โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MONO รีโมเดลธุรกิจ ดัน MONOMAX ขึ้นศูนย์กลางเกม Streaming เร่งสร้างรายได้จากฐานสมาชิก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 06.45 น.

MONO เดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ “Streaming-First” เปิดบทใหม่ธุรกิจ “The Next Chapter” หลัง MONOMAX มีผู้ใช้งานทะลุ 3.5 ล้านราย พร้อมปรับวิธีบริหารจากการขยายผู้ชมสู่การเพิ่มมูลค่าฐานสมาชิก ผ่าน Sports–Original Content และประสบการณ์บนแพลตฟอร์ม ควบคู่การขยายพันธมิตรและตลาด Southeast Asia หวังเพิ่ม Engagement ลด Churn และดัน LTV สร้างการเติบโตระยะยาว

19 สิงหาคม 2569 นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาาร บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เปิดเผยว่า MONO กำลังปรับภาพธุรกิจเข้าสู่ช่วงใหม่ โดยวางแพลตฟอร์ม MONOMAX เป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Streaming-First Company” หลังมีฐานผู้ใช้งานมากกว่า 3.5 ล้านราย

โดยโจทย์สำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ชม แต่เป็นการทำให้ฐานสมาชิกที่มีอยู่ใช้บริการต่อเนื่องและสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น

แนวทางดังกล่าวนำไปสู่การปรับโครงสร้างการทำงานให้คอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ลูกค้า และพันธมิตรทำงานเป็นระบบเดียวกัน ผ่าน 5 ส่วนหลัก ได้แก่ Sports Content, Original Content, Growth & Experience, Revenue & Partnership และ Platform ซึ่งถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่การดึงผู้ชมเข้ามาสู่แพลตฟอร์ม ไปจนถึงการรักษาสมาชิกและต่อยอดเป็นรายได้

อย่างไรก็ตาม MONO ยังคงให้น้ำหนักกับคอนเทนต์กีฬาระดับพรีเมียม โดยเฉพาะ Premier League, EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงผู้ชมเข้าสู่ MONOMAX

โดยกลยุทธ์ใหม่จะไม่หยุดอยู่ที่การถ่ายทอดสดการแข่งขัน แต่จะนำช่วงเวลารอบการแข่งขันมาเพิ่มมูลค่าผ่าน Highlights, News, Behind-the-scenes และ Variety Content เพื่อให้แฟนกีฬามีเหตุผลกลับเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในโมเดลที่ MONO นำมาใช้ คือ“72 HOURS CONTENT” ซึ่งขยาย Engagement หลังจบเกม โดยเริ่มจาก Highlights และ Game Shot Recap ก่อนต่อยอดไปสู่บทวิเคราะห์ คอนเทนต์หลังการแข่งขัน รวมถึง Original Content, Fantasy และ MAX ARENA ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม

แนวคิดนี้ทำให้การแข่งขันหนึ่งรายการสามารถสร้าง Traffic ได้มากกว่าช่วงเวลาที่เกมกำลังแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ MONOMAX เชื่อมความสนใจของแฟนกีฬาไปยังบริการและคอนเทนต์ประเภทอื่น

อีกด้านหนึ่ง MONO เตรียมเพิ่มบทบาทของ Original Content เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการใช้งาน โดยมีแผนปล่อย Mono Original ใหม่หมุนเวียนตลอดปี 2026

จุดสำคัญคือการนำพฤติกรรมของผู้ชมบนแพลตฟอร์มมาใช้กำหนดทิศทางคอนเทนต์มากขึ้น เช่น ฐานผู้ชมวอลเลย์บอลที่มีผู้หญิงเพิ่มขึ้น สามารถต่อยอดไปยังแนว Rom-Com, Friendship, Feel-Good และ Family

ขณะที่ผู้ชมฟุตบอลสามารถเชื่อมต่อไปยัง Action, Crime, Thriller และ Mystery ส่วนกลุ่ม Series Fans ครอบคลุม Drama, Political, Period, Horror และ Mystery

การวางคอนเทนต์ในลักษณะนี้ช่วยให้ MONOMAX ลดการพึ่งพาคอนเทนต์ประเภทใดประเภทหนึ่ง และเพิ่มโอกาสให้สมาชิกที่เข้ามาจากกีฬาอยู่บนแพลตฟอร์มต่อไปผ่านคอนเทนต์ประเภทอื่น

สำหรับ MONO การเติบโตของ MONOMAX ในระยะถัดไปจึงให้น้ำหนักกับคุณภาพของฐานสมาชิกมากขึ้น โดยส่วน Growth & Experience จะนำข้อมูลการใช้งานและ Feedback มาปรับปรุงประสบการณ์ พร้อมใช้ Gamification, Rewards และ Fan Community เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้ใช้งาน

ขณะเดียวกันยังขยายกิจกรรมออกนอกแพลตฟอร์ม เช่น Watch Party และ Cheer To The Max Trip เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับสมาชิก

เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การลด Churn เพิ่ม Subscriber Retention และเพิ่ม Lifetime Value หรือ LTV ซึ่งจะช่วยให้การเติบโตของธุรกิจมาจากทั้งการหาสมาชิกใหม่และการเพิ่มมูลค่าจากฐานสมาชิกเดิม

ในด้านรายได้ MONO วาง Revenue & Partnership เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยเชื่อม MONOMAX กับพันธมิตรในกลุ่ม Telco, Payment, Advertising และ Sponsorship เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า รวมถึงสร้างรูปแบบความร่วมมือและสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ

นอกจากนี้ยังเริ่มขยายโมเดล Streaming ไปยังตลาด Southeast Asia โดยมีพันธมิตรในเวียดนามและลาว พร้อมนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสนใจของผู้ชมไปต่อยอดเป็น Solution สำหรับแบรนด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น

ทั้งนี้การรองรับฐานผู้ชมที่เพิ่มขึ้นทำให้เทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ MONO ยกระดับ โดยเฉพาะช่วงถ่ายทอดสดกีฬาที่มีผู้ใช้งานเข้าระบบพร้อมกันจำนวนมาก

MONOMAX จึงปรับปรุง Streaming Core โดยเน้นความเร็วและเสถียรภาพ ลดปัญหา Buffering และรองรับการรับชมทั้ง Mobile, Web, Smart TV รวมถึงอุปกรณ์ภายในบ้าน พร้อมรองรับคอนเทนต์ระดับ 4K

ด้าน Infrastructure มีการเตรียมระบบให้รองรับช่วง Peak Live Audience โดยมี AWS เป็นหนึ่งในพันธมิตรด้าน Cloud ขณะเดียวกันได้เพิ่ม System Status เพื่อให้สมาชิกตรวจสอบสถานะการให้บริการได้แบบ Real Time ครอบคลุม Web & Mobile API, Sports Live, Video Streaming, Authentication, Payment และ CDN/Edge Delivery

ภาพของ MONO จากแผน “The Next Chapter” จึงสะท้อนการเปลี่ยนจากธุรกิจที่มีฐานมาจาก Mobile Content และทีวีดิจิทัล สู่การเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย Streaming อย่างชัดเจน โดยใช้ MONOMAX เป็นศูนย์กลางในการเชื่อม “คอนเทนต์–ผู้ชม–เทคโนโลยี–พันธมิตร” เข้าด้วยกัน

หัวใจของกลยุทธ์จึงอยู่ที่การเปลี่ยนฐานผู้ใช้งานกว่า 3.5 ล้านรายให้กลายเป็น Ecosystem ที่สร้าง Engagement ได้ตลอดเวลา พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากสมาชิก พันธมิตร และตลาดใหม่ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตของ MONO ในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...