“เกย์นที” เปิดใจพ้นโทษคดีดังยูฟัน ศาลตัดสิน 2,655 ปี แต่ติดจริง 11 ปี
“เกย์นที” อดีตนักร้องเรียน เปิดใจพ้นโทษคดียูฟัน หลังศาลตัดสิน 2,655 ปี แต่ติดจริง 11 ปี ประกาศตั้งสมาพันธ์ช่วยเหลืออดีตผู้ต้องขัง หวังคืนคนดีสู่สังคม
วันที่ 24 ส.ค. 69 นาย นที ธีระโรจนพงษ์ หรือ เกย์นที อายุ 69 ปี อดีตนักเคลื่อนไหว และนักร้องเรียนทางการเมืองและสังคม เปิดใจกับผู้สื่อข่าวหลังพ้นโทษจากคดี "แชร์ลูกโซ่ ยูฟัน" ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยนาย นที ซึ่งยังคงต้องติดกำไล EM อยู่ ได้เปิดเผยว่า ตนต้องโทษคดี "ยูฟัน" เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน โดยครั้งนั้นศาลได้ตัดสิน 12,655 ปี แต่ว่าคดีแบบนี้จะลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี ตนได้ต่อสู้มาในชั้นศาลถึง 3 ศาล เป็นเวลา 9 ปี หลังจากนั้นก็ได้รับอภัยโทษตามกฏเกณฑ์ของกรมราชฑัณท์ถึง 3 ครั้ง ก็สรุปตนได้ติดคุกเต็มๆ เลยขาดไป 11 วัน ก็ครบ 11 ปี
“ผมนั้นติดคุกเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 58 และได้พ้นโทษออกจากคุกโครงการโคกหนองนาฯ (อภัยโทษ) ในวันที่ 14 ส.ค. 69 ตอนที่พ้นโทษปรากฏว่ายังมีคดีเดิมค้้างเก่า ซี่งคนฟ้องไม่ได้ไปรวมสำนวน ผมก็เลยถูกนำตัวไปที่ สภ.เมือง เชียงราย ไปนอนห้องขัง 2 คืน และถูกส่งฟ้องศาลเชียงราย แล้วศาลกรุณาให้ผมติดกำไล EM และได้้รับการประกันตัวออกมาในคดีที่ตกค้างในวงเงิน 50,000 บาท ตอนนี้ผมก็ต้องไปรายงานตัวเป็นระยะ”
นาย นที กล่าวอีกว่า ตอนติดอยู่ในคุกนั้น ตนได้ทำประโยชน์ทั้งที่ต่อกรมฯ ต่อเรือนจำ ที่พอทำได้ เช่น เป็นคนสอนภาษาอังกฤษ เป็นคนแปลภาษาอังกฤษหลักๆ ให้กับเรือนจำคลองเปรม และตนมีความเชื่อหลังจากอยู่ในนั้น 11 ปีว่า คนในคุกนั้นมีทั้งเป็นคนที่ดี และคนไม่ดีผสมกัน แต่คนดีตนเชื่อว่ามีมาก ดังนั้นจิตใจของตนได้คุยกับเพื่อนต้องขังตลอดว่า ถ้าออกไปจะทำงานให้เต็มที่ เพราะเหลือเวลาอีกไม่เกิน 10 ปีของชีวิต จะขออุทิศตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม อยากจะก่อตั้งกลุ่ม "สมาพันธ์กลุ่มคนดีคืนสู่สังคม" ให้เหมือนกับคำขวัญของเรือนจำที่ว่า "ดูแลด้วยใจ แก้ไขด้วยเมตตา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ดังนั้นจะรวมกลุ่มผู้ต้องขังที่เคยต้องขัง ผู้ต้องขังที่จะออกมาตามกันมา รวมทั้งญาติๆ และประชาชนที่มีจิตใจเป็นกลางให้โอกาสพวกเราออกมาช่วยกันพัฒนบ้านเมือง เราจะทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุดเพื่อประเทศของเราให้ดีที่สุด"
ดังนั้นในวันที่ 25 ส.ค. 69 ตนจะกราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ที่ปากทางขึ้นดอยสุเทพ ตั้งกลุ่มในวันนั้นเป็นวันมงคล เพราะผมติดคุกในวันที่ 25 ส.ค. 58 ฉะนั้น วันที่ 25 ส.ค. 69 จะถือว่า 11 ปี ถือว่าเป็นวันดีเดย์ จะตั้งกลุ่มขึ้นว่า "สมาพันธ์คืนคนดีสู่สังคม" ประกาศลงในโซเซียลทั้งหมดที่มีความเชื่อว่าอยากสนับสนุน คนต้องขัง หรืออดีตเคยเป็นผู้ต้องขังหรือใดๆ ก็ตามให้มารวมกันช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง นี่คือจุดประสงค์ที่เราคิดว่าจะเริ่มตันตรงจุดนี้
ตนอยากพูดถึงคดียาเสพติดที่ถูกตัดสินตลอดชีวิต กับคดีแชร์ลูกโซ่ ของตนต่างกรรมต่างวาระ คดีละ 5 ปี มีผู้กล่าวโทษตนร่วมสองพันกว่าคน รวมต้องติดคุกทั้งหมด 12,655 ปี เรื่องของการติดคุก บางคนถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ว่าติดคุกได้ไม่นานก็ออกมาแล้ว 7-8 ปี แต่ของผมต้องโทษจริงๆ แล้วแค่ 20 ปี แต่ติดถึง 11 ปี เป็นเรื่องกระบวนของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งผมก็คิดว่าทางกรมราชทัณฑ์ก็กำลังดูแลอยู่ว่า อะไรเหมาะสม สังคมในโลกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์ ก็คงจะใช้วิจารณาญาณ ในการดูแลว่าอันไหนที่ยุติธรรมที่สุดทั้งต่อสังคมและต่อผู้ต้องขัง
เมื่อถามว่าคดียาเสพติดควรจะลดโทษหรือไม่หรืออย่างไร นาย นที ตอบว่่า ผมเพิ่งออกมา ผมมีเพื่อนที่ต้องโทษยาเสพติดเยอะมาก หลายท่านก็มีเหตุผลบางอย่าง พออยู่ด้วยก็จะได้รู้ว่า บางทีก็เป็นเรื่องที่เราเห็นใจ ดังนั้นเรื่องคดียาเสพติด ก็ต้องแยกเป็นรายๆ เช่น ทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำโดยที่เหตุการณ์เป็นสันดาน เหล่านี้จะต้องผสมผสานและคิดแยกออกมาให้ยุติธรรมที่สุด