“หมอวรงค์” จี้รัฐบาลแจงงบประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน หวั่นใช้งบเอื้อบริษัทประกัน
วันที่ 17 ก.ย.69 ที่รัฐสภา นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวประเด็นระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้จำนวน 15,500 ล้านบาท โดยนายแพทย์วรงค์ เปิดเผยว่า ล่าสุดหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้เห็นความชัดเจนว่า งบประมาณในโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติจำนวน 15,500 ล้านบาทนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกจำนวน 15,000 ล้านบาท เป็นการประกันภัยพิบัติ และอีกส่วนหนึ่งจำนวน 500 ล้านบาท เป็นการประกันชีวิตให้กับประชาชน ภายใต้ความคุ้มครองภัย 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว
นายแพทย์วรงค์ ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลถึงเหตุผลที่มีการตั้งเบี้ยประกันไว้ในระดับที่สูงมากทั้งสองโครงการ โดยในส่วนของโครงการประกันภัยพิบัติที่ตั้งเบี้ยประกันสูงถึง 15,000 ล้านบาทนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขภาพรวม ค่าเสียหายไม่ได้สูงถึงปีละ 40,000 ล้านบาทตามที่รัฐบาลแถลง เนื่องจากตัวเลข 40,000 ล้านบาทเป็นเพียงตัวเลขในภาพรวมเท่านั้น แต่เมื่อคิดคำนวณค่าเฉลี่ย 4 ปี จากเอกสารข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่า ค่าเสียหายตกเฉลี่ยอยู่ที่ปีละประมาณ 9,870 ล้านบาทเท่านั้น แต่รัฐบาลกลับมาตั้งเบี้ยประกันภัยพิบัติสูงถึง 15,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการประกันชีวิตให้กับประชาชนภายใต้ภัยพิบัติ รัฐบาลได้ตั้งเบี้ยประกันสูงถึง 500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อตรวจสอบสถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตย้อนหลัง 4 ปี พบว่า ในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 267 ราย, ปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 49 ราย, ปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 42 ราย และปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 79 ราย เมื่อนำมาคิดคำนวณเฉลี่ยในภาพรวม 4 ปี พบว่ามีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 107 รายต่อปี ซึ่งหากจ่ายเงินคุ้มครองรายละ 2 ล้านบาท จะตกเป็นเงินเฉลี่ยประมาณ 200 กว่าล้านบาทต่อปี ทำให้ต้องตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า เหตุใดจึงตั้งวงเงินในการทำประกันชีวิตสูงถึง 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายแพทย์วรงค์ ได้ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า กำลังเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทประกันภัยหรือไม่ หรือกำลังหวังค่าคอมมิชชั่นจากการทำประกันภัยในครั้งนี้หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความชัดเจนและชี้แจงรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยให้ประชาชนเข้าใจอย่างกระจ่าง
โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิตจากภัยน้ำท่วม ซึ่งหากเสียชีวิตจากการจมน้ำเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ในกรณีอื่น ๆ เช่น หากประชาชนเสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าช็อต, เสียชีวิตเนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากบ้านได้และเสียชีวิตที่บ้านเพราะน้ำท่วม หรือกรณีเสียชีวิตในโรงพยาบาลอันเนื่องมาจากน้ำท่วมทำให้อุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องแจงรายละเอียดเหล่านี้ให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจน
"การทำประกันทุกชนิดล้วนมีค่าคอมมิชชั่น โดยในภาพรวมค่าเฉลี่ยของค่าคอมมิชชั่นประกันภัยพิบัติจะอยู่ที่ 18% ส่วนประกันชีวิตโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30–40% แม้ว่าทางรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะอ้างว่าโครงการนี้ไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะกังวลได้ว่า มีการจ่ายผลประโยชน์อย่างอื่นหรือไม่ที่ไม่ใช่ค่าคอมมิชชั่น" นายแพทย์วรงค์ ระบุ
#หมอวรงค์ #ประกันภัยพิบัติ #งบประกันภัยพิบัติ #งบ15700ล้าน #งบประมาณ2569 #รัฐบาล #ภัยพิบัติ #น้ำท่วม #ประกันภัย #บริษัทประกัน #ภาษีประชาชน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline