โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ. ป.ป.ช. เปิดช่องโหว่โกงสอบท้องถิ่น แฟลชไดรฟ์ ‘ลับสุดยอด’ ไร้รหัสผ่าน ก่อน กสถ. ชี้ขาด 5,925 ราย 5 ส.ค.นี้

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
กมธ. ป.ป.ช. เปิดช่องโหว่โกงสอบท้องถิ่น แฟลชไดรฟ์ ‘ลับสุดยอด’ ไร้รหัสผ่าน ก่อน กสถ. ชี้ขาด 5,925 ราย 5 ส.ค.นี้

ปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการไทยมานานกว่า 1 เดือน และยังคงเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการแก้ไขคะแนนสอบเพื่อช่วยให้ผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เข้าสอบทั่วประเทศ

ประเด็นสำคัญ

  • 2 จุดต้องสงสัย ยังไม่สรุปต้นตอการแก้ไขข้อมูล
  • แฟลชไดรฟ์ ‘ลับสุดยอด’ ไร้รหัสผ่าน
  • สถ. ชี้ช่องโหว่อาจอยู่ที่ผู้รับจ้าง ขณะ มศว ปฏิเสธ
  • บททดสอบความเชื่อมั่นของระบบราชการ

ล่าสุด อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เข้าพบนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี มครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดสอบ การเก็บรักษาข้อมูล การประมวลผลคะแนน ไปจนถึงขั้นตอนการประกาศผลสอบ

ก่อนที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะประชุมในวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขคะแนน และส่งเรื่องให้ ก กลาง ก จังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายในวันที่ 6 สิงหาคม

ประเด็นสำคัญที่สุดของการชี้แจงครั้งนี้ คือ ผลการตรวจสอบคะแนนสอบ โดย สถ. ระบุว่า ใช้กระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบทั้งหมดกว่า 270,000 คน ซึ่งผ่านการสแกนและจัดเก็บไว้ตั้งแต่วันสอบ เป็นข้อมูลอ้างอิงหลักในการตรวจสอบ แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลคะแนนที่ใช้ประกาศผลสอบ

กลับพบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน และพบผู้ที่มีคะแนนถูกแก้ไขระหว่าง 5,925-5,960 ราย ซึ่งความแตกต่างของตัวเลขเกิดจากฐานข้อมูลและพยานหลักฐานที่แต่ละหน่วยงานใช้ในการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบ สถ. แบ่งผู้ที่เกี่ยวข้องออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มแรก คือผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ถูกแก้ไขคะแนนจนได้รับการบรรจุ จำนวน 5,129 คน สถ. เห็นว่าบุคคลกลุ่มนี้ไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุตั้งแต่ต้นตามกฎหมาย จึงเตรียมเสนอให้ กสถ. มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
  • กลุ่มที่สอง คือผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ถูกแก้ไขคะแนนเพื่อให้ลำดับดีขึ้น จำนวน 790 คน ในจำนวนนี้ได้รับการบรรจุแล้ว 565 คน โดย กสถ. จะพิจารณาในวันที่ 5 สิงหาคมว่าจะใช้แนวทางใด ระหว่างการปรับคะแนนกลับตามข้อเท็จจริง ตั้งกรรมการสอบสวน หรือสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างสอบสวน

นอกจากนี้ ความผิดปกติยังส่งผลกระทบต่อผู้สอบผ่านโดยสุจริตจำนวนมาก โดย สถ. ระบุว่า มีผู้สอบผ่านด้วยคะแนนจริง 279,949 คน และมีผู้เสียโอกาสจากการประมวลผลคะแนนผิดพลาดกว่า 5,900 คน ซึ่งหาก กสถ. เห็นชอบให้ประกาศผลสอบใหม่ ผู้ที่มีคะแนนตามสิทธิที่แท้จริงอาจได้รับการบรรจุกลับคืนมา

หากที่ประชุม กสถ. มีมติในวันที่ 5 สิงหาคม สถ. จะส่งรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมสำเนากระดาษคำตอบและพยานหลักฐานไปยัง ก กลาง ก จังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ได้แก่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ดีเอสไอ และ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อในวันที่ 6 สิงหาคม

2 จุดต้องสงสัย ยังไม่สรุปต้นตอการแก้ไขข้อมูล

อาสพลธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับฟังจากการชี้แจงของ สถ. ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า ความผิดปกติของข้อมูลคะแนนอาจเกิดขึ้นได้จาก 2 จุด

จุดแรก คือฝั่งผู้รับจ้างจัดสอบ ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการสอบและจัดส่งข้อมูลคะแนน

จุดที่สอง คือแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับที่จัดเก็บไว้ภายใน สถ. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ในกระบวนการตรวจสอบภายหลัง

อย่างไรก็ตาม รองอธิบดี สถ. ชี้แจงว่า ทั้งสองประเด็นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความผิดปกติของข้อมูลเกิดขึ้นจากจุดใด

อาสพลธ์ ระบุว่า สิ่งที่ปรากฏชัดในวันนี้คือมีการแก้ไขคะแนนสอบเกิดขึ้นจริง และส่งผลให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากสูญเสียโอกาสในการได้รับการบรรจุ หากมีการประกาศผลสอบใหม่ในสัปดาห์หน้า ผู้ที่เสียสิทธิกว่า 5,900 คนอาจได้รับสิทธิตามคะแนนที่แท้จริงกลับคืนมา

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งอุดช่องโหว่ของกฎหมายและระบบการสอบ เพราะหากผู้กระทำผิดไม่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง ก็อาจทำให้เกิดการกระทำในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในการสอบครั้งต่อไป

แฟลชไดรฟ์ ‘ลับสุดยอด’ ไร้รหัสผ่าน

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก คือระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสอบ แม้ในเอกสารขอบเขตของงาน (TOR) จะกำหนดให้ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์เป็น ‘ความลับสุดยอด’ แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่าไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) แต่อย่างใด

แฟลชไดรฟ์ต้นฉบับถูกเก็บไว้ภายในตู้นิรภัยในห้องทำงานอธิบดี สถ. โดยมีผู้ถือกุญแจตามที่กำหนดไว้ แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการเปิดไฟล์ข้อมูลถึง 115 ครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล เพื่อระบุว่าแต่ละครั้งเปิดจากคอมพิวเตอร์เครื่องใด และเป็นการดำเนินการของบุคคลใด

นอกจากนี้ ยังพบว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ติดต่อประสานงานกับ มศว และใช้ประมวลผลคะแนนก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. เป็นเครื่องของผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น โดย สถ. ชี้แจงว่า ไฟล์ดังกล่าวเป็นคนละชุดกับแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ในตู้นิรภัย และจัดทำขึ้นเพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบต่อว่าข้อมูลที่ใช้ประกาศผลถูกเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนใด

สถ. ชี้ช่องโหว่อาจอยู่ที่ผู้รับจ้าง ขณะ มศว ปฏิเสธ

ระหว่างการหารือ ตัวแทนกรรมาธิการฯ ได้สอบถามว่า สถ. เคยวิเคราะห์หรือไม่ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากจุดใด

เจ้าหน้าที่ สถ. ชี้แจงว่า จากการประเมินเบื้องต้น อนุมานได้ว่าช่องโหว่ที่ทำให้ปัญหาบานปลายอาจอยู่ที่ฝั่งผู้รับจ้างจัดสอบ อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปความรับผิดชอบได้

ทั้งนี้ เพื่อรักษาสิทธิของทางราชการ สถ. จึงชะลอการจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายให้ มศว จำนวน 32 ล้านบาท จากวงเงินสัญญารวม 143 ล้านบาท พร้อมหารือกรมบัญชีกลางถึงแนวทางบอกเลิกสัญญา การขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงาน และการเรียกค่าเสียหาย หากผลสอบสวนพบความผิด

อย่างไรก็ตาม มศว ได้ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากฝั่งมหาวิทยาลัย ทำให้ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นข้อพิพาทที่ต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีคลิปเสียงเรียกรับเงิน 350,000 บาทต่อคน แลกกับการสอบผ่าน ซึ่งมีบุคคลชื่อ ส้ม และ กิต ถูกกล่าวถึงนั้น สถ. ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น บุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกรม แต่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชน และอยู่ระหว่างการขยายผลทางคดี

บททดสอบความเชื่อมั่นของระบบราชการ

สรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า วันนี้ สถ. และ กสถ. กลายเป็นจำเลยของสังคม ที่ต้องเร่งอธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ประชาชนได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยอมรับข้อบกพร่องของระบบ หากพบว่ามาตรการใดไม่รัดกุมก็ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสอบ

สรอรรถ ยังสะท้อนว่า กระแสสังคมที่ตั้งคำถามว่า “สอบไปก็ไม่ต้องอ่านหนังสือ แค่หาทางแก้คำตอบก็พอ” เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อระบบราชการกำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก และยิ่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา

หลังเสร็จสิ้นการหารือ รองอธิบดี สถ. ได้นำคณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบตู้นิรภัยภายในห้องอธิบดี ซึ่งเดิมใช้เก็บแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับ แต่ปัจจุบันได้ส่งมอบให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้ว พร้อมยอมรับว่าหลังจากนี้จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลใหม่ทั้งหมด จากนั้นคณะได้เข้าตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประมวลผลคะแนนและติดต่อประสานงานกับ มศว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการขยายผลการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...