"ปีเตอร์ ธูนสตระ" เปิดตัวแฟนสาวครั้งแรก พร้อมเผยเส้นทางรัก 12 ปี ฝ่ายหญิงโดนดูถูก บูลลี่ว่าไม่เหมาะสม ไล่ไปทุบหน้า
"ปีเตอร์ ธูนสตระ" เปิดตัวแฟนสาวครั้งแรก พร้อมเผยเส้นทางรัก 12 ปี ฝ่ายหญิงโดนดูถูก บูลลี่ว่าไม่เหมาะสม ไล่ไปทุบหน้า
อีกหนึ่งนักแสดงที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงไทยมานานมากสำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าฝรั่งปีเตอร์ ธูนสตระที่ล่าสุดเจ้าตัวควงแฟนสาวจอย สุจิตรา ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางรักกว่า 12 ปีที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รวมไปถึงถูกบูลลี่ว่าไม่เหมาะสม ถูกไล่ให้ไปทุบหน้า ผ่ายรานการคุยแซ่บshow
ไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน แล้วคบกันมา 12 ปีแล้ว? ปีเตอร์ : ใช่ครับผม
จุดเริ่มต้นของความรักรู้จักกันได้ยังไง? ปีเตอร์ : ตอนแรกคือเขาทำงานที่ห้าง แล้วบังเอิญไปเจอเขาที่ทำงานอยู่ ก็เอ้ยน่ารักก็เลยเข้าไปคุยกัน แล้วเป็นยังไงต่อเล่าให้ฟังหน่อยครับ
จอย : วิ่งหนีค่ะ (หัวเราะ) คือวันนั้นเขามาทานข้าวแต่ไม่ได้ทานร้านเรานะ ไปทานร้านตรงข้าม แล้วเขาเดินมาหาเราด้วยความที่เราพูดภาษาไม่เป็น พูดได้แค่ไทยอย่างเดียว ก็เลยหนีเดินเข้าร้าน เขาก็พยายามเรียก เราก็ส่งเจ้าของร้านออกไปคุย บอกว่าฝรั่งคนนี้เขาจะเอาอะไรไม่รู้ ให้ไปรับรองหน่อย พอเฮียเขาเดินออกมาเขาก็บอกว่าเขาอยากคุยกับจอยอ่ะ เขาจะคุยด้วย
ตอนนั้นพี่ปีเตอร์พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย? จอย : ภาษาไทยได้ แต่ยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ยังไม่ชัดเท่าตอนนี้
ตอนที่เดินไปในห้างแล้วเห็นผู้หญิงคนนี้ปรากฎตัวต่อหน้าเราคือแบบสเปกเลยมั้ย? ปีเตอร์ : ก็คิดว่าคนนี้น่ารัก ก็อยากคุย เพราะเราไม่ได้ไปที่นี่ประจำ ไปงานพอดีเลยอยากถือโอกาสถ้าไม่ได้คุยวันนี้ก็คงไม่ได้ข้ามกรุงเทพฯ มาอีก เห็นแล้วก็เลยอยากลองคุยกันดู
ถ้าวันนี้ไม่ได้คุย คิดว่าจะเสียโอกาสไหม ? ปีเตอร์ : ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ เพราะว่าโอกาสที่จะเจอและน่าสนใจก็ไม่บ่อย ก็เลยถือโอกาสคุยดู
แสดงว่าเป็นคนชอบผู้หญิงตัวเล็ก น่ารักใช่ไหม? ปีเตอร์ : ใช่ครับ น่ารัก นิสัยเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว
สรุปวันนั้นเขาได้สั่งข้าวไหม ? จอย : จริงๆเขาจะเอาเบอร์หนูนี่แหละ เราก็งงว่าเขาเป็นใคร เราก็เขินเลยแบบไม่ให้ดีกว่า ยังไม่อยากให้ แต่เพื่อนบอกให้ไปเถอะ เขาคงอยากได้ไปเฉยๆ คงไม่โทรคุยหรอก ก็เลยให้ไปเป็นเบอร์ เพราะตอนนั้นยังไม่มีไลน์ เฟสบุ๊คก็ยังไม่มี ต้องเข้าบราวน์เซอร์ก็เล่นยาก ก็เลยให้เป็นเบอร์โทรไป เขาก็ถามว่าเลิกงานกี่โมง พอเราเลิกงานเขาก็โทรมาเลย
ปีเตอร์ : ต้องหาโอกาสไม่ใช่ว่าปล่อยโอกาสผ่านไป ก็ต้องถือโอกาส
แล้ววันแรกที่โทรหาคุยกันนานไหม ? จอย : ก็ประมาณ ชั่วโมง สองชั่วโมง ปีเตอร์ : ถึงเปล่า
จอย : เกือบๆ เพราะว่าวันนั้นฝนตก หลบฝนอยู่ในห้าง ไม่มีไรทำก็เลยคุย
ตอนนั้นเขาพูดภาษาไทยไม่ชัด เราคุยกันรู้เรื่องไหมคะ ? จอย : ตอนแรก ๆ ก็พอรู้แบบ งง ๆ บ้าง
ตอนนั้นรู้ไหมว่าเขาเป็นดารา ? จอย : ไม่รู้ คิดว่าเป็นชาวต่างชาติทั่วไป
ตอนแรกเราไม่รู้ว่าเขาเป็นดาราเขามาจีบเราเรารู้สึกไหมว่าเขาก็หล่อนะ ?
จอย : หล่อนะ แต่ว่าหนูไม่ค่อยชอบฝรั่ง ไม่ชอบคนต่างชาติ เพราะว่าตัวใหญ่ ฟังไม่รู้เรื่องด้วย
ปีเตอร์ : ถือว่าอดทนมา 12 ปี ถือว่าไม่ค่อยชอบแต่ก็ทนได้ใช่ไหม
จอย : หมายถึงตอนแรกๆ
รู้สึกยังไงพอคุยกันไปเรื่อยๆ ? จอย : ก็นิสัยดีนะ แต่ว่าดูก่อนยังไม่ปักใจ
ตอนแรกเราประทับใจอะไรในตัวเขา? ปีเตอร์ : เป็นคนสู้ เป็นคนเก่ง ยิ้มตลอด ก็เลยประทับใจ
แสดงว่าตั้งแต่คุยโทรศัพท์ยังไม่ได้เจอกัน ? จอย :ใช่ค่ะ จนเรากลับมาเขาก็นัดกินข้าว ดูหนัง ตอนแรกก็ว่าจะกินข้าว ดูหนัง แล้วกลับแต่ก็ต่อยาวเลยค่ะ
ตอนนั้นรู้สึกยังไงตื่นเต้นไหม ? จอย : ก็รู้สึกแปลก ๆ ว่ามีแต่คนมองเขาแต่เราไม่รู้ เราก็แปลก ๆว่าทำไม ฝรั่งคนนี้มีแต่คนมองเยอะจัง ทำไมเขามองเราแปลก ๆ ก็เลยถาทเขาว่าคุณเคยออกทีวีไหม
ทำไมถึงไปบอกไปเลยว่าเราเป็นนักแสดง? ปีเตอร์ : ก็มันเป็นเรื่องแปลกๆ เนาะ ก็ไม่รู้ว่าจะไปบอกทำไมว่า เออเราเป็นนักแสดงนะ รู้จักเรามั้ย เหมือนอวดตัวเองคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดอยู่แล้ว
คุยกันอยู่นานมั้ยถึงตัดสินใจเป็นแฟนกัน วางอนาคตด้วยกัน?
ปีเตอร์ : ไม่ได้พูดเลยเนาะ เราสนิทและดูแลกันมาเรื่อยๆ
จอย : คนเขาเห็นเขาก็รู้กันเอง ว่าคบกัน
มีเอ่ยปากบอกเป็นแฟนกันนะบ้างมั้ย?
ปีเตอร์ : ก็ไม่ได้พูดตรงเลยเนาะ เราเข้าใจกันเองมากกว่า
จอย : ถามเขาว่าไม่อายหรอมาคบกับฉัน
ปีเตอร์ : เขาเป็นคนถามตรงแบบนี้แหละ
อายุห่างกัน 11 ปีมีผลบ้างมั้ย? ปีเตอร์ : ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่นะ ไม่มี ถ้าเป็นวัยรุ่นอาจจะมากกว่า ถ้าเลย 30 ไปแล้วรู้สึกว่าไม่ต่างอะไรมากหรอก ตอนนี้ก็อายุ 50 แล้วออกกำลังกายตลอด มีผลช่วยได้แน่นอน
มีเรื่องลูกชายที่ต้องปรับตัวด้วย?
ปีเตอร์ : ใช่ครับ ลูกชายกับแฟนเก่าคือเขาก็บอกเราตั้งแต่แรกเลยนะ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีแฟนที่มีลูกแล้วนะแต่ก็ลองดูละกัน เจอกันแรกๆ เขาก็บอกพาลูกไปด้วยได้มั้ย เราก็บอกพามาลองดู 3 ขวบน่ารักมาก เป็นเด็กดี
ลูกชายเขายอมรับเรามั้ย? ปีเตอร์ : เขาน่ารัก เขาโอเค เขาเรียกเราว่าลุง ชอบยิ้มอารมณ์ดีเหมือนแม่
เราบอกลูกเราว่ายังไงตอนนั้นมีเขาเข้ามา?
จอย : ก็บอกว่าเป็นเพื่อนของแม่ พอโตขึ้นเขาก็รู้เอง เพราะเขามารับไปกินข้าวทุกอาทิตย์ ก็เหมือนเด็กเขารู้เอง ตอนแรกมีคนถามเขาว่าเป็นพ่อหรอ เขาก็ปฏิเสธ ตอนเล็กๆ เหมือนไม่ได้อยู่กับพ่อแท้ๆ ด้วย ประมาน 10 ขวบเขาก็เริ่มเข้าใจ ตอนนี้เขา 15 ขวบและใกล้จะถึงวันเกิดเขาแล้ว เขาไม่ได้เรียกแด๊ดดี๊เขาเรียกลุงเหมือนเดิมเพราะติดปากมาตั้งแต่เด็ก
ทุกวันนี้เขาเข้าใจแล้ว มีมาปรึกษาอะไรกับเรามั้ย?
จอย : ไม่มีค่ะ เขารู้แล้วว่าเขาเป็นคนดูแลคุณแม่ดูแลไปถึงลูกชายด้วย
ปีเตอร์ : เสียดายอย่างหนึ่งเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก จับเรียนตอนนี้ก็ยาก ไม่งั้นจะได้สองภาษาไปเลย
ทำยังไงให้ลูกเขายอมรับในตัวเรา?
ปีเตอร์ : ก็จริงๆ แล้วโชคดีที่เขาเป็นคนสนุกสนานอารมณ์ดีไม่มีอะไรต้องปฏิเสธอะไร ด้วยความเป็นผู้ชายด้วยก็จะชวนกันไปเล่นเกมส์ในห้าง
โดนบูลลี่ยังไงบ้าง? จอย : เขาบอกว่าไม่เหมาะสม ไม่สวย มาทางคอมเมนต์ ตอนแรกบอกว่าเราจ้างคุณปีเตอร์มาพูดได้เท่าไหร่ตอนไลฟ์สด ก็คิดว่าเราจ้างเขามา ตอนแรกบอกตัดต่อภาพ วีดีโอ ไลฟ์สด บอกเขาเป็น AI บอกให้หนูไปทำหน้าใหม่ สวยนะแต่ไปทำจมูก ตัดกราม เหลากราม ทำให้หมดเลย ไม่เคยอยากตอบโต้เขา แต่ก็มีแฟนคลับน่ารักมากเป็นเอฟซีเขาก็ตอบกลับแทนทุกอย่าง เราก็อยู่เฉยๆ เขาชอบเราที่เป็นแบบนี้
ปีเตอร์ : ใช่อย่างที่บอกฝรั่งชอบแบบนี้ มันคือสเปก บางคนเป็นเกรียนคีย์บอร์ด
เคยปรึกษากันเรื่องนี้มั้ย? จอย : อย่างล่าสุดเขาบอกว่าทำไมเราไม่เรียนภาษาอังกฤษ ทำไมไม่ให้ปีเตอร์สอน เขาก็ว่าเราว่าโง่ พูดไม่ได้ เราก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ
มีนั่งร้องไห้น้อยใจ? จอย : ไม่เคยเลยค่ะ
ให้กำลังใจกันยังไงบ้าง? ปีเตอร์ : พยายามสะกิดเขาบอกคุณรอดมาเยอะแล้ว ไม่ต้องสนใจคนอื่น เขามีคนที่รักดูแลอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกเขาอาจจะแย่หน่อย
ฝากถึงคนที่มาบูลลี่?
จอย : ไม่รู้จะบอกอะไรเขาดี ถึงบอกไปเขาก็ทำอยู่ดี อยากให้คิดก่อนพูด ดูความจริงก่อน
ปีเตอร์ : เช่นกัน จริงๆ แล้วคิดว่าเป็นคำพูดที่เอ่ยออกไป แต่เราควรระมัดระวังมันเหมือนอาวุธ อย่าพูดอะไรที่ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี