โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

13 ม.ค. วันสติกเกอร์แห่งชาติ กับประวัติความเหนียวที่มีกว่า 140 ปี

INN News

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 01.30 น. • INN News

          13 มกราคม เป็นวันสติกเกอร์แห่งชาติ แผ่นกระดาษสีสวยที่ติดกาวเหนียวไว้อีกด้านเพื่อให้เราแปะบนทุกพื้นผิวได้อย่างอิสระตามใจนึก ประโยชน์ของแผ่นแปะสติกเกอร์ในสมัยนี้อาจจะดูใช้เพื่อตกแต่งผลงานให้ดูสวยงามเพียงอย่างเดียว หรือใครอาจจะคิดไปจนถึงตัวการ์ตูนโยกได้ในแอปแชทไลน์ แต่ความจริงแล้วสมัยก่อนสติกเกอร์ถูกใช้มากกว่านั้น

ประวัติศาสตร์สติกเกอร์

          อย่างที่ว่ากัน หากไม่ใช่หน้าจอโทรศัพท์หรือหน้าหนังสือ เราก็คงได้เห็นสติกเกอร์อีกทีก็คือวันวาเลนไทน์ที่จะแปะรูปหัวใจเต็มตัวไปหมดในปัจจุบัน แต่ในสมัยก่อนนั้นสติกเกอร์หาได้เพียงแค่ที่ตลาดเท่านั้น

          หากจะพูดถึงสติกเกอร์ก็ต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 ประมาณปี 1880 พ่อค้าแม่ค้าชาวยุโรปที่ต้องการขายสินค้าหันมาใช้กาวหรือของเหนียวๆ แปะสิ่งของเพื่อเป็นการโปรโมทสินค้าแก่คนผ่านไปผ่านมาเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นคำว่า Sticker ยังไม่อุบัติขึ้น แต่ยังคงใช้คำว่า Gum ที่มีความหมายว่า กาว ยาง อยู่อย่างแพร่หลาย

          20 ปีต่อมา ในช่วง 1900 แผ่นแปะนี้ถูกพัฒนาคุณสมบัติให้สามารถเกาะยึดวัตถุได้บางอย่างแต่พิเศษตรงที่สามารถแกะออกและแปะติดอีกครั้งได้ด้วยการใช้น้ำ ก่อนจะมีการคิดค้นลงทุนต่างๆ เพื่อเพิ่มความเหนียวของว่าที่สติกเกอร์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

          จนในที่สุด สติกเกอร์ ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1939 โดยนักลงทุนชาวอเมริกา Robert Stanton Avery ที่สามารถทำกาวลอกเข้าลอกออกได้อย่างอิสระแบบไม่ต้องใช้น้ำอีกต่อไป สติกเกอร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าไว้บอกราคาอย่างมากมาย สร้างกำไรมหาศาลแก่โรเบิร์ตตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี

          สติกเกอร์ในปัจจุบันไม่ได้กลายเป็นแค่กระดาษบอกราคาสินค้า แต่ยังใช้เป็นอุปกรณ์เสริมจินตนาการและไว้บอกความต้องการ ตั้งแต่ความรัก ความชอบ รวมไปถึงการใช้สติกเกอร์แสดงออกทางการเมืองที่เห็นได้แทบทุกหัวมุมถนน 

          วันที่ 13 มกราคม นี้จึงกลายเป็นวันสติกเกอร์แห่งชาติหรือ National Sticker Day เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่วันเกิดของ Robert Stanton Avery นักคิดค้นแผ่นแปะลอกได้คนแรกของโลกนั่นเอง ติดตามความรู้เปิดโลกและย้อนวันวานอดีตได้อีกที่ iNN Lifestyle

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...