จีนจ่ายเงินแสนชดเชย ‘ตระกูลเกษตรกร’ เคยให้กองทัพ ‘ยืมข้าวสาร’ เมื่อ 79 ปีก่อน
วานนี้ (29 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวน่าประทับใจในประเทศจีน เมื่อทางการมอบเงินชดเชยให้ทายาทตระกูลเกษตรกรผู้ครอบครอง “ใบสัญญายืมข้าวสาร” ยุคสงครามที่ตกทอดมาเกือบแปดทศวรรษ หลังทางตระกูลตัดสินใจมอบเอกสารล้ำค่านี้ให้เป็นสมบัติของชาติ
เหตุการณ์ยืมข้าวสารนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1947 ช่วงสงครามกลางเมืองจีน กองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) ได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่บริเวณเทือกเขาต้าเป่ย เพื่อโต้ตอบกองกำลังก๊กมินตั๋ง แต่สภาพอากาศและสนามรบที่โหดร้ายส่งผลให้กองทัพขาดแคลนอาหารอย่างหนัก
แม้ทหาร PLA จะสวมเพียงเสื้อผ้าบางๆ และรองเท้าฟาง แต่พวกเขากลับมีวินัยเข้มงวด เลือกที่จะนอนกลางแจ้งแทนการไปรบกวนเพื่อขอนอนในบ้านของชาวบ้าน นายติงว่านหมิน เกษตรกรในพื้นที่ซึ่งประทับใจในความประพฤติของทหาร จึงตัดสินใจมอบข้าวสารกว่า 850 กิโลกรัม ซึ่งเกือบจะเป็นทั้งหมดของเสบียงที่ครอบครัวเขาถือครองอยู่ให้กองทัพ “ยืม” โดยทหารได้มอบใบรับรองการยืมข้าวสารไว้เป็นหลักฐาน
สัญญายืมเสบียงดังกล่าวได้ถูกเก็บซ่อนไว้และลืมเลือนไปตามกาลเวลา จนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษ 1990 ครอบครัวตระกูลติงได้รื้อถอนบ้านหลังเก่าและพบห่อกระดาษสีเหลืองซุกอยู่ระหว่างก้อนอิฐในกำแพง เมื่อเปิดออกดูก็พบเอกสารประวัติศาสตร์ดังกล่าว
นายติงกว่างอี้ ผู้เป็นหลานชายตระหนักได้ทันทีว่าเป็นใบรับรองการยืมเสบียงของปู่ เขาเก็บรักษาไว้เป็นมรดกตกทอดของครอบครัวอย่างดี โดยที่ปู่และพ่อของเขาไม่เคยนำเอกสารนี้ไปทวงเงินคืนจากทางการเลย แม้ในช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องเผชิญความยากลำบาก
จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว นายติงกว่างอี้ รู้ข่าวว่ารัฐบาลท้องถิ่นกำลังรวบรวมโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ เขาจึงตัดสินใจมอบใบรับรองฉบับนี้ให้ทางการโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เพื่อให้สาธารณชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่า หนี้สินยุคสงครามก้อนนี้ยังไม่เคยได้รับการชำระคืน ทางการจึงได้คำนวณราคาข้าวสารในอดีต อัตราเงินเฟ้อ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ก่อนจะมอบเงินชดเชยให้กับตระกูลติงเป็นจำนวน 70,000 หยวน (ประมาณ 360,000 บาท) ซึ่งต่อมานายติงก็ได้นำเงิน 20,000 หยวนจากจำนวนนี้ บริจาคต่อให้มูลนิธิช่วยเหลือทหารผ่านศึก
ปัจจุบันเอกสารดังกล่าวได้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่สุสานวีรชนในท้องถิ่น และกลายเป็นกระแสไวรัลที่สร้างความซาบซึ้งใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ของจีน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : news.bjd.com