โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีไอทีพัฒนาระบบ AI ช่วยวิเคราะห์แหล่งกำเนิดอัญมณี เพิ่มมูลค่าสินค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ส.ค. 2565 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2565 เวลา 05.58 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ เดินหน้าพัฒนาระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์แหล่งกำเนิดอัญมณี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายอัญมณี และเพิ่มมูลค่า ช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบ และแก้ปัญหาการขาดแคลนนักอัญมณีศาสตร์ลงได้

วันที่ 15 สิงหาคม 2565 นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT ได้สร้างนวัตกรรมด้านการตรวจสอบอัญมณี โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบ และการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นการยกระดับงานวิจัยให้เหนือกว่า และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับวงการอัญมณีโลก

โดยการใช้ระบบ AI (Artificial Intelligence) มาช่วยในการตัดสินว่าอัญมณีที่ทำการตรวจสอบนั้น มาจากประเทศใด แหล่งใด อันเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับผู้ครอบครองอัญมณี และเพิ่มมูลค่าให้กับวงการอัญมณีและเครื่องประดับ ที่มีความนิยมการเลือกซื้อ เลือกใช้อัญมณีเฉพาะแหล่ง

“การตรวจสอบอัญมณีจากนี้ไป จะเป็นการรวบรวมข้อมูลอัญมณีจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างจำนวนมาก ทำให้ยิ่งเกิดความแม่นยำในการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดของอัญมณีนั้น ๆ และเทียบได้กับการใช้ประสบการณ์และความสามารถของอัญมณีศาสตร์ที่ต้องสั่งสมมาเป็นระยะเวลานานหลาย ๆ ปี และมีความแม่นยำ ทำให้เกิดการซื้อขายอย่างมั่นใจ และได้อัญมณีจากแหล่งกำเนิดที่ต้องการ

โดยคาดว่าในอนาคตการใช้ระบบ AI จะเป็นระบบหลักที่เทียบเคียงกับการใช้นักอัญมณีศาสตร์ที่มีประสบการณ์หลายปี ช่วยทดแทนการขาดแคลนนักอัญมณีศาสตร์และลดระยะเวลาในการตรวจวิเคราะห์อัญมณีแต่ละเม็ดได้อย่างมาก” นายสุเมธกล่าว

นายสุเมธกล่าวอีกว่า การซื้อขายอัญมณีในปัจจุบัน หากมีการระบุแหล่งกำเนิดของอัญมณีในใบรับรองอัญมณี จะได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากส่งผลต่อมูลค่าของอัญมณี แต่ที่ผ่านมา การระบุแหล่งกำเนิด ต้องใช้ข้อมูลทั้งองค์ประกอบทางเคมีและลักษณะทางสเปกโทรสโกปีที่ได้จากการวิเคราะห์ของเครื่องมือขั้นสูงมาประกอบการพิจารณา

ซึ่งมีข้อมูลจำนวนมากและมีความซับซ้อนในการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ แต่การนำ AI มาช่วยในการจัดกลุ่มของข้อมูลแหล่งกำเนิดอัญมณีต่าง ๆ จะทำให้สามารถระบุแหล่งกำเนิดที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการออกใบรับรองอัญมณี

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2563 GIT ได้เริ่มจัดทำระบบฐานข้อมูลแหล่งกำเนิดพลอยทับทิม ต่อมาปี 2564 ได้จัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พลอยไพลิน และปี 2565 ได้จัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พลอยมรกต และปีต่อ ๆ ไป ตั้งเป้าขยายขอบเขตไปยังพลอยชนิดอื่น ๆ ซึ่งหากมีข้อมูลพลอยและอัญมณีครบทั้งหมด จะช่วยทำให้สามารถวิเคราะห์แหล่งกำเนิดอัญมณีได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น สามารถนำมาระบุไว้ในใบรับรอง ทำให้เกิดการซื้อขายได้เร็วขึ้น สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยมีการหมุนเวียน และสนับสนุนการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...