โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 ทันโลก : “ทรัมป์” เตรียมขึ้นภาษี “วันปลดแอก”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 21.23 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 14.23 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

2 เม.ย. – ขณะที่ยังต้องรอว่ามาตรการภาษีของสหรัฐจะออกมาอย่างไร แต่ได้สร้างความวุ่นวายจากความไม่แน่นอนมีการประเมินด้วยว่าในสภาพที่เลวร้ายที่สุดจะส่งผลเสียมูลค่ากว่า 48 ล้านล้านบาท

เวลานี้ทั้งโลกต้องกระวนกระวายใจ แม้ว่าหลายประเทศจะเรียกร้อง ห้ามปราม อ้อนวอน หรือเตือนถึงผลร้ายอย่างไร นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ก็ไม่รับฟัง จะเดินหน้าใช้ภาษีเป็นอาวุธ ในวันนี้ที่เขาเรียกว่าเป็นวันปลดแอก

วันปลดแอก ตามความหมายของนายทรัมป์ เป็นวันที่สหรัฐจะยุติการเอารัดเอาเปรียบจากต่างชาติ ภาษีศุลกากรคืออาวุธในการปลดแอก ซึ่งจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยและความยิ่งใหญ่ของอเมริกาอีกครั้ง ภาษีศุลกากรจะทำให้สหรัฐสร้างงาน สร้างเงิน สร้างโรงงานใหม่ สร้างฐานการผลิตที่ยิ่งใหญ่ในประเทศ นั่นคือความเชื่อที่น่ากังขาของนายทรัมป์ที่เราทราบ แต่มีอีกหลายอย่างที่นายทรัมป์ ยังทำให้ทั้งโลกมืดบอดหลายด้านว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันปลดแอกนี้

ข้อแรกเป็นคำถามใหญ่ว่าใครคือเป้าหมายของนายทรัมป์ ประเทศใดจะถูกร่างแห ไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วยหรือไม่ แม้ติดตามท่าทีของนายทรัมป์ มาตลอดก็ยังตอบชัดๆ ได้ยากว่าเป้าหมายของนายทรัมป์คือใคร เขาเคยกล่าวโทษประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ เขาเคยเปรยว่าภาษีวันปลดแอกนี้จะใช้กับทุกประเทศ แต่ก็เคยบอกว่าบางประเทศอาจจะพอคุยกันได้ และอาจละเว้นบางกลุ่มสินค้า ดังนั้น ยังไม่อาจฟันธงได้ว่ามาตรการเขาจะเป็นแบบเหมารวม หรือเฉพาะเจาะจงประเทศใด สำหรับไทยมีนิยามใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐกำหนดขึ้น คือ เดอร์ตี 15 แปลตรงตัว ตราหน้าว่า กลุ่มสกปรก 15 ประเทศที่เป็นคู่ค้าหลัก กำหนดภาษีและกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรมกับบริษัทอเมริกัน ไทยมีสิทธิเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักนี้

สองโลกยังมืดแปดด้านว่าภาษีจะสูงขนาดไหน เพราะรัฐบาลทรัมป์ไม่เคยบอกชัดว่าจะไปถึงระดับไหน ล่าสุดของล่าสุดก่อนถึงกำหนด แหล่งข่าวทำเนียบขาวเผยกับสื่อสหรัฐว่า เคาะมาที่ 20 เปอร์เซ็นต์ กับสินค้าทุกชิ้น แต่เมื่อไล่ย้อนไปดูตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งนายทรัมป์ เคยชูตัวเลขต่างกันไป หาเสียงหลายครั้งว่าจะใช้พิกัดภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมสินค้านำเข้าทั้งหมด บางครั้งเปรยว่าอาจจะสูงขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ได้ สำหรับสินค้าจีน ชาติเป้าหมายต้นๆ เคยขู่ว่าจะสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่อมาเมื่อครองทำเนียบขาวแล้ว มักใช้คำว่า ภาษีตอบโต้ที่มีอัตราแตกต่างไปสำหรับแต่ละประเทศ

มืดบอดด้านที่สาม ผลกระทบจากภาษีวันปลดแอกครั้งนี้จะรุนแรงขนาดไหน ผลพวงตามมาคืออะไร เมื่อภาษีศุลกากรคือภาระที่บริษัทนำเข้าในประเทศนั้นๆ ต้องชำระให้รัฐบาล บริษัทในสหรัฐจะต้องชำระเงินสูงขึ้น เงินที่นำมาจ่ายอาจหาวิธีเรียกเก็บจากผู้ส่งออก แบ่งภาระให้ให้หุ้นส่วนธุรกิจ และในท้ายสุดต้องเพิ่มราคาสินค้า เดือดร้อนผู้บริโภค แล้วยังเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอยในสหรัฐ และกระทบชิ่งไปยังในประเทศที่พึ่งการส่งออกมายังสหรัฐด้วย

การศึกษาของนักเศรษฐศาสตร์ จาก Aston Business School ประเมินผลกระทบไว้ตามฉากทัศน์จากขั้นเบาไปหาขั้นหนักที่สุด หากเป็นสงครามโลกด้านการค้าที่สหรัฐกับคู่ค้าทุกประเทศห้ำหั่นกัน อาจทำให้เสียหาย 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 48 ล้านล้านบาท รายงานการศึกษานี้อธิบายด้วยผลของภาษีที่แย้งกับความเชื่อนายทรัมป์ ว่าที่จริงจะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น การแข่งขัดลดต่ำลง ห่วงโซ่อุปทานขาดตอน นั่นเป็นสิ่งที่คู่ค้าสหรัฐ ที่เป็นพันธมิตรแนบแน่นมาตลอดพยายามโน้มน้าวนายทรัมป์ให้เปลี่ยนความคิดแต่ไม่เป็นผล

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ลั่นยุโรปท้อใจยิ่ง แต่ได้เตรียมแผนที่แข็งแกร่งไว้ตอบโต้แล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นคนเริ่มการเผชิญหน้า ผู้นำเม็กซิโกวางแนวทางรับมืออย่างมีสติ ยังไม่ถึงขั้นตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่จะตอบโต้อย่างมีแบบแผนกลยุทธ์ ให้ตรงจุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ ไม่กระทบกับประชาชนของตน คล้ายกับผู้นำแคนาดาชาติที่กระทบจากอเมริกาต้องมาก่อนหนักที่สุด

สำหรับมุขมนตรีรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ซึ่งถือได้ว่าเป็นแม่ทัพคนหนึ่งที่อยู่แถวหน้าในการเผชิญกับนายทรัมป์ โต้กลับว่าที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันปลดแอก แต่เป็นวันทำลายล้างที่ส่งผลร้ายต่อชาวอเมริกันเอง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...