โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Zom 100: Bucket List of the Dead งานหนักไม่เคยฆ่าใคร? แต่ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิต ให้ซอมบี้ Eat ยังดีกว่า

BT Beartai

อัพเดต 05 ส.ค. 2566 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2566 เวลา 17.57 น.
[รีวิว] Zom 100: Bucket List of the Dead งานหนักไม่เคยฆ่าใคร? แต่ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิต ให้ซอมบี้ Eat ยังดีกว่า

เรื่องย่อ: เทนโด อากิระ เป็นพนักงานบริษัทที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาส จนเช้าวันหนึ่งเหล่าซอมบี้บุกอาละวาดทั่วเมือง เขาจึงได้รู้ความรู้สึกตนเองว่ายอมถูกซอมบี้กินดีกว่า ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ เทนโดจึงนั่งเขียนรายการสิ่งที่เขาอยากทำ 100 อย่างก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นซอมบี้และออกไปใช้ชีวิตให้คุ้มเสียที

‘Zom 100: Bucket List of the Dead’ เป็นผลงานมังงะโชเน็นจากการแต่งเรื่องของอาจารย์ อาโสะ ฮาโระ (Aso Haro) และวาดภาพโดยอาจารย์ทากาตะ โคทาโร (Tanaka Kotaro) ตั้งแต่ปี 2018 จวบจนถึงปัจจุบันออกมาแล้ว 14 เล่มที่ญี่ปุ่น โดยใครคิดว่าทำไมบุคลิกตัวละครนำถึงคุ้น ๆ คล้าย ๆ กับเรื่อง ‘Alice in Borderland’ นั่นก็เพราะอาจารย์อาโสะเป็นผู้แต่งเรื่องและวาดมังงะเรื่องอลิสฯ ด้วยนั่นเอง

และแม้ ‘Zom 100’ จะมีธีมว่าด้วยการตามหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ของพระเอกเช่นเดียวกัน แต่ก็มีพลอตที่ชัดเจนของตนเอง ทั้งฉากหลังที่เป็นโลกซอมบี้อันเป็นจุดพลิกเรื่องราว และแรงขับดันทางจิตใจที่เกิดจากการทำงานในบริษัทที่กดขี่พนักงานเยี่ยงทาส ซึ่งเป็นปัญหาสังคมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า Buraku Kigyō หรือ Black Company จนทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในโลกที่เกิดนิยามศัพท์อย่าง Karoshi หรือโรคทำงานหนักจนตาย มันดูใกล้ตัวผู้อ่านยุคใหม่ที่เจอปัญหา Work-Life Balance ด้วย

เท่ากับว่า ‘Zom 100’ ผนวกวัฒนธรรมร่วมสมัยยอดนิยมถึง 2 อย่างเข้าด้วยกัน ไม่แปลกที่มังงะจะได้รับความนิยมจนถูกนำไปสร้างเป็นแอนิเมะออกฉายในปีนี้เช่นกัน นั่นหมายความว่าคนที่ชื่นชอบเรื่องนี้อาจจะได้ดูการเล่าเรื่องเดียวกันแต่ผ่านสื่อต่างชนิดรวมกับหนังคนแสดงเรื่องนี้ด้วยก็คือ 3 ครั้งติด ๆ กันเลย (ยิ่งแฟนชาวไทย คือมังงะฉบับแปลไทยก็เพิ่งตีพิมพ์เล่มแรกไปไม่นานมาก)

Zom 100: Bucket List of the Dead
Zom 100: Bucket List of the Dead

และเมื่อมองว่าตัวซีรีส์แอนิเมะที่ฉายมาได้ไม่กี่ตอนก็ดัดแปลงมาได้ดีมากแล้ว ทั้งคุณภาพด้านภาพเสียงและคุมโทนที่จัดจ้านแต่ไม่ทิ้งความกดดันที่หนักหน่วงของบริษัททาส (ตอนที่ 1 ได้คะแนน IMDb ไป 9.1 ในวันแรก) ก็แน่นอนว่าเมื่อเห็นภาพโปรโมตของหนังฉบับคนแสดงที่โทนหนังตลกญี่ปุ่นแสดงแบบโอเวอร์แอ็กติ้งจ๋ามาเลย ก็จะรู้สึกไปก่อนว่าฉบับหนังน่าจะไม่ดีเท่าแน่ ๆ จากประสบการณ์การดูหนังญี่ปุ่นที่ดัดแปลงจากมังงะหลาย ๆ เรื่อง

แต่เมื่อดูช่วงปูเรื่องไปได้ค่อนทางก็ต้องบอกว่าผิดคาดพอสมควร เพราะงานโปรดักชันของหนังเรื่องนี้ดูดีแบบสากลทีเดียว ทั้งมุมกล้อง การเคลื่อนกล้อง การออกแบบศิลป์ทั้งเมือง การจัดแสง งานเมกอัป และซีจี โดยเฉพาะการเล่าเรื่องกับการแสดงนั้นถือว่าคุมอยู่ในรสแบบสากลดีทีเดียว อาจเพราะเป็นงานที่ฉายทั่วโลกของเน็ตฟลิกซ์เองด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้กำกับ อิชิดะ ยูสุเกะ (Ishida Yûsuke) ที่เคยมีผลงานซีรีส์แนวปริศนาระทึกขวัญวัยรุ่นทางเน็ตฟลิกซ์อย่าง ‘Re: Mind’ (2017) นั้นฝีมือการเล่าเรื่องพัฒนาขึ้นมากทีเดียว

‘Zom 100’ เป็นหนังที่ต้องการเวลาเยอะในการปูแต่ละช่วงภารกิจ พอเคลียร์ปัญหาแรก ก็จะปูภารกิจใหม่ซ้ำวนไป เริ่มตั้งแต่การเคลียร์ปมในใจกับรุ่นพี่สุดสวยที่เจอในบริษัท การเคลียร์ปัญหากับเพื่อนเก่าที่เคยทะเลาะกัน การเอาชนะใจสาวแกร่งที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว คือเหมือนตัวเอกต้องทำภารกิจเพื่อรวบรวมสมาชิกให้ครบ ก่อนไปเจอรองบอสกับลาสต์บอสที่เป็นทั้งมนุษย์และอสุรกายซอมบี้ยักษ์อีกที

อันนี้เดาว่าคนไม่เคยอ่านมังงะหรือดูแอนิเมะจะรู้สึกว่าเรื่องเดินอืดหรืออารมณ์วน ๆ ไปนิด แต่คนที่เคยดูมาก่อนจะรู้สึกว่าผู้สร้างพยายามมากที่จะรวบโมเม้นต์สำคัญมาให้อยู่ในหนังแบบลงตัวที่สุด ซึ่งแฟนจากต้นฉบับจะรู้สึกว่าหนังทำมาดีมากกว่าคอหนังที่มาดูฉบับคนแสดงเลย

และที่ถือว่าเน็ตฟลิกซ์อาจเลือกคนถูกงานในคราวนี้ก็คือ ตัวมังงะมีฉากเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นจำนวนมากตามจำนวนข้อที่พระเอกอยากทำก่อนตาย ทำให้เมื่อหนังต้องขมวดหลายอย่างด้วยเวลา 2 ชั่วโมงจึงเป็นความสาหัสในการเล่าเรื่องเหมือนกัน แต่ผู้กำกับอิชิดะก็รื้อและเรียบเรียงเรื่องราวขึ้นใหม่โดยยังไม่สูญเสียรสชาติเดิมจากมังงะที่เรียกได้ว่าเคารพต้นฉบับได้อย่างดี ด้วยเพราะผู้กำกับอิชิดะเป็นผู้กำกับไม่กี่คนที่เติบโตมาจากสายงานตัดต่อหนัง ซึ่งเคยผ่านงานตัดต่อหนังแฟรนไชส์ ‘Attack on Titan’ ฉบับคนแสดงมาหลายภาคด้วยนั่นเอง ทำให้วิธีคิดจัดการลำดับเหตุการณ์ของเขาเป็นระบบ

Zom 100: Bucket List of the Dead
Zom 100: Bucket List of the Dead

การเลือกนักแสดงเองก็จัดว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้หนังตรึงผู้ชมเอาได้ไว้ตลอด นอกไปจากเส้นเรื่องที่หวือหวาและปมปัญหาใจที่ใกล้ตัวผู้ชมวัยทำงานที่น่าสนใจอยู่แล้ว โดยเลือกเอา อากาโสะ เอจิ (Akaso Eiji) ผู้เคยรับบทคาเมนไรเดอร์ครอสซ์มารับบทพระเอก ซึ่งอากาโสะก็ถ่ายทอดไม่ว่าจะด้านสดใสเป็นพนักงานใหม่หัวอ่อนไฟแรงและตอนช่วงจิตตกที่หดหู่ขนาดอยากฆ่าตัวตายได้ดี มีเสน่ห์เวลาอยู่บนจอน่าเอาใจช่วยมาก ๆ

ส่วนนางเอกได้อดีตไอดอลสาววงโนกิซากะ 46 อย่าง ชิราอิชิ ไม (Shiraishi Mai) มารับบทชิซูกะ สาวแกร่งที่เชื่อหลักตรรกะและมองโลกแง่ร้ายมากกว่าเชื่อในสัญชาตญาณและการมองโลกแง่บวก ด้วยใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์จนต้องหยุดมองโดยเฉพาะไฝเด่นที่ริมฝีปากของเธอ บวกกับตาโต ๆ ที่ฉายแววดุแต่ก็น่ารัก เป็นความขัดแย้งที่สวยงามลงตัวกับคาแรกเตอร์ของพระเอกพอดี

‘Zom 100: Bucket List of the Dead’ จึงเป็นหนังซอมบี้ที่มีพลอตแตกต่างจากหนังซอมบี้ปกติไปในแนวตลกร้ายจนถึงตลกปัญญาอ่อน ผนวกกับเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นบางอย่างที่กลืนไปกับภาษาหนังแบบสากลจนไม่อาจเอาหนังซอมบี้เรื่องอื่นมาเป็นเกณฑ์วัดตรง ๆ ได้ และแม้ท่าทีมันจะเล่าอย่างการ์ตูนแฟนตาซีมาก ทว่าเนื้อในของมันก็พูดปัญหาสังคมและความเจ็บป่วยจากงานของมนุษย์ยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ ว่าเราปล่อยไหลไปกับความเร็วของเวลาและเทคโนโลยีหรือการควบคุมของคนอื่น จนลืมหันมองว่าเราใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขหรือเหลือความฝันไว้เป็นแรงจูงใจในพรุ่งนี้หรือเปล่า เพราะสิ่งที่น่าเศร้ามากที่หนังไม่ได้นำเสนอตรง ๆ คือ การที่คนหนุ่มสาวถูกฉกชิงช่วงชีวิตอันมีค่าไปเป็นเรื่องไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่งทีเดียว นั่นก็เพราะเราเกิดมามีโอกาสใช้พลังกายและพลังใจในวัยหนุ่มสาวแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

Zom 100: Bucket List of the Dead
Zom 100: Bucket List of the Dead

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Zom 100: Bucket List of the Dead
Zom 100: Bucket List of the Dead

Zom 100: Bucket List of the Dead บท 7 โปรดักชัน 7.5 การแสดง 7.5 ความสนุกตามแนวหนัง 7 ความคุ้มค่าการรับชม 7 จุดเด่น งานสร้างและการการแสดงที่ดีเป็นสากล ลบภาพหนังตลกญี่ปุ่นไปได้ ดัดแปลงจากต้นฉบับได้ดีเก็บจุดสำคัญ ๆ ที่เล่าธีมของเรื่องไว้ได้ดี จุดสังเกต หนังค่อนข้างยาว กราฟอารมณ์ขึ้นลงแบบวนลูปตามภารกิจทำให้รู้สึกไม่ค่อยเป้นเนื้อเดียวกันนัก คนที่เคยอ่านมังงะหรือดูแอนิเมะมาก่อนถึงจะรู้สึกว่าหนังดัดแปลงมาได้ดีเพราะเข้าใจบริบทบางอย่างที่หนังตัดทิ้งไป อาจจะชอบมากกว่าาคนที่ไม่เคยผ่านตามาเลย 7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...