โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสถียร นำทัพ CBG ลงทุน เมินดอกเบี้ยขาขึ้น-มั่นใจเศรษฐกิจดีดกลับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2565 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2565 เวลา 02.39 น.

วิกฤตเศรษฐกิจทั้งเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นที่ลากยาวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2565 ทำให้ทุกฝ่ายทั้งประชาชนและภาคธุรกิจต่างชะลอการรับจ่ายและลงทุนโครงการต่าง ๆ ด้วยความกังวลกับกำลังซื้อของลูกค้าและดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นโดยไม่ทีท่าจะคลี่คลาย

สำหรับ “เสถียร เสถียรธรรมะ” หัวเรือใหญ่ของ“คาราบาว กรุ๊ป” ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังและผู้บริหาร 3 เชนร้านค้าปลีก ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต, ซีเจ มอร์ และร้านถูกดีมีมาตรฐาน เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ยังเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจทั้งเครื่องดื่มที่เป็นธุรกิจหลัก เชนร้านค้าปลีก และเครือข่ายโลจิสติกส์ ทั้งเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของแผนเกษียณตัวเองในอีก 3-4 ปีข้างหน้าอีกด้วย

โดย “เสถียร เสถียรธรรมะ” กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปและเป้าหมายของการตัดสินใจลงทุนแบบสวนกระแสเศรษฐกิจนี้ภายในงาน “ถอดรหัสลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น” ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ”

เห็นสัญญาณเศรษฐกิจดีดกลับ

หัวเรือใหญ่ของคาราบาว กรุ๊ป กล่าวว่า แม้ครึ่งแรกของปี 2565 ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนจะหนักหนาจนกำไรของบริษัทต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่ช่วงไตรมาสสามนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบอย่างอะลูมิเนียมที่ลดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงพีก เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ที่ราคาเป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการเปิดประเทศทำให้ธุรกิจขยายตัว ผู้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น ส่วนสถานการณ์สงครามในยุโรปแม้จะยืดเยื้อ คงไม่ส่งกระทบกับไทยมากนักเพราะระยะทางที่ห่างไกล

ทำให้เชื่อว่า ช่วงที่เหลือของปี 2565 เศรษฐกิจไทยจะดีกว่าครึ่งปีแรก เช่นเดียวกับผลประกอบการของบริษัทที่น่าจะเพิ่มขึ้นได้ จึงเดินหน้าขยายธุรกิจแบบรอบด้าน ตามยุทธศาสตร์เชื่อมโยงทุกสาขาธุรกิจในคาราบาวกรุ๊ปเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิตที่มีเครื่องดื่มของคาราบาวตะวันแดง และสินค้าอุปโภคบริโภคอีกกว่า 200 รายการของสหมิตร การจัดจำหน่ายด้วยทัพรถเงินสดมากกว่า 300 คัน ศูนย์กระจายสินค้า 31 แห่ง ที่ส่งสินค้าให้กว่า 1.7 แสนร้านค้า รวมถึงเครือข่ายร้านซีเจฯ 800 สาขา และร้านถูกดีฯ 5,000 สาขา ด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

พร้อมเน้นความยืดหยุ่นในการตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพื่อรับมือความเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนจากการรับมือโควิด-19 และผลกระทบจากสงครามในยุโรปในช่วงที่ผ่านมา

“การทำธุรกิจในยุคนี้ เรื่องไหนที่ตัดสินใจไปแล้ว แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนก็ต้องนำมาทบทวนใหม่ได้ตลอด เพราะแม้ตอนแรกจะมั่นใจว่าตัดสินใจถูก แต่จะยึดติดว่ามันจะถูกตลอดไปไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับคอร์แวลูของบริษัท คือ รู้แจ้งทำจริง ถูกต้องแม่นยำ ปรับเปลี่ยนเรียนรู้ ยืดหยุ่นพลิกแพลง”

ย้ำ “ค้าปลีก” กุญแจสำคัญ

“เสถียร” กล่าวต่อไปว่า ธุรกิจค้าปลีกถือเป็นกระดูกสันหลังของยุทธศาสตร์นี้ ด้วยการมีซีเจฯ เจาะระดับตำบล-อำเภอ ส่วนร้านถูกดีฯ เจาะลึกถึงระดับหมู่บ้าน พร้อมใช้เทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพจากจุดขายสินค้า (point of sale) เป็นจุดให้บริการ (point of service) ก่อนจะต่อยอดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน (point of everything) โดยเปิดโมเดลพรีออร์เดอร์สินค้า “ถูกดีสั่งได้” ให้ลูกค้าร้านถูกดีฯ ซึ่งเป็นโชห่วยและมีสินค้าประมาณ 2 พัน-3 พันรายการ สามารถสั่งสินค้า 1.2 หมื่นรายการจากพอร์ตของบริษัทได้ และเริ่มทดลองบริการให้สินเชื่อรายย่อยด้วยความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างโอกาสเพิ่มรายได้

รวมถึงยืดหยุ่นให้ร้านสามารถซื้อสินค้าบางชนิด เช่น น้ำดื่ม น้ำแข็ง ไข่ไก่จากซัพพลายเออร์ท้องถิ่นได้ในกรณีที่ซื้อจากบริษัทไปขายแล้วกำไรน้อยกว่า โดยบริษัทได้เข้าไปคุยกับซัพพลายเออร์ท้องทิ่น เช่น ผู้ผลิตน้ำดื่ม โรงสี เพื่อให้ส่งสินค้ามาขายในร้านถูกดีฯ อีกด้วย

หลังจากที่ผ่านมาการสนับสนุนอย่างสินค้า เทคโนโลยี และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทำให้หลายร้านมียอดขายเพิ่มจากระดับ 2-5 พันบาท เป็นเฉลี่ย 1.3 หมื่นบาท โดยมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะขยายร้านถูกดีฯให้ได้ 8 พัน-1 หมื่นร้าน และอนาคตอีก 3-4 ปีจะมีได้ถึง 30,000-40,000 ร้านค้า

“หลังจากเข้ามาทำร้านถูกดีฯ ทำให้รู้ว่า พลังของความเป็นเจ้าของนั้นเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายมาก สะท้อนจากความทุ่มเทของเจ้าของร้านถูกดีฯที่แข็งขันมาก ต่างจากร้านซีเจฯ ที่แค่ตามพนักงานมาเปิดร้านตอนเช้าให้ได้ก็ทำให้ปวดหัวแล้ว”

ลงทุนเปิดสาขา-คลังสินค้า

ส่วนเชน ซีเจฯ ก็ไปในทิศทางเดียวกันคือใช้แนวคิด “morethan supermarket morethan anyone” โดยมุ่งขยายโมเดล ซีเจมอร์ (CJ More) ในพื้นที่ต่างจังหวัดวางโพซิชั่นให้เป็นศูนย์การค้าย่อม ๆ โดยเปิดให้ผู้ค้าท้องถิ่น เช่น ร้านอาหารเข้ามาใช้พื้นที่ขายได้ฟรี ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะเราใจดี แต่เป็นกลยุทธ์วิน-วิน คือ ผู้ค้ามาช่วยสร้างทราฟฟิก ให้คนเข้ามาทานอาหารแล้วก็ซื้อสินค้าของเราไปด้วย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนต่างจังหวัด

จากนี้จะรุกภาคอีสาน เช่น ขอนแก่น ชัยภูมิ ตามแผนขยาย 250-300 สาขาต่อปี หลังตอนนี้โคราชมีประมาณ 60 สาขา

ส่วนทั่วประเทศแบ่งเป็น กทม.ปริมณฑล 200 สาขา จังหวัดอื่น ๆ 600 สาขา ส่วนยอดขายปีนี้น่าจะ 3 หมื่นล้านบาท ปลาย ๆ หลังปี 2564 มียอดขาย 2.9 หมื่นล้านบาทแล้ว ก่อนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2566 เพราะค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก พร้อมกันนี้จะขยายคลังสินค้าขนาด 5 หมื่นตารางเมตรเพิ่มอีก 10 แห่ง เพื่อรองรับการขยายสาขาของทั้ง 2 แบรนด์ โดยเริ่มก่อสร้างไปแล้ว 2-3 แห่ง

สำหรับธุรกิจผลิตสินค้าจะเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่องทั้งเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค ประเดิมด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง คันโซX2 ชูเรื่องบำรุงตับ ที่เปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามด้วยเครื่องดื่มใหม่อีกตัวช่วงปลายปี รวมถึงเตรียมเปิดตัวเบียร์ในช่วงปลายปีเช่นกัน ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคโอว์นแบรนด์ของบริษัทสหมิตร จะเพิ่มความหลากหลายให้มากขึ้นอีกตามเป้าเป็น king of product ที่มีสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานครบครันเพื่อเป็นตัวเลือกของผู้บริโภค และหนุนธุรกิจร้านซีเจฯ และถูกดีฯ ไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาราบาวกรุ๊ป ยังได้เผยถึงแผนเกษียณที่วางกำหนดการไว้ในอีก 3-4 ปีว่า จากประสบการณ์ทำธุรกิจมาตลอดชีวิต การวางแผนเกษียณนั้นเป็นเรื่องยากที่สุด เพราะเมื่อกำหนดวันแล้ว วันมันลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เราต้องทำองค์กรให้มารองรับเรา

“งานสร้างองค์กรหรือก็คืองานสร้างคน นั้นมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เยอะมาก จึงเป็นงานที่ยากที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ทำให้คาราบาวแดงเติบโต หรือ CJ เปิดได้ 250 สาขาต่อปี อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จจึงจะเกษียณได้ โดยยังวางแผนอย่างมั่นคงแน่วแน่ที่จะเกษียณใน 3-4 ปีข้างหน้าแน่นอน” แม่ทัพใหญ่ คาราบาว กรุ๊ป ย้ำในตอนท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...