โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กำลังซื้อฟื้นต่อเนื่อง KTC โกยยอดรูดบัตร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2566 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2566 เวลา 07.18 น.

เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน ซึ่งก็มีการมองกันว่า อาจจะกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ทาง “เคทีซี” หรือ บมจ.บัตรกรุงไทย ได้จัดเสวนา “KTC FIT Talks #9 จับตาเศรษฐกิจและธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคครึ่งหลังปี 2566” เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มดังกล่าว

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง

โดย “ดร.กิริฎา เภาพิจิตร” ผู้อำนวยการ โครงการ TDRI Economic Intelligence Service (EIS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5% เติบโตมากกว่าปี 2565 ที่ขยายตัวแค่ 2.6%

โดยครึ่งปีหลังน่าจะโตดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก 1.รายได้ภาคท่องเที่ยว ที่คาดว่าครึ่งปีหลังจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยดีกว่าครึ่งปีแรก และคาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 29 ล้านคน

2.ภาคส่งออกจะขยายตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากฐานต่ำในปีที่แล้ว และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งช่วยให้ไทยส่งออกไปจีนได้มากขึ้น และ 3.การบริโภคภาคครัวเรือน หรือการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง

“การฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวทำให้การว่างงานลดลง หนุนการสร้างรายได้จากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมโรงแรมภัตตาคาร การก่อสร้าง การค้าขายและการผลิต ฉะนั้นคาดว่าการจ้างงานจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตสูง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น หรือแม้แต่หนี้ครัวเรือนที่สูงเกือบ 87% ของ GDP”

“หนี้ครัวเรือน-การเมือง” เสี่ยง

“ดร.กิริฎา” กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง เป็นปัจจัยจำกัดการบริโภค รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ อาจส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐในปี 2566 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากนัก

“ประเมินหากตั้งรัฐบาลล่าช้า 1-2 เดือน ยังไม่มีผลต่อการลงทุนของต่างชาติมากนัก แต่หากลากยาวไป 5-6 เดือน นักลงทุนต่างชาติก็คงไม่รอ เพราะเขามีความต้องการที่จะลงทุน”

ส่วนทิศทางเงินเฟ้อไทย ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% โดยครึ่งปีหลังระดับเงินเฟ้อน่าจะชะลอลงต่ำกว่า 2% ตามราคาพลังงานที่ลดลง แต่ยังมีแรงกดดันเงินเฟ้ออีกหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนของผู้ผลิตที่ถูกส่งไปยังผู้บริโภคจากการฟื้นตัวด้านอุปสงค์ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยเมื่อเดือน ต.ค. 2565 มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปราว 5% ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นไป 0.25%

เทรนด์ดอกเบี้ยขึ้นต่อ-บาทแข็ง

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) “ดร.กิริฎา” กล่าวว่า คาดว่าจะขยับขึ้นไปอยู่ในกรอบที่ 2.25-2.50% ในสิ้นปี 2566 หรือมีโอกาสขึ้นได้อีก 1-2 ครั้งจากนี้ จากปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% ซึ่งประเมินตามทิศทางภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะร้อนแรงดีกว่าครึ่งปีแรก

“ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำสุดในอาเซียน ฉะนั้นแบงก์ชาติน่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดไม่ให้เงินไหลออกด้วย แล้วปีหน้าค่อยพิจารณาว่าจะขึ้นต่อหรือคงดอกเบี้ย ส่วนทิศทางค่าเงินบาทในครึ่งปีหลัง ถือว่าเป็นเทรนด์แข็งค่าขึ้น ตามรายได้ภาคท่องเที่ยว โดยประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีจะอยู่ที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”

กลุ่ม SM สะท้อนกำลังซื้อน่าห่วง

สวนทิศทางหนี้เสีย (NPLs) “ดร.กิริฎา” กล่าวว่า ตอนนี้ เอ็นพีแอลอาจยังไม่ปรับขึ้น เพราะแบงก์ชาติออกมาตรการแช่แข็งไว้ แต่สิ่งที่แบงก์พาณิชย์ต้องติดตามคือ สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) หรือสินเชื่อที่มีการผิดชำระเกิน 1 เดือน ซึ่งเห็นสัญญาณปรับตัวขึ้นมามากในช่วงหลังโควิด หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากระดับ 3% ในช่วงก่อนโควิด ขยับมาเป็น 6% ของสัดส่วนเงินให้กู้ยืมทั้งระบบ

“ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะสะท้อนปัญหาของคนไม่มีกำลังมาใช้หนี้ได้ตรงเวลา ฉะนั้นในอนาคตอาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำกัดการบริโภค เพราะคนต้องนำเงินมาชำระหนี้”

“บัตรเครดิต-พีโลน” KTC โตพุ่ง

“ชุติเดช ชยุติ” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบริหารการเงิน เคทีซี กล่าวว่า จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัว ส่งผลบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลขยายตัวมากขึ้น โดยในไตรมาส 1/2566 ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตร (สเปนดิ้ง) ของบริษัทเติบโต 22.5% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โต 17.7% แต่คาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ยอดสเปนดิ้งอาจจะโตต่ำลง จากฐานที่สูงในปีก่อน

“อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าสิ้นปีนี้ยอดสเปนดิ้งจะเข้าเป้าเติบโตเกิน 10% หรืออาจจะโตได้ถึง 15% ซึ่งตอนนี้พยายามกันอยู่ ขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี ส่วนสินเชื่อบุคคล (พีโลน) ถือว่าเติบโตได้ดี ปีนี้ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อบัตรกดเงินสดเคทีซีพราวจะโต 7% ส่วนยอดอนุมัติสินเชื่อเคทีซีพี่เบิ้มรถแลกเงินเพิ่ม 9,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะไม่ให้เกิน 1.8% และตั้งเป้ากำไรสูงกว่า 7,079 ล้านบาท”

บริหารต้นทุน-หั่นอายุหุ้นกู้สั้นลง

ขณะที่การบริหารต้นทุนทางการเงิน ตามที่คาดการณ์ว่า กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ไปอยู่ที่ 2.25% บริษัทได้ปรับระยะเวลาการออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินทุนโดยหันมาออกหุ้นกู้ที่มีระยะเวลาสั้นลง เหลือประมาณ 1-3 ปี จากเดิม 5-10 ปี ซึ่งเมื่อเดือน พ.ค.ได้ออกหุ้นกู้วงเงินราว 4,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 2.9%

“ครึ่งปีหลังจะมีแผนออกหุ้นกู้อีกวงเงิน 4,000-5,000 ล้านบาท ล้อไปตามการเติบโตของสินเชื่อที่ขยายตัวได้ และอาจจะใช้วงเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.6% จึงคาดว่าสิ้นปีน่าจะขยับขึ้นไปอยู่ระดับ 2.7%” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบริหารการเงิน เคทีซีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...