โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“K-USXNDQ-A(D)” คว้าโอกาสลงทุน “หุ้นเทคฯ สหรัฐ”… ในดัชนี Nasdaq-100 รับดอกเบี้ยกลับทิศสู่ “ขาลง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 18.01 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2566 เวลา 10.42 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม
US Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้น 100 หุ้นใหญ่ (ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ-100
ในปีนี้เอง ดัชนี
NASDAQ-100” ก็ทะยานมาตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า +41% เป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีของโลกในปีนี้ และยังมีโมเมนตัมที่จะไปต่อได้แม้จะไม่แรงเท่าช่วงที่ผ่านมาก็ตาม
ทำให้มีนักลงทุนไม่น้อยที่เริ่มกลับมาให้น้ำหนักการลงทุนให้
“ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” อีกครั้ง ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงหยิบเอา “กองทุนรวมหุ้นสหรัฐ”** ที่น่าสนใจมาแบ่งปันในครั้งนี้

K-USXNDQ-A(D)”…ลุยหุ้นสหรัฐ 100 ตัว (ไม่รวมสถาบันการเงิน) ในดัชนี NASDAQ-100

หลังจากที่ภาพรวมของหลายประเทศต้องเจอกับปัจจัยกดดันอย่างตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา และการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อหยุดเงินเฟ้อของประเทศเศรษฐกิจหลักในโลก จนทำให้การลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นถูกลดทอนความสนใจลงไป
แต่ในปัจจุบันนี้ สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป หลัง “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” ก็ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกคลายความตึงเครียดลง รวมไปถึง “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ที่พากันพาเหรดวิ่งรับมุมมองนี้กันมาตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว จนทำให้ หุ้นสหรัฐเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีสุดของโลกในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
“ในปีหน้าจะตามมาด้วยการกลับทิศของดอกเบี้ย สู่ ‘วัฏจักรขาลง’ ที่จะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน และยังเป็นโมเมนตัมที่ส่งให้หุ้นสหรัฐยังคงเดินหน้าบวกต่อไปได้แม้ว่าจะไม่ร้อนแรงเท่าในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม”

โดยกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้มีชื่อว่า“กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล” หรือ “K-USXNDQ-A(D)” ซึ่งกองทุนภายใต้การบริการจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และด้วยการบริหารงานที่โดดเด่นจึงเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ในส่วนของรายละเอียดนั้น ได้ถูกจัดให้เป็นกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศและเป็นประเภทกองทุนรวมฟีดเดอร์ หรือลงทุนผ่านกองทุนต่างเป็นหลักเพียงกองทุนเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 4,324,399,448 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 21.66 บาทต่อหน่วย
“สำหรับกองทุนหลักที่เลือกเป็นกองทุน ‘Invesco NASDAQ 100 ETF’ พร้อมกับมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ ทั้งนี้กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ที่มีนโยบายลงทุนให้มีผลตอบแทนตามดัชนีหุ้นสหรัฐ Nasdaq-100 ที่ประกอบด้วยหุ้นจำนวน 100 หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ”

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง K-USXNDQ-A(D)’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น“หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
ด้านการกระจายเม็ดเงินหรือการจัดสรรเงินลงทุนของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 1 ส.ค. 23) แบ่งเป็นรายอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-Information Technology 49.78%
-Communication Services 15.63%
-Consumer Discretionary 13.60%
-Health Care 6.86%
-Consumer Staples 6.61%
“โดยหุ้น 5อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด ได้แก่ Apple 11.62%,Microsoft 9.44%,Amazon 5.10%,NVIDIA 4.34% และ Meta 3.78%ซึ่งเป็นหุ้นบิ๊กเนมที่ performค่อนข้างโดดเด่นในปีนี้ทั้งนั้น”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง K-USXNDQ-A(D)’ตั้งแต่จัดตั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 23) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 17.14% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.38% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 21.12% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 21.52% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -35.96%”
พร้อมกันนี้กองทุนยังมีการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม อย่างนโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” ที่มีกำหนดจ่ายปีละไม่เกิน 4 ครั้ง ซึ่งจะพิจารณาจ่ายทุกสิ้นเดือน กุมภาพันธ์,พฤษภาคม,สิงหาคม และพฤศจิกายน โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาได้มีการจ่ายปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 39 ครั้ง รวมเป็นเงิน 12.65 บาท

เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน K-USXNDQ-A(D)กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาทส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
“การจับจังหวะการลงทุนก็ถือเป็นหัวใจสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่นักลงทุนจะต้องให้น้ำหนักเป็นอันดับต้นๆของการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์เดียวกันแต่แตกต่างที่เวลาก็อาจทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน ใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน ‘หุ้นสหรัฐ’เชื่อว่า ‘กอง K-USXNDQ-A(D)’จะเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะมองไปข้างหน้ากับวงจรดอกเบี้ยขาลงที่กำลังจะเกิดขึ้น”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...