จิ้ม ชวนชื่น ขายทรัพย์สินเก่าดูแลครอบครัว อยู่พอเพียงถอยไปจุดเริ่มต้น ได้เมียดีไม่ฟุ่มเฟือย
จิ้ม ชวนชื่น ขายทรัพย์สินเก่า ขายบ้านขายที่ดูแลครอบครัว อยู่พอเพียง ได้เมียดีไม่ฟุ่มเฟือย ถ้าแย่งกันใช้ แย่งกันซื้อแบรนด์เนม ก็ต่างคนต่างหมด แต่เป็นคนเรียบๆถอยไปอยู่จุดเริ่มต้น
หายหน้าจากวงการไม่ค่อยได้เห็นตลกดังจิ้ม ชวนชื่น ล่าสุดเปิดใจว่า “รับงานน้อยมาก ไม่ได้รับน้อยเขามาจ้างน้อย แต่ก็เลือกรับงานมานานแล้ว ถ้าเราทำไม่ดีเราจะไม่เอาเพราะมันน่าอายเวลางานออกไปแล้ว เท่ากับแสดงศักยภาพว่าทำอะไรไม่ได้ ถ้าบทนี้เราทำได้ไม่ดีเราจะไม่รับ ถ้าเราไม่ถนัดหรือไม่มีคอมเมดี้ปนอยู่ด้วย เราจะไม่รับ ปฏิเสธไปเยอะเหมือนกัน ”
“ตอนเราทำงานหนัก เราทำเยอะ เคยมี 11 รายการต่ออาทิตย์ ตอนทำงานเยอะๆ พอมาถึงตอนนี้ เราทำงานมาตรงนั้นเราก็เก็บไว้ใช้ของเรา ซึ่งก็เกือบหมดแล้ว โควิดขายเกือบหมด แต่เราก็ไม่ชอบทนทรมาน รู้สึกทรมานตัวเอง ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น ”
ถามว่างานหายไปเยอะใจหายไหม จิ้ม ชวนชื่น กล่าวว่า “ไม่หายหรอก เราทำงานมาเยอะ ก็มาคิดว่ามันถึงเวลาที่จะเฟด ตอนเราหนักก็หนัก ไม่ได้หลับได้นอน ถ้ามีมาก็ทำ แต่จะให้พุ่งเข้าไปหางาน (ทำท่าโบกมือไม่เอา) เราไม่ได้เหมาะสมกับตรงนั้น”
“ที่บ้านทำอีเวนต์ ด้วย ชวนชื่นโปรดักชั่น ลูกสาวกับลูกเขยคุม เรามีงานแล้วทำ เราทำได้ทั้งรายการ ละคร ซีรีส์ มีทีมงานทำหมด แต่ไม่มีตุ๊กตาเที่ยวไปเสนอ แต่ถ้ามีใครเรียกไปคุยเราจะไปคุยว่าเอาแบบไหน แล้วกลับมาเขียน เรามีทีมงาน อย่างนั้นทำ ”
ถามว่าคนบอกว่างานน้อยลงกินบุญเก่า ตลกดังกล่าวว่า“ใช่ กินไปเกือบหมดแล้วด้วย ขายจนไม่เหลืออะไรจะขาย ตอนโควิด 3-4 ปี แต่ว่าเราก็ยังพอมีขาย ซึ่งเกือบหมดแล้วแหละ (หัวเราะ)”
ถามว่าขายอะไรบ้างที่ผ่านมา จิ้ม กล่าวว่า “ขายบ้าน ขายอะไรแล้วแต่ ขายที่ขายทาง มันก็ต้องใช้ รายได้หลักมีออกรายการโน่นบ้าง เล่นละครที่โน่นที่นี่บ้าง และอีเวนต์พิธีกรเวที ”
“ไม่เครียดหรอก เรารู้จักเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อก่อนเรามีงานเยอะๆมีเงิน เราก็ยังคิดมันจะอยู่กินจนวันตายได้ยังไง เพราะเรามีฐานะขึ้นไปเราก็ต้องเพิ่มรายจ่ายต่อเดือน ซื้อบ้านใหญ่ขึ้น รถแพงขึ้น ทุกอย่างอัพขึ้น มันก็พอดีใช้ของมันอยู่ตลอด ”
“จนเราไปเห็นเศรษฐกิจพอเพียงเลยรู้ของที่เรามีอยู่ ถ้าเราถอยกลับไปอยู่แบบพอเพียง ทรัพย์สินเรามากมายเลย ถ้าเราถอยไปอยู่ในที่ของเราที่ซื้อไว้ตรงโน้นตรงนี้ ที่ใดที่หนึ่งแล้วทรัพย์สินที่มีก็ขายกินได้ ถอยไปอยู่จุดเริ่มต้น ”
“ถ้าเราจะใจหายคือศักยภาพในการทำงานของเรา ในอาชีพที่เรารัก อันนี้ใจหาย เพราะไม่ว่าตกอยู่สภาพไหนไม่มีวันอดตาย เราอยู่ได้ที่ไม่ต้องมีแอร์ พัดลม ปลูกผักกิน เราเลือกที่เราจะไม่กดดัน ไม่ทุกข์ ไม่ต้องออกไปแก่งแย่ง ตอนนี้มีหนังเรื่องนี้ และ เรื่องเจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง ช่อง3 ยังนึกอยู่ว่าปีนี้จะมีอะไร”
“มีคนมายืมเงินเยอะ ตอนนี้ทำใจได้แล้วที่จะบอกว่า เราถึงจุดที่ต้องดูแลตัวเองบ้าง เราไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น ปิดยอด 7 แสนกว่า เมียเรามาบอก”
“ภรรยาเป็นคนบริหารเรื่องเงิน เมื่อก่อนได้รายเดือน เดือนละ 3 หมื่น แล้วมาลดเหลือ 2 หมื่น มาเหลือ 1 หมื่น ตอนนี้เหลือครั้งละพันติดตัว เพราะเขาเป็นผู้จัดการเราด้วยรู้ว่าเราต้องใช้อะไร ”
“มาถึงตรงนี้ เรามองอยู่แล้ว เราฟลุคมากเราเลือกแค่ผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเราไม่รู้เขาจะเก่งบริหารจัดการ ดีเราก็ไม่ยึดติด เมื่อก่อนเราใช้แบรนด์เนมเยอะๆ ก็เปลี่ยนถอยลงมาหน่อย ”
“เขาก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่เงินฟุ่มเฟือย ทำให้เราเกรงใจ ถ้าเขาใช้เราก็จะใช้บ้าง แย่งกันใช้ แย่งกันซื้อแบรนด์เนม แย่งกันถลุง ก็ต่างคนต่างหมด แต่ใช้ชีวิตประมาณนี้ เป็นคนเรียบๆ ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จิ้ม ชวนชื่น ขายทรัพย์สินเก่าดูแลครอบครัว อยู่พอเพียงถอยไปจุดเริ่มต้น ได้เมียดีไม่ฟุ่มเฟือย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th