เคล็บไม่ลับ! 6 อาหารช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
BRIGHTTV.CO.TH
อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 07.38 น. • Bright Todayสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โภชนาการก็สำคัญ แนะ! 6 อาหารช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ออกมาแนะนำ 6 อาหารช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพราะ หัวใจ คือ อวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย การจะมีสุขภาพดีได้ หัวใจต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด การควบคุมไม่ให้กินอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือมากเกินไป
6 อาหารช่วยบำรุงหัวใจ
1. น้ำมันปลา (Fish Oil)
น้ำมันปลา มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของปลา ยกเว้นเฉพาะส่วนตับ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง และ โอเมก้า-3 ที่สำคัญ 2 ชนิด คือ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) ที่พบมากในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาเทร้าท์ และปลาแมคเคอเรลหรือกลุ่มปลาทู
โดยปริมาณแนะนำสำหรับการรับประทานกรดไขมันโอเมก้า-3 คือ ประมาณ 300 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือกินปลาทะเลทั้งตัวสัปดาห์ละ 2 มื้อ แต่ทั้งนี้การกินปลาทะเล ควรระวังเรื่องของโลหะหนักและสารพิษที่แฝงมากับปลาทะเลบางชนิด หรือสะดวกกว่านั้น อาจเลือกทดแทนเป็นอาหารเสริมในรูปแบบน้ำมันปลาคุณภาพก็ได้เช่นกัน
2. เลซิติน (Lecithin)
เลซิติน มีลักษณะเป็นสารอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) มีหน้าที่ทำให้ไขมันแขวนลอยในน้ำได้ดีขึ้น และยังเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งสามารถพบได้จากอาหารต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่แดง ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง จมูกข้าวสาลี และพิเศษไปกว่านั้น ร่างกายของเรายังสามารถผลิตเลซิตินขึ้นได้เอง ผ่านอวัยวะอย่างตับ โดยมีสารตั้งต้นที่ช่วยให้ร่างกายผลิตเลซิติน อย่างเช่น กรดไขมันจำเป็นและวิตามินบี
3. กระเทียม (Garlic)
โดยการบริโภคกระเทียมให้ได้ผล ควรเป็นกระเทียมสดที่บดละเอียด ครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 เวลาพร้อมมื้ออาหาร ซึ่งการกินกระเทียมสดนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกระเทียมมีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว ดังนั้นการเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเม็ดจะช่วยลดปัญหาเรื่องการกินกระเทียม และยังสะดวกในการพกพาอีกด้วย
4. ชาเขียว (Green Tea)
ข้อแนะนำในการดื่มชาเขียว ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม การเลือกบริโภคชาเขียวเป็นแบบชงจากใบชาหรือที่เป็นสารสกัดจากชาเขียว ที่ปราศจากคาเฟอีน จะได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปตามท้องตลาดทั่วไปที่มีส่วนผสมของน้ำตาล
5. โคเอนไซม์คิวเท็น (Co Q10)
โคเอนไซม์คิวเท็น (Co Q10) มีลักษณะคล้ายวิตามินอีและวิตามินเค พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย เป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย เพื่อให้สามารถนำวิตามินและเกลือแร่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้ร่างกายของเราสามารถสร้างโคเอนไซม์คิวเท็นส่วนหนึ่งจากกระบวนการสังเคราะห์ไขมันโคเลสเตอรอลที่ตับ และยังสามารถได้รับจากอาหารที่กินเข้าไป เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล เนื้อสัตว์ ถั่วเปลือกแข็ง น้ำมันพืช การเสริมสารอาหารตัวนี้ไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอ
6. วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (Vitamin B Complex)
วิตามินบีรวม พบได้ในอาหารทั่วไปที่กินเป็นประจำทุกวัน เช่น เนื้อสัตว์ ธัญพืช ผักและผลไม้ ในบางครั้งร่างกายเราก็ได้รับวิตามินบีรวมไม่เพียงพอ ข้อแนะนำในการกินวิตามินบีรวมเป็นอาหารเสริม ควรกินหลังตื่นนอนในตอนเช้า เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดีที่สุด และหลีกเลี่ยงการกินก่อนนอน เพราะวิตามินบี 6 มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท อาจไปรบกวนการนอนหลับได้
แหล่งที่มา สสส
ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ
Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY