กำลังซื้อฟื้นต่อเนื่อง KTC โกยยอดรูดบัตร
เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน ซึ่งก็มีการมองกันว่า อาจจะกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ทาง “เคทีซี” หรือ บมจ.บัตรกรุงไทย ได้จัดเสวนา “KTC FIT Talks #9 จับตาเศรษฐกิจและธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคครึ่งหลังปี 2566” เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มดังกล่าว
เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง
โดย “ดร.กิริฎา เภาพิจิตร” ผู้อำนวยการ โครงการ TDRI Economic Intelligence Service (EIS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5% เติบโตมากกว่าปี 2565 ที่ขยายตัวแค่ 2.6%
โดยครึ่งปีหลังน่าจะโตดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก 1.รายได้ภาคท่องเที่ยว ที่คาดว่าครึ่งปีหลังจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยดีกว่าครึ่งปีแรก และคาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 29 ล้านคน
2.ภาคส่งออกจะขยายตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากฐานต่ำในปีที่แล้ว และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งช่วยให้ไทยส่งออกไปจีนได้มากขึ้น และ 3.การบริโภคภาคครัวเรือน หรือการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง
“การฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวทำให้การว่างงานลดลง หนุนการสร้างรายได้จากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมโรงแรมภัตตาคาร การก่อสร้าง การค้าขายและการผลิต ฉะนั้นคาดว่าการจ้างงานจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตสูง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น หรือแม้แต่หนี้ครัวเรือนที่สูงเกือบ 87% ของ GDP”
“หนี้ครัวเรือน-การเมือง” เสี่ยง
“ดร.กิริฎา” กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง เป็นปัจจัยจำกัดการบริโภค รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ อาจส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐในปี 2566 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากนัก
“ประเมินหากตั้งรัฐบาลล่าช้า 1-2 เดือน ยังไม่มีผลต่อการลงทุนของต่างชาติมากนัก แต่หากลากยาวไป 5-6 เดือน นักลงทุนต่างชาติก็คงไม่รอ เพราะเขามีความต้องการที่จะลงทุน”
ส่วนทิศทางเงินเฟ้อไทย ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% โดยครึ่งปีหลังระดับเงินเฟ้อน่าจะชะลอลงต่ำกว่า 2% ตามราคาพลังงานที่ลดลง แต่ยังมีแรงกดดันเงินเฟ้ออีกหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนของผู้ผลิตที่ถูกส่งไปยังผู้บริโภคจากการฟื้นตัวด้านอุปสงค์ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยเมื่อเดือน ต.ค. 2565 มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปราว 5% ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นไป 0.25%
เทรนด์ดอกเบี้ยขึ้นต่อ-บาทแข็ง
สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) “ดร.กิริฎา” กล่าวว่า คาดว่าจะขยับขึ้นไปอยู่ในกรอบที่ 2.25-2.50% ในสิ้นปี 2566 หรือมีโอกาสขึ้นได้อีก 1-2 ครั้งจากนี้ จากปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% ซึ่งประเมินตามทิศทางภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะร้อนแรงดีกว่าครึ่งปีแรก
“ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำสุดในอาเซียน ฉะนั้นแบงก์ชาติน่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดไม่ให้เงินไหลออกด้วย แล้วปีหน้าค่อยพิจารณาว่าจะขึ้นต่อหรือคงดอกเบี้ย ส่วนทิศทางค่าเงินบาทในครึ่งปีหลัง ถือว่าเป็นเทรนด์แข็งค่าขึ้น ตามรายได้ภาคท่องเที่ยว โดยประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีจะอยู่ที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”
กลุ่ม SM สะท้อนกำลังซื้อน่าห่วง
สวนทิศทางหนี้เสีย (NPLs) “ดร.กิริฎา” กล่าวว่า ตอนนี้ เอ็นพีแอลอาจยังไม่ปรับขึ้น เพราะแบงก์ชาติออกมาตรการแช่แข็งไว้ แต่สิ่งที่แบงก์พาณิชย์ต้องติดตามคือ สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) หรือสินเชื่อที่มีการผิดชำระเกิน 1 เดือน ซึ่งเห็นสัญญาณปรับตัวขึ้นมามากในช่วงหลังโควิด หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากระดับ 3% ในช่วงก่อนโควิด ขยับมาเป็น 6% ของสัดส่วนเงินให้กู้ยืมทั้งระบบ
“ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะสะท้อนปัญหาของคนไม่มีกำลังมาใช้หนี้ได้ตรงเวลา ฉะนั้นในอนาคตอาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำกัดการบริโภค เพราะคนต้องนำเงินมาชำระหนี้”
“บัตรเครดิต-พีโลน” KTC โตพุ่ง
“ชุติเดช ชยุติ” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบริหารการเงิน เคทีซี กล่าวว่า จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัว ส่งผลบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลขยายตัวมากขึ้น โดยในไตรมาส 1/2566 ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตร (สเปนดิ้ง) ของบริษัทเติบโต 22.5% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โต 17.7% แต่คาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ยอดสเปนดิ้งอาจจะโตต่ำลง จากฐานที่สูงในปีก่อน
“อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าสิ้นปีนี้ยอดสเปนดิ้งจะเข้าเป้าเติบโตเกิน 10% หรืออาจจะโตได้ถึง 15% ซึ่งตอนนี้พยายามกันอยู่ ขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี ส่วนสินเชื่อบุคคล (พีโลน) ถือว่าเติบโตได้ดี ปีนี้ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อบัตรกดเงินสดเคทีซีพราวจะโต 7% ส่วนยอดอนุมัติสินเชื่อเคทีซีพี่เบิ้มรถแลกเงินเพิ่ม 9,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะไม่ให้เกิน 1.8% และตั้งเป้ากำไรสูงกว่า 7,079 ล้านบาท”
บริหารต้นทุน-หั่นอายุหุ้นกู้สั้นลง
ขณะที่การบริหารต้นทุนทางการเงิน ตามที่คาดการณ์ว่า กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ไปอยู่ที่ 2.25% บริษัทได้ปรับระยะเวลาการออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินทุนโดยหันมาออกหุ้นกู้ที่มีระยะเวลาสั้นลง เหลือประมาณ 1-3 ปี จากเดิม 5-10 ปี ซึ่งเมื่อเดือน พ.ค.ได้ออกหุ้นกู้วงเงินราว 4,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 2.9%
“ครึ่งปีหลังจะมีแผนออกหุ้นกู้อีกวงเงิน 4,000-5,000 ล้านบาท ล้อไปตามการเติบโตของสินเชื่อที่ขยายตัวได้ และอาจจะใช้วงเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.6% จึงคาดว่าสิ้นปีน่าจะขยับขึ้นไปอยู่ระดับ 2.7%” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบริหารการเงิน เคทีซีกล่าว