึกเพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรของประชาชนและสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ถึงแม้ว่าชาวอุยกรู์ที่อยู่กับเรามานานกว่า 10 ปี แต่ก็เป็นภาระที่เราต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแล

>> นายวราวุธ ส่งทีม พม.บึงกาฬ-ปราจีนบุรี ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุรถทัวร์คว่ำ

16.38 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 19 คน และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่ง และขอส่งกำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 68 ตนได้กำชับทีม ศรส.จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ ศปถ.จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พบผู้บาดเจ็บเล็กน้อยที่รอกลับภูมิลำเนา ซึ่งบางคนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว และศรส.จังหวัดปราจีนบุรี ได้ส่งต่อข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้กับ ศรส.จังหวัดบึงกาฬ เพื่อประกอบการวางแผนการช่วยเหลือในพื้นที่ตามสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม.

ขณะเดียวกัน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทีม ศรส. พม. หนึ่งเดียวจังหวัดบึงกาฬ เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด โดยได้เข้าไปพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้งหมด พร้อมประเมินสภาพจิตใจญาติ รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. โดยในเบื้องต้นมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต และนำเรื่องเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กพิจารณาการช่วยเหลือ จำนวน 3 ครอบครัว

>> คุณตาวัย 79 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถอีแต๋น เสียชีวิตริมถนน

18.10 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดขามสะแกแสง มีอุบัติเหตุ รถอีแต๋นชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 2150 ใกล้เคียงทางเข้าวัดโนนหญ้าคา ในพื้นที่ อ.ขามสะแกงาม จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ล้มคว่ำลักษณะชนกับรถอีแต๋น สีขาว - ฟ้า ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 79 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขามสะแกแสง

>> ชายวัย 38 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทางล้มคว่ำ รถอเนกประสงค์ขับตามหลัง เบรกไม่ทันชนซ้ำเสียชีวิต

21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณีและมีผู้เสียชีวิต ถนนนครอินทร์ ขาออก เชิงทางลงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี นอนอยู่เลนขวาของถนน และห่างไปไกลกว่า 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ไนช์ สีแดง ทะเบียน กทม สภาพของรถพังเสียหายยับเยิน ในที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณี พบแต่เพียงแผ่นป้ายทะเบียน 1 แผ่นรวมไปถึงเศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งตกหล่นอยู่ที่เกิดเหตุ

ต่อมา เจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีขาว หลังเกิดเหตุได้เข้าไปแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางกรวย โดยให้การว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้เฉี่ยวชน ซึ่งรถจักรยานยนต์ขับขี่ส่ายไป-มา ก่อนจะชนเข้ากับแบริเออร์ฝั่งขวาของถนนและทำให้ล้มลง ขณะนั้นตนเองขับมาพอดี พยามหักหลบแต่ไม่พ้นจน จึงได้ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์จนได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุได้จอดรถเข้าข้างทางดูสภาพรถก่อนที่จะตัดสินใจขับรถมาแสดงตัวที่ สภ.บางกรวย

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับ สอบปากคำคนขับรถเก๋งไว้ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตนั้นชนแบริเออร์และล้มอยู่ก่อน แต่ยังไงก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบทางเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดพิจิตร

02.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...