โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดตำนาน “อโศก-สุขุมวิท” ทำเล “ผู้ดี-อีลิต” ที่ดินวาละล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. 2566 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2566 เวลา 00.38 น.

นอกจากความดังเรื่องรถติดหนักแล้ว ถนนอโศกมนตรี หรือสุขุมวิทซอย 21 ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ยังเป็นข่าวดังจากกรณีศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง “แอชตัน อโศก” คอนโดฯ มูลค่า 6.4 พันล้านบาท ทั้ง ๆ ที่โครงการสร้างเสร็จแล้วทำ EIA แล้ว ขออนุญาตเปิดใช้อาคาร และโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย มีลูกบ้าน 580 ครอบครัวอาศัยอยู่มานาน 4 ปี

ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิกถอนใบอนุญาตและให้เวลาเอกชน 30 วันยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง พร้อมหาทางเข้า-ออกใหม่ตามที่กฎหมายระบุ

จากซอยขยายเป็นถนน

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า ถนนอโศกมนตรี (Asok Montri) เป็นถนนสายสั้น ๆ ยาว 1.3 กิโลเมตร จุดเริ่มที่แยกอโศกเป็นถนนกว้าง 10 เลน ซึ่งตัดถนนสุขุมวิทกับถนนรัชดาภิเษก ทิศเหนือติดเขตวัฒนา ข้ามคลองแสนแสบ สิ้นสุดที่แยกอโศก-เพชรบุรี ถนนสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนชั้นในรัชดาภิเษก

เดิมคือซอยอโศก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ถนนอโศกมนตรี” เมื่อ 1 มีนาคม 2547 ตามข้อเสนอของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระอโศกมนตรี (เรียม เศวตเศรณี) ข้าราชการในรัชกาลที่ 6 ซึ่งได้อุทิศที่ดินร่วมกับเจ้าของที่ดินรายอื่น ๆ และได้ซื้อที่ดินที่เป็นตลาดเดิมแล้วมอบให้รัฐ

สถานที่สำคัญบนถนนตำนานสายนี้ มีโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ อาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ และสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

แต่เดิมถนนอโศกมนตรีเรียกว่า ทุ่งบางกะปิ มีขุนนางและคหบดีเข้ามาซื้อที่ดินแปลงใหญ่เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย สมัยนั้นราคาที่ถูกมาก เพราะห่างไกลตัวเมือง ผู้คนนิยมเดินทางทางเรือ ใช้คลองแสนแสบแล้วต่อรถเจ๊ก หรือเดินเท้าเข้าบ้าน

เมื่อโรงเรียนกุลสตรีวังหลังเปิดสอนปี 2417 (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลศิริราช) มิสเอ็ดนา เซระห์ โคล ครูใหญ่คิดย้ายโรงเรียนจากท่าน้ำวังหลังมายังทุ่งบางกะปิ โดยปี 2457 ท่านซื้อที่แปลงหนึ่งด้านเหนือติดคลองแสนแสบ 25 ไร่ แหม่มโคลได้จ้างคนจีนขุดที่ริมคลอง ยกเป็นร่องปลูกไม้ผลเป็นอาหารเลี้ยงนักเรียน ปลูกต้นมะพร้าวล้อมไว้ 200 ต้น ปี 2462 ได้สร้างอาคารเรียน 1919 ปัจจุบันคือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ในซอยสุขุมวิท 19 ถือเป็นอาคารหลังแรกและเป็นการตัดซอยแรกในย่านสุขุมวิท

ปี 2474 อะหมัด อิบราฮีม นานา แลนด์ลอร์ดในยุคต้น ๆ ได้มอบที่ดิน 3 ไร่ ย่านอโศกให้ “สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์” สร้างเป็นอาคารหอประชุมและห้องสมุด ออกแบบโดย Edward Healey สถาปนิกชาวอังกฤษ เปิดเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2476

มาปี 2477 กลุ่มวสุวัตเริ่มสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์เสียง (ปากซอยอโศก) เป็นอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ นับเป็นโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงสมบูรณ์แบบแห่งแรกของไทย ตั้งชื่อว่า ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง แต่ต้องยุติกิจการ เพราะผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่สอง

ตัดถนนสุขุมวิท พลิกสู่ทำเลทอง

ปี 2479 เมื่อเปิดใช้ถนนสายใหม่เชื่อมกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ แล้วตั้งชื่อว่า “ถนนสุขุมวิท” ที่ริมถนนก็เกิดการพัฒนาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีของผู้มีฐานะ ตระกูลใหญ่ และเกิดอาคารพาณิชยกรรม มีตลาดสดตรงปากซอยอโศก เกือบท้ายซอยมีวิทยาลัยครูประสานมิตร มาปี 2503 รัฐตัดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมขยายถนนอโศกมนตรี เชื่อมต่อถนนสุขุมวิทกับถนนเพชรบุรี

ผู้มีดำริขยายถนนสุขุมวิทจากอโศกไปปากน้ำคือ กรมลพบุรีราเมศวร์ พระโอรสในรัชกาลที่ 5 ต้นราชสกุล “ยุคล”

แล้วการขุดคลองระบายน้ำจากแยกวิทยุไปทางโรงเรียนสตรีวังหลังนั้น ดินที่ขุดขึ้นมาก็เอามาถมทำเป็นถนนให้รถวิ่งไปถึงโรงเรียน ซึ่งเป็นแนวถนนสุขุมวิทในปัจจุบัน

จากนั้นเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวชัดเจน เกิดการพัฒนาที่ดินครั้งใหญ่ เริ่มมีการปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ ปลูกบ้านให้เช่า ช่วงปี 2510 ได้สร้างสะพานข้ามคลองแสนแสบเชื่อมถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท

ช่วงสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันมาเช่าห้องพักบริเวณถนนสุขุมวิท จนเกิดสถานบริการและสถานบันเทิง เช่น ซอยคาวบอย ต้นถนนอโศกกลายเป็นแหล่งสินค้าเพื่อทหารต่างชาติ รวมทั้งมีแกลเลอรี่ศิลปะด้วย

หลังตัดถนนรัชดาภิเษก เชื่อมถนนอโศกช่วงถนนสุขุมวิท-ถนนสุนทรโกษา ความยาว 2.5 กิโลเมตร เปิดใช้เมื่อ 5 มกราคม 2531 เป็นถนนวงแหวนเชื่อมต่อทำเลชั้นในกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้ถนนอโศกสะดวกยิ่งขึ้น จนเกิดภัตตาคารซีฟู้ดขนาดใหญ่ตรงสี่แยกอโศก จากนั้นอาคารตึกแถวก็ถูกสร้างขึ้นในปี 2530

ระหว่างปี 2535-2539 มีบริษัทข้ามชาติทยอยเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ คอนโดมิเนียม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เช่น โครงการอโศกทาวเวอร์ อาคารซิโน-ไทย อาคารโอเชียนทาวเวอร์ 2 และอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลซ หลังปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หลายโครงการที่กำลังสร้างต้องหยุดชะงักลง พอเศรษฐกิจฟื้นตัว หลายโครงการเปลี่ยนแปลงมาเป็นคอนโดฯแทน

เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดใช้ปี 2542 สถานีอโศกก็ยิ่งคึกคัก ทั้งเป็นจุดต่อเชื่อมรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคลที่เปิดให้บริการปี 2547 มี 2 สถานีคือ สุขุมวิทและเพชรบุรี ที่ผ่านถนนสายนี้

ยิ่งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก (บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เช่าที่ระยะยาวจากตระกูล “หวั่งหลี”) มาเปิดให้บริการในปี 2554 ทำให้ทำเลย่านนี้คึกคักขึ้นมาก เป็นจุดตัดของถนนผู้ดี มีสถานีรถไฟฟ้า 2 สายพาดผ่าน ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าต่อวันมีจำนวนมาก สถิติแค่เป็นรองจากสถานีสยาม

ที่ดินแพง ราคาประเมินพุ่ง

ราคาประเมินที่ดินปี 2566-2569 โดยกรมธนารักษ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากปี 2565 พื้นที่กรุงเทพฯ โดยรวมปรับขึ้น 3-8% สูงสุดยังเป็นทำเลแนวรถไฟฟ้า ถนนอโศก ประเมินไว้ที่ 600,000 บาทต่อตารางวา ถนนสุขุมวิทเฉลี่ย 230,000-750,000 บาทต่อตารางวา

แหล่งข่าวในวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นายชานนท์ เรืองกฤตยา ซีอีโอ บมจ.อนันดาฯ ชอบที่ดินย่านอโศก-สุขุมวิท เพราะตรงกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาโครงการไฮเอนด์ และตัดสินใจซื้อที่ดินย่านนี้รวม 3 โฉนด ราคาเฉลี่ยตารางวาละ 1 ล้านบาท แม้ราคาจะสูง หากเทียบกับทำเลติด MRT ถือว่าคุ้มค่า

พร้อมกับซื้อที่ด้านหลังแอชตัน อโศก อีก 2 แปลง ฝั่งสุขุมวิท 19 (ซอยวัฒนา) แต่ความกว้างถนนซอยยังไม่เข้าเกณฑ์สำหรับการสร้างตึกสูง บริษัทจึงติดต่อทำสัญญาถูกต้องกับ รฟม. แลกกับการชดเชยให้ รฟม.ด้วยการก่อสร้างอาคารจอดรถมูลค่า 97 ล้านบาท โดยผ่านมติบอร์ดของ รฟม. เพื่อสร้างอาคารสูงตามระยะทางเข้าที่ดินที่ต้องติดหน้าถนนอโศกไม่ต่ำกว่า 18 เมตร

แต่ทุกอย่างก็ต้องนับหนึ่งใหม่ เมื่อเกิดการร้องเรียนและศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีใครลืมลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...