โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอร์รัปชันพาเวเนฯล่มสลายกลายเป็นอาณานิคม

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 กันยายน 2569 เวลา 3.13 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในด้านหนึ่งรัฐบาลสหรัฐพยายามเล่นงานเวเนซุเอลาเรื่อยมา ตั้งใจนำมาอยู่ภายใต้อำนาจอีกครั้ง แต่ในอีกด้านการปกครองเหลวแหลกนำชาติอ่อนแอ

สหรัฐพยายามมาแล้วหลายปีที่จะล้มรัฐบาลเวเนฯ เป้าหมายสุดท้ายคือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่สนับสนุนนโยบายของตน ตามรูปแบบลัทธิอาณานิคมใหม่ เช่น คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลมาดูโร เพื่อทำลายความนิยม สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ที่ผ่านมารัฐบาลมาดูโรยังทนอยู่ได้แต่อ่อนแอตามลำดับ ในที่สุดจึงใช้กำลังล้มรัฐบาลมาดูโรเมื่อพฤศจิกายน 2025

ภาพ: ดัชนีการรับรู้การทุจริตเวเนฯ อยู่ในอันดับที่ 180 จาก 182 ประเทศ

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ปฏิบัติการรุกรานและบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) เป็นเพียงขั้นต้นเพื่อล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา ไม่กี่วันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้บริหารจัดการประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว” รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) ขึ้นดำรงตำแหน่ง “รักษาการประธานาธิบดี” รัฐบาลรักษาการไม่กล้าขัดขืนความต้องการของสหรัฐ

และทรัมป์ประกาศว่าได้เข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันประเทศนี้แล้ว

เพื่อทรัพยากรน้ำมัน:

แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐหวังครองน้ำมันเวเนซุเอลาที่มีแหล่งน้ำมันสำรองมากที่สุดของโลก รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพยายามเล่นงานรัฐบาลเวเนซุเอลา บางช่วงตีตราว่าเป็นภัยคุกคามสหรัฐเพราะเป็นพวกสังคมนิยม ในสมัยทรัมป์ตีตราว่าเป็นต้นเหตุภัยยาเสพติด เพิ่มข้อกล่าวหาอีกข้อ เพิ่มความชอบธรรมที่จะล้มล้างรัฐบาลประเทศนี้ เป็นแนวทางเดิมๆ ที่ใช้เรื่อยมา

คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐประกาศว่าสหรัฐจำต้องควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาตลอดไป การซื้อขายและกำไรจะอยู่ในอำนาจและเป็นของรัฐบาลสหรัฐ กำไรส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณของเวเนฯ อีกส่วนจะเป็นของบรรษัทน้ำมันสหรัฐ เป็นค่าชดเชย คืนเงินทุนของบรรษัทน้ำมันอเมริกันที่ย้อนหลังตั้งแต่เกือบ 2 ทศวรรษก่อน

แนวทางของรัฐมนตรีไรท์สอดคล้องความคิดของทรัมป์ที่เคยพูดว่า “เวเนซุเอลายึดและขายน้ำมันของอเมริกา อันเป็นทรัพย์สินของอเมริกา และเป็นแท่นขุดเจาะของอเมริกา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เราหลายพันล้านดอลลาร์ … พวกเขาทำแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว แต่เราไม่เคยมีประธานาธิบดีที่ลงมือจัดการเรื่องนี้เลย พวกเขาเอาทรัพย์สินของเราไปทั้งหมด … ระบอบสังคมนิยมขโมยมันไปจากเราในช่วงรัฐบาลชุดก่อนๆ และพวกเขาขโมยมันไปด้วยการใช้กำลัง”

สัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศสหรัฐกับเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลงสหรัฐเข้าควบคุมน้ำมันสำรอง 65,000 ล้านบาร์เรลของเวเนซุเอลา บริษัทเอกชนสหรัฐมีส่วนเข้าไปบริหารจัดการ บัดนี้สหรัฐมีอำนาจเหนือระบบพลังงานใน Western Hemisphere ตรงตามเป้าหมายที่ทรัมป์ประกาศตั้งแต่ต้น

รัฐบาลเวเนฯ ชี้ว่าข้อตกลงช่วยฟื้นฟูประเทศ นำเม็ดเงินกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์เป็นภาษีของรัฐ

ทรัมป์ชี้ว่าจะช่วยทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐลดลง คนอเมริกันได้บริโภคน้ำมันราคาถูกอีกนาน

เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วว่ามากที่สุดในโลก ถ้ารวมกับของสหรัฐที่มีราว 42,000 พันล้านบาร์เรล จะเท่ากับ 107,000 ล้านบาร์เรล มากกว่าเดิม 150% ตรงตามที่ทรัมป์กล่าวว่ามีน้ำมันให้ใช้อีกนาน

การทุจริตเชิงระบบระดับมหภาค:

นอกจากปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในเป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ บทความนี้ยกประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน

การทุจริตในเวเนซุเอลามีลักษณะ การทุจริตเชิงระบบระดับมหภาค (Systemic and Institutionalized Corruption) เข้าข่ายรัฐคณาธิปไตยหรือรัฐโจร (Kleptocracy) อำนาจรัฐถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนและเครือข่ายชนชั้นนำ เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่รุนแรงและฝังรากลึก ต้นตอการล่มสลายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) รายงาน ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index-CPI) ประจำปี 2025 เวเนซุเอลาได้คะแนนเพียง 10 จาก 100 คะแนนเต็ม อยู่ในอันดับที่ 180 จาก 182 ประเทศทั่วโลก (ลำดับสุดท้ายที่ 3 คะแนน 0 หมายถึงมีการทุจริตสูงสุด และ 100 หมายถึงมีความโปร่งใสสูงสุด) ระบบการเมืองกับภาครัฐถูกมองว่าฉ้อฉลในระดับเกือบสูงสุด

หลายปีที่ผ่านมาระดับคอร์รัปชันอยู่แถวนี้หรือ “ติดหล่ม” อยู่ในระดับต่ำสุด ไร้การปรับปรุงแก้ไขจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าข้อมูลการทุจริตสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่อำนาจรัฐถูกผูกขาดและใช้เพื่อประโยชน์ของเครือข่ายผู้มีอำนาจและกองทัพ ขาดกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหล ไม่สามารถนำมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นภาพสะท้อนเชิงประจักษ์ของประเทศที่ประสบภาวะวิกฤตสถาบันการเมืองถาวร

การปฏิรูปของอูโก ชาเวซ (Hugo Chavez) คือการรวบอำนาจสู่ศูนย์กลาง แม้กระทำด้วยเจตนาดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนมาถึงสมัยมาดูโร ฝ่ายบริหารได้เข้าแทรกแซงและทำลายความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการ ศาลสูงสุด และองค์กรอิสระ ไม่มีกลไกนิติบัญญัติหรือตุลาการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลที่ทำงานได้จริง การใช้อำนาจรัฐและการใช้งบประมาณจึงปราศจากความโปร่งใสโดยสิ้นเชิง เพราะอำนาจทางการเมืองกับเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มชนชั้นนำ

เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบเป็นหลัก แต่อุตสาหกรรมน้ำมันซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ เป็นแหล่งทุจริตขนาดใหญ่ รายได้มหาศาลจากการขายน้ำมันถูกถ่ายเทผ่านเครือข่ายบริษัทบังหน้า (Shell companies) โอนเข้าบัญชีลับในต่างประเทศ ระบบแลกเปลี่ยนเงินตรารั่วไหล คดีอื้อฉาวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นผ่านการใช้เครือข่ายคริปโตเคอร์เรนซีหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ Tareck El Aissami อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันและบุคคลสำคัญระดับสูงของรัฐบาลถูกจับกุมจากข้อหาทุจริตวงเงินนับหมื่นล้านดอลลาร์

กองทัพที่แต่เดิมมีส่วนสำคัญต่อการปฏิรูปเปลี่ยนไป กลายเป็นกองทัพเพื่อความจงรักภักดี ค้ำจุนอำนาจทางการเมืองที่อยู่ในมือชนชั้นนำ รัฐบาลเปิดทางให้กองทัพเข้ามามีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างกว้างขวาง นายทหารระดับสูงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบริหารในกระทรวงและรัฐวิสาหกิจสำคัญ รวมถึงควบคุมอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นอกจากนี้กองทัพยังพัวพันเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ายาเสพติด ควบคุมโครงการสวัสดิการสังคม เช่น โครงการแจกอาหาร (CLAP) ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงและเกิดการทุจริตในการจัดซื้อราคาส่วนต่างอย่างแพร่หลาย

วิกฤตเศรษฐกิจและสังคม:

การทุจริตในเวเนซุเอลาเป็นตัวเร่งสำคัญทำลายเสถียรภาพระดับมหภาค เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงขั้นวิกฤต (Hyperinflation-เคยพุ่งสูงถึงหลักหมื่นเปอร์เซ็นต์) ขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค ระบบสาธารณสุขล่มสลาย และความยากจนพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ผลักดันให้ประชาชนหลายล้านคนอพยพออกนอกประเทศ กลายเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทุจริตจากภายในแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากโครงสร้างอำนาจปัจจุบันผูกติดกับผลประโยชน์ของเครือข่ายผู้นำทางการเมืองกับกองทัพ การปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ จึงมักถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือกำจัดคู่แข่งทางการเมืองและการจัดสรรอำนาจภายในกลุ่มผู้มีอำนาจด้วยกันเอง

สภาพความเหลวแหลกอันเนื่องจากการทุจริต สะท้อนการปกครองล้มเหลว ประเทศอ่อนแอถึงขีดสุด ไม่แปลกที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐสามารถเข้าควบคุมตัวผู้นำประเทศกับภริยา และนำตัวสู่สหรัฐเพื่อไต่สวนก่อนลงโทษตามกฎหมาย รัฐบาลใหม่กลายเป็นรัฐบาลที่เป็นมิตรต่อสหรัฐ บางคนตีความว่ากลายเป็นอาณานิคมของสหรัฐแล้ว

ประชาชนเวเนซุเอลาส่วนหนึ่งตระหนักว่าการเข้ามาของสหรัฐไม่มาเพื่อช่วยประเทศของเขาจริง สหรัฐย่อมเข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ให้มากที่สุด แต่ถ้าการนี้ทำให้ประเทศดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ พวกเขาก็ยอมรับได้ ชาวเวเนฯ บางคนดีใจที่รัฐบาลเดิมจากไป แต่การเข้ามาของสหรัฐจะช่วยปราบทุจริตคอร์รัปชันได้หรือไม่ยังเป็นคำถาม มีตัวอย่างหลายประเทศให้ศึกษา เช่น อิรัก ซีเรีย ที่ร้ายแรงกว่านั้นคืออนาคตของประเทศไม่อยู่ในมือคนเวเนฯ อีกต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...