สืบสวนภาค 2 รวบเครือข่าย "ลอย วิทยา"ขนยาเสพติดส่งออกทางทะล
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 นำกำลัง บก.สส.ภ.2 ร่วมกับชุดปฏิบัติการยาเสพติด ภ.2, จนท.ปปส.ภ.2, จนท.ปปส.ภ.7 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดเครือข่าย “เจี๊ยบ เลาขวัญ” ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี รวม 3 จุด จับกุมนายนิวัฒน์ หรือปุ้ย กรสา อายุ 34ปี นางชนันท์กานต์ หรือเจี๊ยบ มูราตะ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ความผิดฐาน “ร่วมกันสนับสนุน หรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ” และนายสิดทิพน หรือโพน สงสากิด อายุ 25 ปี สัญชาติลาว พร้อมของกลางคีตามีน 3 ถุง น้ำหนักรวม 6.10 กรัม โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยกล่าวหาว่าจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และเป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติลาว) หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ที่ บริเวณบ้านเลขที่ 304/2 หมู่ 4 ต.เลาขวัญ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระความผิดเกี่ยว พ.ร.บ.ยาเสพติด 1.บ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้น พร้อมที่ดิน 2.รถยนต์ 3 คัน 3.ทองรูปพรรณ และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น เครื่องประดับ, ไอแพด, โทรศัพท์เคลื่อนที่ ฯลฯ และ 4.หมู 19 ตัว รวมทรัพย์สินตรวจยึดมูลค่าประมาณ 3,667,100 บาท
พล.ต.ต.ธีระชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วง วันที่ 3-8 มี.ค.63 คดีแรก สภ.เกาะกูด ภ.จว.ตราด ตรวจพบยาเสพติด ไอซ์ ลอยทะเล ประมาณ 540 กก. ต่อมา ศอ.ปส.ภ.2 สืบสวนและวิเคราะห์ที่มาและเส้นทางการลําเลียงยาไอซ์ล็อตดังกล่าวทราบว่ายาเสพติดดังกล่าว มีการขนส่งลําเลียงทางเรือ จากประเทศกัมพูชา เพื่อส่งออกไปยัง ประเทศที่ 3 แต่ไปไม่ถึงปลายทาง เนื่องจากเรือที่บรรทุกอาจเกิดอุบัติเหตุ หรือกลัวเจ้าหน้าที่ตรวจค้นระหว่าง ขนส่ง จึงทิ้งลงทะเล จึงเป็นสาเหตุให้พบยาเสพติดลอยในทะเลอ่าวไทย
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2563 สภ.คลองลึก จับกุมนายสมทรง เขียวกะแล พร้อมด้วย น.ส.อรอุมา กุหลาบ ภรรยา ข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” พร้อม ด้วยของกลาง ยาไอซ์ 29 กิโลกรัม ขยายผลทราบว่ายาเสพติดของกลางเป็นของนายอุเทน สองบัว อยู่ ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ว่าจ้างผู้ต้องหา 5,000 บาท ให้นํายาเสพติดไปส่งมอบให้กับนายหงอก ชาวกัมพูชา ในฝั่งกัมพูชาแต่ถูกตํารวจจับกุมได้ก่อนนํายาเสพติดข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา
พล.ต.ต.ธีรชัยกล่าวอีกว่า ต่อมาจับกุม นายอุเทน และ น.ส.จันมะณี สุรภาสภิญโญ ข้อหา “ร่วมกันครอบครองเพื่อ จําหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) โดยผิดกฎหมาย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตการฯ พ.ศ.2534 จํานวน 10 ล้านบาทเศษ สืบสวนทราบว่าการกระทําความผิดของนายอุเทน กับพวกเป็นการกระทําความผิดลักษณะ องค์กรอาชญากรรมเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมีนายพันธ์เทพ หรือลอย วิทยา อายุ 47 ปี และ น.ส.อุไรวรรณ พาผล (ภรรยา) อายุ 24 ปี เป็นผู้สั่งการให้นายอุเทน กับพวก ไปรับยาเสพติดมาเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในเครือข่าย และรับเงินเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดจากลูกค้า นําเข้าบัญชีธนาคารชื่อบุคคลอื่น (บัญชีม้า) และเบิกถอนเงินสด หรือโอน เงินค่ายาเสพติดให้กับนายพันธ์เทพ ตามคําสั่งนายพันธ์เทพ และ น.ส.อุไรวรรณ ต่อมาทาง ศอ.ปส.ภ.2 พร้อม ชุดขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายสําคัญ บก.สส.ภ.2 และ ภ.จว.สระแก้ว รวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจค้น/ตรวจยึด และสอบปากคําพยานบุคคล เสนอต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ขออนุมัติ จับกุมนายพันธ์เทพ และ น.ส.อุไรวรรณ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ พ.ศ.2534 ข้อหา “สมคบ กันกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบ” ต่อมาศาลจังหวัดสระแก้วอนุมัติหมายจับนายพันธ์เทพ กับ น.ส.อุไรวรรณ แต่ทั้งสองหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา
คดีที่ 3 วันที่ 5 ม.ค.64 ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ภ.จว.จันทบุรี จับกุมนายเกรียงไกร หรือถัง บุญชนัง อายุ 21 ปี กับพวกรวม 3 คน ข้อหา “ร่วมกันพยายาม ส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกัน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวมประมาณ 40 กิโลกรัม ได้ที่ บริเวณแนวชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชา พื้นที่บ้านแหลม หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จว. จันทบุรี โดยผู้ต้องหาทั้งสามรับสารภาพว่า ยาเสพติดของกลาง พวกตน รับจ้างจาก นายพันธ์เทพ ให้นํายาเสพติดของกลางส่งออกไปให้แก่ลูกค้าในประเทศกัมพูชา โดยรับค่าจ้าง 50,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดขยายผล ศอ.ปส.ภ.2 และ บก.สส.ภ.2 ตรวจสอบพบข้อความการสนทนาในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” ในโทรศัพท์ของนายเกรียงไกร สนทนาและติดต่อระหว่างนายพันธ์เทพ กับนายเกรียงไกร อีกทั้งยังพบหลักฐานการโอนเงินธนาคารแห่งหนึ่งชื่อบัญชี นางจันทรา พรหมวงค์ เป็นค่าจ้างในการส่งยาเสพติด 9,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผล พบว่าคดีที่ 2 และ คดีที่ 3 เป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยมีนายพันธ์เทพ เป็นหัวหน้าเครือข่ายระดับสั่งการ
คดีที่ 4 วันที่ 6 ธ.ค.64 ตํารวจ สภ.คลองหาด รับแจ้งจาก น.ส.แสวง เจริญสุข อายุ 61 ปี ขณะที่กําลังตัดอยู่บริเวณหลังบ้านเห็นฝาปิดบ่อเกรอะเปิดอยู่จึงไปดูพบว่ามีกระสอบถุงปุ๋ยอยู่ภายในเกรงว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตํารวจมาตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ยดังกล่าวซุกซ่อนยาไอซ์ 50 กิโลกรัม จึงตรวจยึดไว้ จากการสืบสวนทราบว่านายณรงค์ฤทธิ์ หรือโย เจริญสุข (ลูกน้องคนสนิทนายพันธ์เทพ) เป็นผู้นํายาเสพติดดังกล่าวมาเก็บซุกซ่อนไว้เพื่อลําเลียงส่งไปยังประเทศกัมพูชา
คดีที่ 5 เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.65 ตํารวจกัมพูชาสกัดจับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เขตจรวยจังวา กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งขับรถยนต์ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตํารวจและเกิดการยิงต่อสู้กันหนึ่งในคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญถึงแก่ความตายตรวจสอบทราบชื่อนายณัฐพงศ์ พลขันธ์ และได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือนายพันเทพ ถูกจับกุมอีก 2 คน คือ นายณรงค์ฤทธิ์ หรือโย เจริญสุข และนายเกรียงศักดิ์ มฤกุล พร้อมของกลางยาไอซ์ 20 กก. สอบสวนนายณรงค์ฤทธิ์ ให้การว่าร่วมกันกับนายพันธ์เทพ ขนยาไอซ์จากจังหวัดพระตระบอง ประเทศกัมพูชา เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าที่ถนนแก้วจินดา แขวงจรวยจังวา เขต จรวยจังวา กรุงพนมเปญ และให้การว่าร่วมกันกับนายพันธ์เทพ ไปส่งยาเสพติดให้กับหญิงชาวจีน ที่กรุงพนมเปญ มาแล้วหลายครั้ง
พล.ต.ต.ธีระชัยกล่าวว่า จากข้อมูลที่มีการตรวจยึดและจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทั้ง 5 คดี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 (ในขณะนั้น) มีคําสั่ง ที่ 284/2564 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ตั้งชุดสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อจับกุมเครือข่ายนายพันธ์เทพ ตามนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาลชุดสืบสวนขยายผล ศอ.ปส.ภ.2 จึงวิเคราะห์เส้นทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดนายพันธ์เทพ พบว่ามีบุคคลที่ทําหน้าจัดหายาเสพติดจากประเทศเมียนมา ส่งต่อให้กับนายพันธ์เทพ ลักลอบขนส่งยาเสพติด ผ่านประเทศไทย นําออกตามแนวชายแดนจังหวัด จันทบุรี และสระแก้ว ส่งให้กับนายทุนในประเทศกัมพูชา เพื่อขนส่งลําเลียงยาเสพติดทางทะเลไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป ผลการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ตรวจค้น/ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ นายพันธ์เทพ จํานวน 21 เป้าหมาย ยึดทรัพย์ 5 ล้านบาทเศษ
จากนั้นวันที่ 2 มีนาคม จึงตรวจค้นยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ นายพันธ์เทพ เพิ่มเติมอีก 2 คน 3 เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1 เป้าหมาย และกาญจนบุรี 2 เป้าหมาย จึงจับกุมบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ดังกล่าวซึ่งจะนําข้อมูลที่ได้จากการจับกุมตรวจค้นครั้งนี้ขยายผลถึงตัวนายทุนเครือข่ายนี้ต่อไป