โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ-แคนาดา เปิดสงครามการค้าภาษี 50% ทรัมป์เหน็บอยากได้สิทธิแบบรัฐที่ 51

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 21 นาทีที่แล้ว

เจรจาการค้าสหรัฐ-แคนาดาล่ม ทรัมป์เก็บภาษีสินค้าบางรายการ 50% ขณะที่แคนาดาประกาศตอบโต้ดอลลาร์ต่อดอลลาร์ เริ่ม 8 ก.ย.

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 02.38 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า แคนาดาต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ของการเป็นรัฐ โดยที่ไม่ต้องเป็นรัฐ หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล่มลงเมื่อช่วงปลายวันศุกร์ ส่งผลให้สหรัฐฯ เดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการในอัตราใหม่ 50% และผลักสองประเทศเข้าสู่สงครามการค้ารอบใหม่

ความเห็นล่าสุดของทรัมป์สะท้อนท่าทีที่เขาเคยกล่าวซ้ำหลายครั้งนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวว่า แคนาดาอาจกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ ซึ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่ผู้นำและประชาชนแคนาดา

ทรัมป์กล่าวกับ Fox News เมื่อวันอาทิตย์ว่า แคนาดาโง่เขลา หากคิดว่าจะสามารถทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และเป็นฝ่ายชนะ พร้อมกล่าวหาว่าเกษตรกรสหรัฐฯ ต้องเผชิญภาษีในระดับสูงจากแคนาดามาเป็นเวลาหลายปี

ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา วิจารณ์มาตรการภาษีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ว่าเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเสียหายและความแตกแยก พร้อมยืนยันว่าแคนาดาจะตอบโต้แบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน เป็นต้นไป

มาตรการตอบโต้จะครอบคลุมสินค้าสหรัฐฯ หลายประเภท รวมถึง เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

คาร์นีย์ยอมรับอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้สหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ในภาวะสงครามการค้า

“พวกเขาเรียกร้องมากเกินไป แต่เสนอให้น้อยเกินไป” คาร์นีย์กล่าว พร้อมเสริมว่า“เมื่อคุณถูกโจมตี นั่นก็คือสงคราม และเราถูกโจมตี”

อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์ระบุว่า แคนาดาตัดสินใจใช้มาตรการตอบโต้ด้วยความไม่เต็มใจ แต่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐในอัตรา 50% จะครอบคลุมสินค้าจากแคนาดาหลายรายการ นอกเหนือจากภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บอยู่แล้วกับ เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้แปรรูป

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของมาตรการรอบใหม่นี้ยังค่อนข้างจำกัด โดยครอบคลุมสินค้านำเข้าจากแคนาดามูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 5% ของสินค้านำเข้าจากแคนาดาทั้งหมด เช่น ไวน์ ผลิตภัณฑ์นม ซีเมนต์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ฮอกกี้

การเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อนหน้านี้มีสัญญาณเชิงบวกและมีความหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การหารือล่มลงหลังทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่า เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในนาทีสุดท้าย

ฝ่ายสหรัฐระบุว่าแคนาดายื่นข้อเรียกร้องใหม่และถอยกลับจากเงื่อนไขบางประการที่เคยตกลงกันไว้ ขณะที่คาร์นีย์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าแคนาดาเพียงขอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่กลับได้รับคำตอบที่น่าผิดหวังอย่างต่อเนื่อง

คาร์นีย์ยังเปิดเผยว่า เงื่อนไขที่วอชิงตันเสนอมีข้อจำกัดที่แคนาดาไม่สามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่อาจ จำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงการค้าใหม่กับประเทศอื่น

“เราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่พวกเขาเสนอ และเราจะไม่ให้สิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง” คาร์นีย์กล่าว

ด้านเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่มีแผนกลับมาเจรจากับแคนาดาอีกครั้ง แม้ว่าสหรัฐฯ เคยพร้อมลดภาษีบางรายการให้แคนาดาภายใต้ข้อตกลงที่ท้ายที่สุดไม่สามารถบรรลุผลได้

ท่าทีแข็งกร้าวของคาร์นีย์ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่ายในแคนาดา รวมถึงพรรคฝ่ายค้านและผู้นำรัฐบาลระดับมณฑล

ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ ระบุว่า ทรัมป์ไม่สามารถไว้วางใจได้ ขณะที่ เดวิด อีบี มุขมนตรีบริติชโคลัมเบีย กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการจำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่น จะทำให้แคนาดามีสถานะทางเศรษฐกิจแทบไม่ต่างจาก“รัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวแคนาดาไม่สามารถยอมรับได้

ด้าน ปิแอร์ ปัวลิเยฟร์ ผู้นำฝ่ายค้านพรรคอนุรักษนิยม เรียกมาตรการภาษีล่าสุดของสหรัฐฯ ว่าไม่มีเหตุผลรองรับ ขณะที่ผู้นำควิเบกเตือนว่าภาษีรอบใหม่อาจทำให้เกิดการสูญเสียตำแหน่งงาน และเตรียมออกมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

การเจรจาที่ล่มลงยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่ออนาคตของ USMCA ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการทบทวนตามข้อกำหนด

ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามในสมัยแรกของทรัมป์เพื่อใช้แทน NAFTA และปัจจุบันเป็นรากฐานรองรับการค้าระหว่างสามประเทศมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

ก่อนหน้านี้ แคนาดาและเม็กซิโกได้ขอให้ต่ออายุ USMCA ออกไปอีก 16 ปี แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะต่ออายุข้อตกลงในรูปแบบปัจจุบัน

เมื่อถูกถามว่าความล้มเหลวของการเจรจาการค้าครั้งล่าสุดจะส่งผลต่อ USMCA อย่างไร คาร์นีย์ยอมรับว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่ข่าวดีอย่างแน่นอน” สำหรับอนาคตของข้อตกลงการค้าสำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ

อ้างอิง : bbc.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...