เบื้องหลัง AI สัญชาติไทย ท้าชนมาแล้วทุกปัญหา
Techhub insight พาไปดูเบื้องหลังของ ทราฟฟี่ ฟองดูว์(Traffy Fondue) แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง ที่ใช้AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทำให้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
ฟุตบาทพังเสียหาย สายไฟรกรุงรัง ทุกปัญหาที่ถูกแจ้งเข้ามาผ่านLINE จะถูกวิเคราะห์ แยกแยะ ด้วยฝีมือAI จุดไหนที่แก้ไขได้ทันที ปัญหาไหนต้องใช้อำนาจตัดสินใจ รอจัดสรรงบประมาณ ด้วยความสามารถของAI ทำให้กรุงเทพ รับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาได้มากขึ้นถึง8 เท่า หรือมากกว่า2 แสนเรื่อง ในเวลาเพียง6 เดือน
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สวทช.) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ มาจากวิจัยและพัฒนาด้านจราจรอัจฉริยะ เมื่อ16 ปีก่อน ตั้งแต่ยุคที่Google Map ในประเทศไทยยังไม่มีฟีเจอร์บอกสภาพจราจร
โจทย์ในการวิจัยของกลุ่มห้องปฏิบัติการขนส่งจราจรอัจฉริยะในยุคนั้น เริ่มจาการเอาแผนที่Google Map มาใส่เส้นสี เพิ่มระดับความติดขัด โดยดึงข้อมูลจาก กทม. เข้ามาใส่อยู่บนแผนที่ ทำให้คนเห็นว่าถนนเส้นไหนมีระดับความติดขัดมากน้อยอย่างไร นั่นคือจุดเริ่มต้นของTraffy ที่แปลงมาจากคำว่าTraffic
“จุดเริ่มต้นนั้นทำให้ประเทศไทยมีระบบจราจรบนหน้าเว็บใช้งานตั้งแต่ยุคที่โทรศัพท์มือถือยังเป็นระบบใช้จาวาJ2ME เป็นซิมเบียนในยุคที่โนเกียโด่งดังจนพัฒนามาเป็นiOS และAndroid ในตอนนี้” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มTraffy Fondue เล่า
หลังจากที่ทำวิจัยเรื่องจราจรมาระยะหนึ่ง คำว่าขนส่งและจราจรอัจฉริยะได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นส่วนหนึ่งของSmart City เมืองอัจฉริยะ ในส่วนSmart Mobility ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ขนส่ง จราจร และการเดินทาง ซึ่งหนึ่งในโจทย์ใหม่ที่ทีมวิจัยได้รับคือการเข้าไปแก้ปัญหาขยะให้กับ เทศบาลป่าตอง ภูเก็ต จังหวัดนำร่องที่ต้องการเปลี่ยนตัวเองเป็นเมืองอัจฉริยะ
ขยะล้นเมืองที่เคยเป็นปัญหาท้าทายของเมืองท่องเที่ยว ทั้งการจัดเก็บ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่งกลิ่นเหม็นและมีผลต่อภาพลักษณะ มีความต้องการระบบไอทีเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ด้านการจัดการ
“คนทั่วไปกว่า90% มีโทรศัพท์มือถือที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ถ้าเรามีแอปพลิเคชั่นที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงปัญหานี้ได้คนน่าจะอยากใช้ ทีมวิจัยเลยตัดสินใจทำเป็นแอปที่ชื่อว่าTraffy Fondue เริ่มใช้เป็นครั้งแรกที่เทศบาลป่าตอง”
ทีมวิจัยจากเนคเทคได้เข้าไปพัฒนาแพลตฟอร์มTrafy Waste ระบบติดเซนเซอร์ที่รถขยะ ช่วยให้รู้ได้ทันทีว่า เทศบาล หรือ อบต. นั้นมีจัดเก็บขยะอยู่กี่จุด และแต่ละจุดมีระยะเวลา และช่วงเวลาจัดเก็บอย่างไร โดยระบบสามารถบอกผู้ใช้งานได้โดยการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือหากเกิดเหตุผิดพลาด ระบบก็สามารถแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ ทำให้กระบวนการจัดเก็บขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
: แพลตฟอร์มพลิกโฉมเมือง
จากจุดเริ่มต้นมาจนถึงวันที่ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ไม่ได้จำกัดแต่การจัดการปัญหาขยะ แต่กลายมาเป็นแพลตฟอร์มพลิกโฉมบริหารจัดการเมือง ช่องทางรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชนที่รองรับทุกปัญหา ไม่ว่าจะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ฟุตบาทพัง มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศร สายไฟระโยงระยาง ปัญหาใดๆ ของเมืองก็สามารถแจ้งเข้ามาได้
ดร.วสันต์ บอกว่า ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ ตามโจทย์ที่ได้รับจนสามารถใช้งานร่วมกับกับเทศบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ กว่า2,800 แห่ง โดยเมืองที่ทำให้แพลตฟอร์มเป็นที่รู้จักคือ กรุงเทพมหานคร ในยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่มีความจริงจังและตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเมืองที่สะสมมานาน
หลังจากที่ กทม. เริ่มให้ทุกเขต ทุกสำนักเข้ามาใช้งาน ทราฟฟี่ ฟองดูว์ เพียงเดือนแรกเจ้าหน้าที่แต่ละเขตสามารถเข้าถึงปัญหาจากจุดบนHeat map และแก้ไขได้ทันทีสำหรับปัญหาที่จัดการได้ ส่วนปัญหาใหญ่ที่ต้องการอำนาจตัดสินใจ รอประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือต้องการงบประมาณAI จะช่วยแยกแยะสถานะของปัญหาให้เป็นหมวดหมู่
AI ที่ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ พัฒนาขึ้น ทำได้ตั้งแต่โจทย์ง่าย ไปจนถึงโจทย์ที่ซับซ้อนมากๆ โดยเลือกที่จะเปลี่ยนจากการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น มาเชื่อมต่อผ่านLINE ที่ใช้งานง่าย และผู้ใช้มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีโดยไม่ต้องลงโปรแกรมใหม่ อีกทั้งเป็นระบบถามตอบ ที่สามารถระบุรายละเอียดปัญหา แชร์ตำแหน่งที่ชัดเจน และส่งรูปภาพหน้างานเข้ามาได้ ทำให้ง่ายสำหรับคนแจ้ง และเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจจัดการปัญหา และสามารถแจ้งเตือนความก้าวหน้าให้กับผู้แจ้งปัญหาทุกครั้งที่มีการอัปเดตในระบบ
“AI คือความฉลาดที่ปกติอยู่ที่คนแต่เราไปให้คอมพิวเตอร์ฉลาดขึ้นใกล้เคียงกับคน จากช่วงเวลาปกติที่ก ทม. จะรับแจ้งปัญหาผ่านช่องทางต่างๆ กว่า1 แสนเรื่องในแต่ละปี หลังจากที่มีแพลตฟอร์มเพิ่มเข้ามาทำให้สามารถรับเรื่องร้องเรียนได้มากถึง2 แสนเรื่อง ในระยะเวลาเพียง6 เดือนหรือเพิ่มขึ้นถึง8 เท่า”
ดร.วสันต์ ยอมรับว่าความสำเร็จของ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ เกิดจากความเข้าใจผู้ใช้งาน ผู้แจ้ง ผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ดีกว่าทำไปแล้วไม่ตอบโจทย์ หลังจากนี้ยังคงมีโจทย์ท้าทายเข้ามาอีกมากที่ต้องพัฒนาต่อเพื่อรับกับความต้องการใหม่ๆ ที่มีความสำคัญและเร่งด่วน
อนาคตเขาหวังว่า ทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะได้ใช้งานทราฟฟี่ ฟองดูว์ ที่เข้ามาช่วยให้เจ้าที่ทำงานได้ง่ายขึ้น ข้อมูลที่มีสามารถใช้บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีระบบ และยั่งยืน เช่น ถ้าพบขุดที่ฝาท่อแตกซ้ำทุก3 เดือน อาจต้องหันกลับมามองว่าปัญหาอยู่ที่วัสดุที่ใช้หรือสาเหตุอะไรกันแน่ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด จากฐานข้อมูลสถิติที่ผ่านการวิเคราะห์
: เทคโนโลยีแห่งความหวัง
อนาคตAI จะทำได้เก่งเท่าคนมากขึ้นเรื่อยๆ หรือสุดท้ายอาจจะเก่งกว่าคนก็เป็นได้ เพราะล่าสุดแชตบอตอัจฉริยะอย่างChaGPT ของOpenAI ก็เพิ่งได้รับเงินสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ถึง3 แสนล้านบาท อีกทั้งสอบผ่าน นักกฏหมาย แพทย์ และบัญชีในอเมริกา
ดร.วสันต์ มองว่า นี่คือจุดตั้งต้นไม่ใช่จุดสุดท้าย ในฝั่งนักวิจัยAI เข้ามาช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น เช่น ช่วยหาโค้ด เขียนอัลกอรีทึมอะไรบางอย่างได้ จากเดิมที่ต้องใช้เวลาค้นหาผ่านเว็บไซต์ เปลี่ยนมาถามAI ก็ได้คำตอบในทันที แต่ถ้าต่อไปใครที่ใช้เครื่องมือไม่เป็น ไม่เก่ง อาจจะกลายเป็นคนที่ด้อยกว่า หรือทำได้ไม่ดีเท่าก็อาจจะถูกแทนที่ได้
สุดท้ายในฐานะนักพัฒนาAI เขามองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาแห่งอนาคต ที่มีความต้องการมากขึ้น โดยที่ความรู้ไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะสามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ต้องเสียเงิน อุปสรรคสำคัญอยู่ที่เวลาที่ทุ่มเทให้กับมัน
เขามองว่าโจทย์ความต้องการใช้งานAI มีอยู่ทั่วโลก ไม่ได้จำกัดแค่ในไทยเท่านั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่างGoogle และApple เองก็เริ่มกันมาพัฒนาเทคโนโลยีAI โดยเชื่อว่าในอีก1-2 ปี จะได้เห็นการใช้งานAI ในหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ และต่อยอดได้มากขึ้น
⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน
กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th