โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจชีพจร K-CHINA-A กองหุ้นจีน พิมพ์นิยมคนไทย สู้ต่อไป หรือ ขายทิ้ง

Finnomena

อัพเดต 07 ส.ค. 2566 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2566 เวลา 07.59 น. • fruhling

Key Takeaways (คลิกเพื่ออ่านแต่ละส่วนที่สนใจได้เลย)

  • กองจีน ยาสามัญประจำพอร์ตที่คนขยาด แม้ GDP อาจแซงสหรัฐฯ ในปี 2030-2035 แต่เจอวิกฤติมากมาย เช่น วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ การคุมเข้มเทคจีน และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์

  • ทบทวนวิถีการลงทุนแบบ K-CHINA-A ลงทุนในธุรกิจศักยภาพเติบโตเหนือคู่แข่งเน้นหุ้นกลุ่ม New Economy ที่สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลจีน

  • สรุปสถานการณ์ครึ่งแรกปี 2023 จีนเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงิน สงวนท่าทีต่อนโยบายการคลัง จนนักลงทุนผิดหวังและผู้บริโภคยังไม่เชื่อมั่น

  • สินทรัพย์อื่นก็ยังน่าสนใจ นอกเหนือจากหุ้นจีน จากคำแนะนำของ FINNOMENA Investment Team

K-CHINA-A กองทุนจีนพิมพ์นิยมที่หลายคนขยาด?

กองทุนหุ้นจีน น่าจะเป็นยาสามัญประจำพอร์ตของนักลงทุนชาวไทยที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมี ด้วยเหตุผลหลายอย่าง คือ

  • คาดกันว่า GDP จีนจะมีโอกาสแซงสหรัฐฯ ในช่วงปี 2030-2035
  • พลังการบริโภคภายในประเทศ ของประชากร 1,400 ล้านคน ที่ครึ่งหนึ่งเป็นชนชั้นกลาง
  • การเติบโตก้าวกระโดดของบริษัทสายนวัตกรรม เช่น Tencent, Alibaba, Meituan, CATL หรือ BYD
  • ในภาพใกล้เข้ามา จีนเปิดประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2023
  • คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยโลกในปี 2023 - 2024 ที่ 5.5% และ 4.8%

Source: Photographer: Roy Liu/Bloomberg

อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับนักลงทุนไม่น้อย กองทุนจีนเหมือนเป็นยาขมพูดง่าย ๆ คือ มองว่าดีแต่ก็ไม่กล้ากิน โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีหลัง (2021 - 2022) ทั้งนี้ เพราะจีนในช่วงเวลาดังกล่าว สะกดเป็นแต่คำว่า วิกฤติ และ วิกฤติ และ วิกฤติ … เช่น

  • รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดในหลายธุรกิจ เช่น อีคอมเมิร์ซ, คริปโทฯ, กวดวิชา และเกม
  • วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ตั้งต้นมาจากกรณี Evergrande
  • ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ที่เรื้อรังมาตั้งแต่สมัยโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดลุกลามถึงวงการชิปและ AI
    และสิ่งเหล่านี้เองก็กระทบกับพอร์ตการลงทุนเข้าอย่างจัง โดยในกรณีของกองทุน K-CHINA-A มีผลการดำเนินงาน -17.49% นับตั้งแต่ต้นปี (ข้อมูล ณ วันที่ 11/7/2023) ยังไม่นับที่ลงมายาว ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2021 ประเด็นตรงนี้เลยกลายเป็นคำถาม (และความกังวล) ของนักลงทุน ว่ากอง K-CHINA-A ยังไหวอีกไหม ควรสู้ต่อไปหรือขายทิ้งดี วันนี้ FINNOMENA จะพาไปรีเช็กฟอร์ม K-CHINA-Aและชวนมองไปข้างหน้า เพื่อตอบคำถามที่คาใจของนักลงทุนว่าควร ‘สู้หรือหนี’ สำหรับกองจีนยอดฮิตกองนี้

ทบทวนวิถีการลงทุนแบบ K-CHINA-A: ยังเป็นกองที่ใช่ของเราไหม?

ทบทวนกันแบบรวดเร็ว K-CHINA-A หรือ กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน-A เป็นกองทุนที่ลงทุนในบริษัทจีน ผ่านกองทุนแม่ คือ JPMorgan Funds – China Fund โดยมีวิธีการเลือกธุรกิจที่น่าสนใจเข้าพอร์ตการลงทุน คือ

  • เลือกธุรกิจแบบ bottom-up stock
  • คัดเลือกหุ้นโดยเน้นไปที่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
  • เลือกลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างยั่งยืน
  • เน้นหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาของรัฐบาลจีน
  • กองทุนหลักบริหารแบบ active management เพื่อให้ผลประกอบการชนะดัชนีชี้วัด

สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุนนี้ ก็มีกองทุนให้เลือกอยู่ 2 คลาส คือ

  • K-CHINA-A(A)ที่เป็นชนิดสะสมมูลค่า (มีแบบ SSFและ RMFให้เลือกด้วย) และ
  • K-CHINA-A(D)ที่เป็นชนิดจ่ายเงินปันผล

อ่านรีวิวกองทุนเต็ม ๆ : K-CHINA-A(A): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/

เช็กร่างกาย K-CHINA-A: ปี 2023 ถืออะไรอยู่บ้าง?

จากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2023 กองทุนหลักของ K-CHINA-A ยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่ม New Economyที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาของรัฐบาลจีนเหมือนเดิม

10 สินทรัพย์ที่ JPMorgan Funds – China Fund ลงทุนมากที่สุด, source: J.P. Morganas of 31/5/2023

  • ถ้าลองดูในการลงทุน 10 อันดับแรกของกองนี้ก็จะเห็นภาพชัดเจน
  • ที่ตรงนี้แทบถูกสงวนไว้ให้ หุ้นไฮเทคจีน เช่น Tencent, Alibaba, Meituan และ NetEase

การลงทุนของ JPMorgan Funds – China Fund ในหุ้นแต่ละกลุ่ม, source: J.P. Morgan as of 31/5/2023

แค่นั้นไม่พอ ถ้าเราจัดกลุ่มหุ้นแต่ละตัวที่ลงทุนเป็นกลุ่ม จะเห็นได้เลยว่า กองทุนหลักให้ความสำคัญกับกลุ่ม IT เป็นอย่างมากเพราะแม้จะไม่ได้ถือเป็นสัดส่วนมากที่สุด แต่พอเทียบกับ Benchmark (MSCI China 10/40) แล้ว ก็มากกว่าถึง 5.2% ส่วนหุ้นกลุ่มที่กองทุนหลักให้น้ำหนักมากสุด คือ Consumer Discretionary ซึ่งจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการบริโภคภายในของคนจีน

คนลงกองจีนต้องรู้! สรุปสถานการณ์ครึ่งแรกปี 2023 โดย FINNOMENA Investment

สถานการณ์เมื่อเริ่มปี 2023

  • จีนผ่อนคลายการควบคุม COVID-19

  • จีนผ่อนคลายการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงกลุ่ม Big Tech จีน

  • คาดว่าจะส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับปรกติแต่เมื่อผ่านไปครึ่งปี

  • จีนหนุนเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินเป็นหลัก(การเสริมสภาพคล่อง) เท่านั้น เช่น การลดอัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ (RRR), อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF), อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) และการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับธนาคารต่าง ๆ

  • จีนสงวนท่าทีต่อการออกมาตรการทางการคลัง ที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนส่งผลให้

  • นักลงทุนผิดหวังกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ที่หนุนเศรษฐกิจผ่านการเงินอย่างเดียว

  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของจีนและเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้ สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา

  • กองทุน K-CHINA ปรับตัวลง 18.9% นับตั้งแต่เริ่มแนะนำผ่าน MEVT Call by FINNOMENA ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2023 ตามทิศทางตลาดหุ้นจีน

วิเคราะห์ครึ่งหลังปี 2023 โดย FINNOMENA Investment

ปริมาณการเสริมสภาพคล่องของรัฐบาลจีน ปี 2005 - 2023, source: FINNOMENA, Bloomberg as of 19/6/2023

1. จีนเสริมสภาพคล่องครั้งประวัติศาสตร์

  • FINNOMENA Investment Team มองว่า แม้โมเมนตัมการฟื้นตัวภาคเศรษฐกิจชะลอตัว จากการขาดนโยบายการคลัง ผสมกับความผิดหวังของนักลงทุนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จริง ๆ แล้ว มาตรการเสริมสภาพคล่องดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการอัดฉีดครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

คาดการณ์ GDP ของประเทศต่าง ๆ ในปี 2023 และ 2024, source: FINNOMENA, Bloomberg as of 19/6/2023

2. คาดจีนโตเหนือค่าเฉลี่ยโลก

  • การเติบโตทางเศรษฐกิจยังเหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ที่ 5.5% และ 4.8% ในปี 2023 และ 2024
  • การไม่มีนโยบายการคลังในช่วงที่ผ่านมาหมายความว่า จีนจะยังมี Catalyst จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางด้านการคลังในช่วงที่เหลือของปีนี้
  • ความเข้มงวดของรัฐบาลต่อบริษัทเทคโนโลยีลดน้อยลงส่งผลให้ Sentiment ต่อการลงทุนมีทิศทางที่ดีขึ้น

Relative P/E ของดัชนีหุ้นจีนเทียบหุ้นโลก, source: FINNOMENA, Bloomberg as of 19/6/2023

3. หุ้นจีนยังถูก

  • ในเชิง Valuation หุ้นจีนโดยเฉพาะหุ้น All China ถูกกดดันต่อเนื่องกว่า 2 ปี ทำให้หุ้น All China มีความน่าสนใจลงทุนทั้งในแง่ของปัจจัยกดดันที่กำลังผ่อนคลาย และ Valuation ที่ต่ำ
  • Valuation ทั้งในแง่ Relative PE และ Earning Yield Gap อยู่ในระดับที่ถูก
  • Earning Yield Gap บ่งชี้ว่าหุ้นจีนอยู่ในโซนถูก เช่นเดียวกับ Relative P/E เมื่อเทียบกับหุ้นโลก อยู่ในโซน -1 S.D.

คำแนะนำต่อกอง K-CHINA-A สู้ต่อไป หรือ ขายทิ้ง?

ต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ทางการจีนเดินหน้าผ่อนคลายท่าทีต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง แม้โมเมนตัมการฟื้นตัวภาคเศรษฐกิจชะลอตัว จากการขาดนโยบายการคลังเพื่อหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภค นักลงทุนผิดหวังกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ที่หนุนเศรษฐกิจผ่านการเสริมสภาพคล่องเป็นหลัก แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังเหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และมี room to improve ของการฟื้นตัวและกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้ง Valuation อยู่ในระดับที่ถูก ทั้งในแง่ของ Relative PE และ Earning Yield Gap

FINNOMENA Investment Team แนะนำ ทยอยสะสม K-CHINA-A(A)

อ่านมุมมองการลงทุนประจำเดือนกรกฎาคม 2023 โดย FINNOMENA Investment Team แบบเต็ม ๆ ที่นี่

คำแนะนำในกองทุนอื่น โดย FINNOMENA Investment Team สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากกองทุนหุ้นจีนแล้ว ในช่วงครึ่งปีหลัง FINNOMENA Investment Team ยังแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ อีกด้วย แต่จะเป็นสินทรัพย์ชนิดไหน และมีมุมมองอย่างไรบ้าง สามารถติดตามได้ ที่นี่ แหล่งที่มาข้อมูล

คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...