โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผู้ปกครองร้อง สายไหมต้องรอด ภารโรงทำอนาจารล่วงละเมิด นักเรียน 4 ราย

Amarin TV

เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 11.27 น.
ผู้ปกครองร้อง สายไหมต้องรอด ภารโรงทำอนาจารล่วงละเมิด เด็กอนุบาล ถึง เด็กประถม พบตกเป็นเหยื่อ 4 ราย พบเสพยาเสพติดด้วย

ผู้ปกครองร้อง สายไหมต้องรอด ภารโรงทำอนาจารล่วงละเมิด เด็กอนุบาล ถึง เด็กประถม พบตกเป็นเหยื่อ 4 ราย พบเสพยาเสพติดด้วย

จากกรณีเพจเฟซบุ๊กชื่อ Survive-สายไหมต้องรอด โพสต์ข้อความว่า "ภารโรง รร.ประถมชื่อดัง ใน จ.ขอนแก่น ก่อเหตุอนาจารเด็กนร.หญิงหลายราย พี่เอกเร่งประสานท่านเลขากพฐ.-ตำรวจ-พม.ช่วยเหลือ" ซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบจนทราบว่า โรงเรียนที่เกิดเหตุดังกล่าวนั้นเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น สังกัดสพป.ขอนแก่นเขต 4

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (26 มึ.ค. 68) ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ดร.วิโรจน์ ค้อไผ่ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 ถึงกรณีดังกล่าวได้ข้อมูลว่า ทางสพป.ขอนแก่น เขต 4 ได้รับแจ้งจากรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยโรงเรียนดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองนักเรียนว่า มีเหตุการณ์นักเรียนหญิงชั้นอนุบาล 2 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยยายของนักเรียนได้อาบน้ำให้นักเรียนและนักเรียนบอกว่ามีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ พร้อมกับเล่าให้ยายฟังว่า นักการภารโรงที่ทำหน้าที่ขับรถส่งนักเรียนหลังเลิกเรียนได้ใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศของเด็กหญิง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ยายจึงได้ปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านพานักเรียนไปตรวจร่างกายและพบนักจิตวิทยาที่โรงพยาบาลน้ำพอง พร้อมทั้งได้แจ้งความกับ ตำรวจ สภ.น้ำพอง

จากนั้นทาง สพป.ขอนแก่น เขต 4 ได้ลงพื้นที่โรงเรียนโดยทันที และได้ปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และวันที่ 3 มีนาคม 2568 นอกจากนี้ยายของเด็กหญิงอนุบาล 2 ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พี่สาวอายุ 12 ปี ก็เคยถูกภารโรงรายนี้กระทำเช่นกัน และยังมีข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านว่ามีนักเรียนผู้ถูกกระทำเพิ่มอีกเป็นนักเรียน ชั้น ป.5 รวมทั้งหมดเป็นนักเรียน 4 ราย ที่ถูกภารโรงกระทำการอนาจารล่วงละเมิดทางเพศ ขณะนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของกฎหมายและการดำเนินการของตำรวจ สภ.น้ำพอง

ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 กล่าวอีกว่า ในส่วนของภารโรงรายดังกล่าวนั้น หลัง สพป.ขอนแก่น เขต 4 ทราบเรื่อง จึงมีคำสั่งให้หยุดทำหน้าที่ทันทีและมีการสรรหาภารโรงคนใหม่มาทำหน้าที่แทนเรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันว่า สพป.ขอนแก่น เขต 4 ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยผู้บริหารสถานศึกษาได้เรียกประชุมครูที่ปรึกษาหาทางช่วยเหลือนักเรียนและให้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียนของนักเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ในห้อง

ทางด้าน พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนั้นเป็นการก่อเหตุกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยมี น.ส.ตู่ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี แม่ของ 1 ในนักเรียนที่ถูกภารโรงล่วงละเมิดทางเพศเข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ช่วง เดือนมิถุนายน 2567 ต่อเนื่องถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เวลากลางวัน ลูกสาวถูก นายสิ (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ทำอนาจารบนรถตู้รับส่งนักเรียน, ห้องน้ำภายในโรงเรียน และห้องครัวโรงเรียน จึงขอให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง ได้ทำการจับกุมตัว นายสิ ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฏหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนกรณีที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีนายสิทำอนาจารบุตรสาวที่เป็นนักเรียนรวม 4 ราย พร้อมแจ้งข้อหากระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีฯ แต่นายสิให้การปฏิเสธและให้การรับสารภาพในข้อหาเสพยาเสพติดเท่านั้น พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 และจะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 นี้ โดยทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.30 น. (26 มีนาคม 2568) ที่ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น สนง.สพป.ขอนแก่น เขต 4 นายอำเภอน้ำพองเป็นประธานการประชุมภาคเครือข่ายแก้ไขปัญหานักเรียนถูกภารโรงทำอนาจาร โดยมี ดร.วิโรจน์ ค้อไผ่ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 และ พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและยายของนักเรียนหญิงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมร่วม 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้นและต่างก็ทะยอยกลับ

ในขณะที่ยายของนักเรียน ซึ่งเดินทางมาพร้อมผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่าไม่รู้เรื่องร้องเรียนเพราะมารดาของนักเรียนดำเนินการร้องเรียนไปเอง เหมือนการทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และในส่วนของการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ต้องหาเป็นเงิน 500,000 บาท แล้วผู้ต้องหาไม่จ่ายจึงร้องเรียนไปยังสายไหมต้องรอดนั้น ยายก็ไม่รู้เรื่องและไม่ขอพูดถึง ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่าไม่รู้เรื่องที่มารดาของนักเรียนเรียกร้องเงิน 500,000 บาท จากฝ่ายผู้ต้องหาทราบเพียงว่าทุกอย่างอยู่ในสำนวนการสอบสวน

ในขณะที่ ดร.วิโรจน์ ค้อไผ่ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า เพราะมีการแชร์ในโซเชียลในเพจเฟสบุ๊คสายไหมต้องรอดว่า "ภารโรงรร.ประถมชื่อดังในจ.ขอนแก่นก่อเหตุอนาจารเด็กนร.หญิงหลายราย พี่เอกเร่งประสานท่านเลขากพฐ.-ตำรวจ-พม.ช่วยเหลือ" จึงต้องเรียกประชุมภาคเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะในเรื่องดังกล่าวนั้นในทางการปฏิบัติภาคีเครือข่ายร่วมกันดำเนินการตามขั้นตอนทุกกรณีเรียบร้อยแล้ว และตำรวจก็มีการจับตัวคนก่อเหตุดำเนินคดีตามกฏหมายเรียบร้อยแล้ว

แต่เมื่อมีการร้องเรียนขึ้นมาก็ต้องเรียกทุกฝ่ายมาชี้แจงทำความเข้าใจกับฝ่ายผู้ปกครองของนักเรียนให้เข้าใจ ซึ่งขณะนี้ก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งทราบว่าฝ่ายผู้ปกครองกังวลเรื่องคดีที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด แต่ในส่วนของคดีอนาจารนั้นผู้ปกครองกังวัลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เมื่อฟังคำอธิบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วผู้ปกครองก็เข้าใจและสบายใจแล้ว

ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 4 กล่าวอีกว่า ในส่วนของการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ นั้น ก็จะทำการตรวจเข้มในการรับบุคลากรเข้ามาทำงานในทุกตำแหน่ง และจะดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยงในโรงเรียน เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนและครูในโรงเรียนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...