โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดึงทุนจีน 4 พันคนร่วมประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 ไทยเป็นเจ้าภาพ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.พ. 2566 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 07.52 น.

หอการค้าไทย-จีน ผนึกความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน จัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก (WCEC) ครั้งที่ 16 ดึงทุนจีน 4 พันคนเข้าร่วม สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยภูมิปัญญานักธุรกิจจีน ด้าน จุรินทร์ เตรียมทำมินิเอฟทีเอไทย-เมืองเสิ่นเจิ้น 1 มีนาคม 2566

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมแถลงข่าวและสนับสนุนการจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก (World Chinese Entrepreneurs Convention-WCEC) ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

คาดว่าจะมีนักธุรกิจชาวจีน และนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลกว่า 2,000 คน และคาดว่าจะมีผู้ติดตามรวม ๆ 4,000 คน ร่วมเดินทางเยือนประเทศไทย จะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย และนักธุรกิจจีนและนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยในประเทศไทย ประมาณ 1,000 คน จะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก และยังมีผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาของนักธุรกิจชาวจีน

ในฐานะผู้จัดการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 นี้ หอการค้าไทย-จีน มีหน้าที่สร้างเวทีใหม่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของนักธุรกิจชาวจีนทั่วโลกหลังยุคโควิด ร่วมกันค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ภายใต้วิกฤต และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือแบบพหุภาคีและหลากหลายรูปแบบของความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อเปิดยุคใหม่ในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ในโลกในยุคใหม่

เป้าหมายงานนี้จัดขึ้น เพื่อสืบสานจิตวิญญาณของนักธุรกิจชาวจีนและมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังนักธุรกิจชาวจีนรุ่นใหม่ในยุคใหม่เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาคุณภาพสูงของความทันสมัยสไตล์จีนและความเจริญรุ่งเรืองของชาวจีนในอนาคต และสร้างคุณูปการใหม่ให้กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ประเทศไทยเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียนและเป็นประเทศที่มีนักธุรกิจชาวจีนอาศัยมากที่สุด มีรากฐานอุตสาหกรรมและการค้าที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ มีความร่วมมืออย่างกว้างขวางกับจีนและโลกในด้านอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การเกษตร เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

ปัจจุบันรัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการเชื่อมโยงในเชิงลึกระหว่าง “ไทยแลนด์ 4.0″, ” เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC” และ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง-BRI” ของจีน รวมถึงการเชื่อมโยงโอกาสจากการพัฒนาอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกงและมาเก๊า การพัฒนาเขตการค้าเสรีไห่หนาน ระเบียงเศรษฐกิจปักกิ่ง เทียนสิน เหอเป่ย์ และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงของจีน นอกจากนี้ จากความก้าวหน้าของ RCEP ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกสำหรับการลงทุนของนักลงทุนชาวจีน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวแสดงความยินดี การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ในครั้งนี้ เนื่องด้วย เวทีความร่วมมือดังกล่าว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนที่แน่นแฟ้น

กระทรวงพาณิชย์มีความยินดีที่จะสนับสนุนและผลักดันให้เกิดความร่วมมือและผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าทุกภาคส่วนในประเทศไทยก็พร้อมที่จะร่วมทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ ในการสร้างมิติใหม่ของ “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” รวมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมรอบด้าน

“ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีโอกาสร่วมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเห็นได้จากมูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยกับจีนตลอดทั้งปี 2565 ซึ่งจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวมถึง 3.69 ล้านล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.53 เมื่อเทียบกับปี 2564 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.9 ของการมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของไทย”

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความตกลงทางการค้าที่ทันสมัยเชื่อมกับจีนในทุกระดับทั้งการยกระดับ เอฟทีเอ อาเซียน-จีน/การบังคับใช้ความตกลง RCEP/ไปจนถึงความตกลงระดับมณฑลและเมืองรองต่าง ๆ หรือ “mini FTA” ซึ่งปัจจุบันได้ลงนามทั้งสิ้น จำนวน 7 ฉบับ สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น มีตั้งแต่มณฑลไห่หนาน มณฑลกานซู่ และมีกำหนดจะลงนามกับเมืองเสิ่นเจิ้นในวันที่ 1 มีนาคม ที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์มีข้อตกลงความร่วมมือกับยูนนาน ที่ได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการเร่งรัดและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าของทั้งไทยและจีนให้เติบโตยิ่งขึ้นไป

ด้วยศักยภาพและความเป็นปึกแผ่นของสมาชิกของหอการค้าไทย-จีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ขอให้การจัดการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก หรือ WCEC ครั้งที่ 16 กลายเป็นเวทีแสดงศักยภาพความสามารถของประเทศในระดับสากล พร้อมต้อนรับนักธุรกิจชาวจีนโลก และสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพการจัดงานต่อไป

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 ซึ่งจะมีนักธุรกิจชาวจีนจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมและมีครอบครัวหรือผู้ติดตามร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนในประเทศ และยังมุ่งหวังให้เกิดการท่องเที่ยวภายในย่านต่าง ๆ อีกด้วย นับเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้มาเยือนและพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน กรุงเทพมหานครยินดีให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้า ต่อไป

ในการนี้ นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน และประธานคณะกรรมการจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 กล่าวถึงความเป็นมาของ “เวทีประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก หรือ WCEC” ก่อตั้งขึ้นโดย หอการค้าและอุตสาหกรรมจีนสิงคโปร์ หอการค้าจีนฮ่องกง และหอการค้าไทย-จีน และจัดประชุมครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1991 และจัดประชุมทุก ๆ 2 ปี การประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 15 เป็นครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ในปี ค.ศ. 2019 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา ทำให้การจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก เว้นห่างเป็นเวลาถึง 4 ปี

การจัดประชุม WCEC ครั้งที่ 16 นี้ กำหนดที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะจัดเป็นกิจกรรมแรกของ WCEC ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 หอการค้าไทย-จีน ได้ออกหนังสือเชิญไปยังองค์กรธุรกิจที่สำคัญ ๆ ในโลก (เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเก๊า จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐ บราซิล ดูไบ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี อังกฤษ เป็นต้น) รวมถึงกลุ่มธุรกิจจีนรายใหญ่ และองค์กรภาคธุรกิจไทย

จากการรวมนักธุรกิจชาวจีนทั่วโลกเข้าด้วยกันและส่งเสริมการพัฒนาของนักธุรกิจชาวจีน หอการค้าไทย-จีน ยังต้องการให้นักธุรกิจจีนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และบันทึกบทใหม่สำหรับความร่วมมือแบบวิน-วิน (win-win) เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเศรษฐกิจไทยและเจริญก้าวหน้าของกิจการของนักธุรกิจจีน หอการค้าไทย-จีน ขอขอบคุณ หน่วยงาน/องค์กรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การสนับสนุนการจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...