โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AI ทำไต้หวันรวยระเบิด คาดเศรษฐกิจโตแรงสุดในรอบ 40 ปี รัฐบาลเตรียมแจกเงินให้คนทั้งประเทศ

TODAY

อัพเดต 20 ส.ค. เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. เวลา 12.27 น. • TODAY

เศรษฐกิจไต้หวันกำลังโตแรงจากกระแส AI จนสำนักงานสถิติไต้หวันต้องปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 11.05% จากเดิมที่ประเมินไว้ต่ำกว่านี้ หากทำได้ตามคาดจะเป็นการเติบโตเร็วที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1987 ที่เศรษฐกิจไต้หวันเคยโตถึง 12.75%

เบื้องหลังการเติบโตครั้งนี้อยู่ที่อุตสาหกรรมที่ไต้หวันถนัดที่สุดอย่าง ‘ชิป’ โดยเฉพาะชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้กับ AI เพราะไต้หวันเป็นฐานผลิตชิปขั้นสูงที่สำคัญของโลก

โดยเฉพาะบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company Limited (TSMC) ซึ่งเป็นบริษัทหลักที่ผลิตชิปให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ตั้งแต่ Apple ไปจนถึง Nvidia เมื่อทั่วโลกเร่งลงทุนใน AI และสร้าง Data Center เพื่อรองรับการประมวลผลที่มากขึ้น ความต้องการชิปจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่โรงงานผลิตชิปที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่ส่งต่อไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการลงทุนสร้างโรงงานและขยายกำลังการผลิต

[ เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ]

เศรษฐกิจไต้หวันที่กำลังร้อนแรงเห็นได้ชัดจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่ขยายตัวถึง 12.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะชะลอลงจากไตรมาสแรกที่โต 15.43% แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ Reuters เคยคาดไว้ที่ 10.8%

เมื่อรวมกับปี 2025 ที่เศรษฐกิจไต้หวันโตมาแล้ว 8.76% จึงเท่ากับว่า GDP ของไต้หวันโตเป็นเลขสองหลักต่อเนื่องถึง 3 ไตรมาส สะท้อนว่ากระแส AI ไม่ได้เป็นเพียงแรงกระตุ้นระยะสั้น แต่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจจริงในวงกว้าง

สิ่งที่ทำให้รอบนี้ต่างจากการส่งออกสินค้าทั่วไป คือ AI ต้องใช้ชิปจำนวนมากและต้องใช้ชิปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังแข่งขันกันพัฒนา AI ทั้งโมเดลภาษา ระบบประมวลผลบนคลาวด์ และ Data Center ขนาดใหญ่ จึงเกิดการสั่งซื้อชิปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัท TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวันจึงได้ประโยชน์โดยตรง โดยยอดขายเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นถึง 45% และบริษัทยังปรับเพิ่มเป้ารายได้และการลงทุน สะท้อนว่ามองความต้องการชิป AI ว่ายังมีโอกาสเติบโตต่อไปถึงปี 2027

เมื่อบริษัทใหญ่ลงทุนเพิ่ม ซัพพลายเออร์และผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องก็ต้องขยายตาม เกิดการลงทุนใหม่และการจ้างงานตามมา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลจาก AI ถึงไม่ได้ไปหยุดอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยีไม่กี่แห่ง

อีกด้านที่เริ่มเห็นชัดขึ้นคือ การบริโภคในประเทศ ตลาดหุ้นไต้หวันขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของคนที่ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อคนรู้สึกว่าฐานะการเงินดีขึ้น การใช้จ่ายก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม

ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนล่าสุดจึงขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2023 จุดนี้สำคัญ เพราะทำให้เศรษฐกิจไต้หวันไม่ได้โตจากการส่งออกชิปเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีการใช้จ่ายของคนในประเทศเข้ามาช่วยประคองเศรษฐกิจด้วย

‘เฉิน ซู่จื่อ’ หัวหน้าสำนักงานสถิติไต้หวัน ระบุว่าแรงส่งของเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง และการพัฒนา AI เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ

[ ปรับคาดการณ์ดีขึ้นทุกด้าน ]

เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจออกมาดีกว่าที่คาด สำนักงานสถิติไต้หวันจึงปรับประมาณการตัวเลขสำคัญขึ้นหลายรายการพร้อมกัน

หนึ่งในนั้นคือ การส่งออกทั้งปี ซึ่งปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเป็นประมาณ 41% จากเดิม 39.8% และจะเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 50 ปี โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน การส่งออกของไต้หวันเพิ่มขึ้นถึง 40.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 7.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน ยังมีการคาดว่ามูลค่าการส่งออกของไต้หวันอาจทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ประเทศทำได้ถึงระดับดังกล่าว

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่ากระแส AI กำลังเปลี่ยนขนาดของธุรกิจเทคโนโลยีในไต้หวัน จากเดิมที่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ดันทั้งการส่งออกและการลงทุนให้เติบโตพร้อมกัน

แต่เศรษฐกิจที่โตแรงก็มีอีกด้านให้ต้องจับตา นั่นคือ เงินเฟ้อและดอกเบี้ย สำนักงานสถิติปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ขึ้นเป็น 2.07% จากเดิม 1.93% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางไต้หวันที่ 2% เล็กน้อย จึงเริ่มมีการจับตาว่า ธนาคารกลางจะปรับท่าทีเรื่องดอกเบี้ยหรือไม่ โดยเฉพาะการประชุมวันที่ 17 กันยายน หลังจากคงอัตราดอกเบี้ยมาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่า ธนาคารกลางน่าจะเลือกคงดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี เพราะเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นยังไม่ได้รุนแรงมาก ขณะที่เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจาก AI อย่างชัดเจน

สถานการณ์จึงค่อนข้างแตกต่างจากช่วงที่เศรษฐกิจโตจากการบริโภคเพียงอย่างเดียว เพราะตอนนี้การลงทุนและการส่งออกจากอุตสาหกรรมชิปยังเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้ธนาคารกลางอาจยังไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเศรษฐกิจ

[ เมื่อประเทศรวยขึ้น เลยเริ่มมีแผนแจกเงิน ]

การเติบโตของเศรษฐกิจจาก AI นำไปสู่อีกประเด็นที่คนทั่วไปสนใจมากกว่าเรื่อง GDP นั่นคือ แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์จากความมั่งคั่งนี้อย่างไร

ประธานาธิบดี ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ จึงประกาศว่า รัฐบาลมีแผนแจกเงินคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 10,300 บาทในปีหน้า โดยอธิบายว่าเป็นการแบ่งปัน “ผลพวงจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ให้ประชาชนในวงกว้างขึ้น

เหตุผลสำคัญคือ แม้ AI จะทำให้ไต้หวันส่งออกดีและบริษัทเทคโนโลยีมีรายได้เพิ่ม แต่ผลประโยชน์ไม่ได้กระจายไปถึงทุกกลุ่มเท่ากัน

คนที่ทำงานในบริษัทชิป เทคโนโลยี หรือธุรกิจส่งออกอาจได้รับประโยชน์โดยตรง ขณะที่คนทำงานในร้านอาหาร ร้านค้า ภาคบริการ หรือ SME อาจยังไม่ได้รู้สึกถึงการเติบโตในระดับเดียวกัน เงินแจกจึงถูกวางให้เป็นหนึ่งในวิธีส่งต่อประโยชน์จากเศรษฐกิจที่กำลังโตกลับไปยังประชาชน

รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 235,700 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 2.43 แสนล้านบาท เพื่อรองรับมาตรการแจกเงิน ขณะที่คาดว่ารายได้ภาครัฐในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.93 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 4.04 ล้านล้านบาท

รัฐบาล ระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงพอให้สามารถแจกเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่ม อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็กลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที

ฝ่ายค้านอย่าง พรรคก๊กมินตั๋ง ออกมาวิจารณ์ว่ารัฐบาลใช้ ‘มาตรฐานสองแบบ’ เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเคยเสนอการแจกเงิน 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน แต่รัฐบาลเคยคัดค้านโดยอ้างเรื่องวินัยการคลัง

ครั้งนี้รัฐบาลกลับเสนอแจกเงินจำนวนเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการแบ่งผลประโยชน์จากเศรษฐกิจและกระแส AI ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศนโยบายเกิดขึ้นก่อน การเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนพฤศจิกายน ทำให้ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงเหตุผลทางการเมืองของมาตรการนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติ หากได้รับความเห็นชอบและเดินหน้าตามขั้นตอนที่เคยใช้กับมาตรการแจกเงินครั้งก่อน ประชาชนไต้หวันก็มีโอกาสได้รับเงินก่อน เทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ภาพที่เกิดขึ้นจึงน่าสนใจไม่น้อย เริ่มจากชิปที่ผลิตในโรงงานของไต้หวัน ไปกระตุ้นคำสั่งซื้อ AI จากทั่วโลก ทำให้การส่งออกพุ่งขึ้น บริษัทต่างๆ จึงลงทุนเพิ่ม เศรษฐกิจโดยรวมโตแรงตามมา และสุดท้ายรัฐบาลก็กำลังเตรียมส่งเงินกลับไปให้ประชาชนอีกทอดหนึ่ง

ทั้งหมดนี้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า กระแส AI ไม่ได้สร้างแค่บริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น แต่สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศได้โจทย์ต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ไต้หวันจะโตจาก AI ได้อีกนานแค่ไหน แต่คือ ความมั่งคั่งจาก AI จะถูกส่งต่อไปถึงคนทั่วไปได้มากแค่ไหน

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://biz.chosun.com/en/en-international/2026/08/18/BMO2IQSI7BC5PEFG7HUXXB3OPQ/

https://asia.nikkei.com/economy/taiwan-gdp-grows-nearly-13-in-q2-supercharged-by-ai-and-us-ties

https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-14/taiwan-predicts-first-year-of-double-digit-growth-since-2010

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...