โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สู่แบรนด์เออร์โก้ประกันภัย หลังไทยศรีปิดดีลควบNSI

ทันหุ้น

อัพเดต 14 มิ.ย. 2566 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2566 เวลา 12.01 น.

#ERGO #ทันหุ้น “เออร์โก้” ประกันภัยสัญชาติเยอรมัน-ยุโรป เดินหน้าขยายธุรกิจในไทย หลังส่ง “ไทยศรีประกันภัย” ซื้อ “NSI” ในราคาเกือบ 3 พันล้านบาท พร้อมฤกษ์ดี 7 มิ.ย.66 ปรับแบรนด์ใหม่จาก ไทยศรี สู่ เออร์โก้ หรือ ERGO พร้อมชูแนวคิด การทำประกันภัยให้เป็นเรื่องง่าย

ดร.ทิลล์ โบห์เมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ERGO กล่าวว่า เออร์โกประกันภัย พร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจประกันภัยในไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ ตราสัญลักษณ์ ERGOตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2566ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยที่มีมายาวนานมากว่า 70 ปี มีสำนักงานกว่า 25 ประเทศทั่วโลก จะเข้ามาสนับสนุนการขยายธุรกิจในไทยของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

*เออร์โก บ.ลูกมิวนิกรี

ทั้งนี้ เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น เออร์โก กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจประกันภัยขนาดใหญ่ของ เยอรมันและยุโรป โดย เออร์โก กรุ๊ป เป็นบริษัทลูกของ มิวนิก รี หนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในการรับประกันภัยต่อด้านการประกันภัย และการรับประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง

ซึ่งมิวนิก รี เป็นที่รู้จักในนามของผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง ความมั่นคงทางการเงิน และการเข้าถึงเข้าอกเข้าใจในความเสี่ยงด้านธุรกิจของลูกค้า

โดย เออร์โก กรุ๊ป เข้ามารุกธุรกิจในไทยผ่านการลงทุนในบริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยสัดส่วนราว 40% ส่วนข้อมูลสิ้นสุด 31 มีนาคม 2566 เออร์โก ถือหุ้น อยู่ในสัดส่วน 75%

ต่อมาปี 2565 ไทยศรีประกันภัย ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ NSI ในสัดส่วน 99.47% ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินควบรวมกิจการคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2566 พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ก็ได้ฤกษ์ ที่ ไทยศรีประกันภัย เปลี่ยนชื่อเป็น เออร์โก ประกันภัย (ประเทศไทย)

*เออร์โกพร้อมรุกไทย

ดร.ทิลล์ โบห์เมอร์ กล่าวว่า เออร์โก พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำด้านการบริหารความเสี่ยงด้วยการใช้เครื่องมือผลิตภัณฑ์การประกันภัยทุกประเภทได้อย่าง ภายใต้แนวคิด การทำประกันภัยให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น โดย บริษัทจะเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดในทุกช่วงเวลาของชีวิต เป็นพันธมิตรและเป็นแรงผลักดันไปสู่อนาคต เพราะความเรียบง่ายคือสิ่งสำคัญ

บริษัทมุ่งมั่นและพร้อมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและสร้างผลผลิตทางการเงินและเสริมด้วยเป้าหมายที่จะเป็นกองทัพธุรกิจอันทรงพลัง เพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทประกันภัยระดับแนวหน้าของประเทศไทย โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์อันหลากหลายรูปแบบที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในรูปแบบเฉพาะของตลาดประเทศไทย

ทั้งนี้ นำสินประกันภัย หรือ NSI ได้ส่งงบการเงินสิ้นสุดไตรมาส 1/2566 แจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 ได้มีมติอนุมัติการเพิกถอนหุ้นสามัญของบริษัท ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย ไทยศรีประกันภัย มีความประสงค์จะทำคำเสนอซื้อ (วันที่ 18 มกราคม - 22 มีนาคม 2566) หุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทในราคาหุ้นละ 215.0บาท โดยไทยศรีประกันภัย จะชำระค่าตอบแทนรวมจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 2,988.5 ล้านบาท ให้แก่ NSI

โดยไตรมาส 1/2566 NSI มีเบี้ยรับรวม 739.80 ล้านบาท แยกเป็นประกันรถ 493.48 ล้านบาท และประกันภัยอื่นๆ 246.31 ล้านบาท

*ปิดดีลควักงบ 2.9 พันล.

ทางด้าน ไทยศรีประกันภัย (ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น เออโก้ประกันภัย) แจ้งในรายงานงบการเงินไตรมาส 1/2566 ว่า ในเดือนมกราคม 2566 บริษัท ซื้อหุ้น NSI มาแล้วในสัดส่วน 75.80% คิดเป็นเงิน 2,265.3 ล้านบาท และได้มาซึ่งอำนาจการควบคุม และเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับซื้อหุ้น NSI จำนวน 13.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 99.47% คิดเป็นจำนวนเงินรวม 2,972.6 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทได้จ่ายชำระค่าหุ้นทั้งจำนวนแล้ว

โดยไตรมาสแรกงบเฉพาะกิจการ ไทยศรีประกันภัย มีเบี้ยรับรวม 1,788.14 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม งบการเงินรวม (รวมบริษัทย่อย NSI) บริษัทเบี้ยรับรวมราว 2,521 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...