นักธนูมือหนึ่งย้อนเวลากลับไปเย็บผ้าอยู่หลังบ้าน (จบแล้ว)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 08.27 น. • โหย่วหยวนเชียนหลี่ข้อมูลเบื้องต้น
จนจิ้งจื่อรู้สึกอยากจูบจนแทบรอไม่ไหว เขายื่นปากไปใกล้ริมฝีปากของซู่หราน หลับตา สองมือที่เคยกำแน่นยามนี้กำลังเอื้อมไปกุมเอวคอดของนาง ดันเล็กน้อยให้ตัวนางขยับเข้ามาแนบชิดเขายิ่งขึ้น แต่ไม่กล้าแนบชิดริมฝีปากของหญิงสาว ไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาอยากจูบอีกจนแทบคลั่ง
‘เด็กบ้านี่! ร้ายชะมัด อยากจูบแต่ไม่อยากลงมือหรือ’ ซู่หรานตัวสั่น บ่นด่าเขาในใจ เธอไม่ยอมให้เขาได้สมปรารถนาทั้งที่ตัวเองก็อยากจูบมาก
“อ้าปาก แลบลิ้นของเจ้าด้วย” เธอสั่งสอน สองมือลูบท้ายทอยของเขา
จิ้งจื่อชะงักค้าง
‘ต้องทำเรื่องน่าอายเช่นนี้จริงหรือ’ การแลบลิ้นถือเป็นเรื่องเสียมารยาทและน่าอายที่สุด อย่าว่าแต่ลิ้นเลย เพียงยกมุมปากสร้างรอยยิ้ม เขายังรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่น่าอับอาย ยอดฝีมือเช่นเขาต้องทำเรื่องเช่นนี้จริงหรือ
จิ้งจื่อค่อยๆ อ้าปากแดงระเรื่อ แลบลิ้นออกเพียงปลายเล็กน้อย หลับตาแน่นไม่อยากรับรู้เรื่องใดทั้งสิ้น เขาอยากจูบ อยากสัมผัสลิ้นนุ่มของหญิงหน้าด้านผู้นี้อีก!!
ตอนที่ 1 ตกจากตรงไหน
ไป๋หลันตกลงมานานมาก ไม่ถึงพื้นสักที เธอรู้สึกว่าประหลาดจึงลืมตาดู แต่ลืมตาเท่าไรก็ลืมไม่ขึ้น เริ่มรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนและปวดหัวรุนแรง แต่ในที่สุดเธอก็ตกถึงพื้น
ตัวเธอกระแทกกับก้อนหินแข็งอย่างแรงจนปวดไปทั้งสะโพก มีเสียงตะโกนวุ่นวายรอบๆ ตัว แต่ฟังไม่ค่อยชัดว่าพูดอะไรกันบ้าง คราวนี้เธอพยายามลืมตาได้แล้ว แสงจ้าแสบตาจนต้องยกมือขึ้นมาบัง
เหมือนว่าไป๋หลันจะล้มอยู่ข้างรูปปั้นหินที่มีลักษณะเหมือนโคมไฟ มิน่าถึงได้เจ็บมาก ไหล่ของเธอปวดร้าว ได้กลิ่นคาวเลือดด้วย
แต่เอ๊ะ !..เมื่อครู่เธอตกลงมาจากที่สูงไม่ใช่เหรอ เธอเจ็บก้นไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอเข้าใจผิด
“แย่แล้วววว ช่วยด้วย !!!..”
“กรี๊ดดดด…”
“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ใครก็ได้ช่วยด้วย !”
ภาพตรงหน้าของไป๋หลันค่อยๆ ชัดขึ้น หญิงสาวในชุดโบราณพลิ้วไหวกำลังวิ่งหนีสุนัขตัวหนึ่งอย่างน่าสงสาร สุนัขสีหม่นสกปรกตัวนั้นวิ่งเห่าอย่างบ้าคลั่งน้ำลายฟูมปาก ลิ้นห้อย ท่าทางดุร้าย แต่ไร้เรี่ยวแรง วิ่งโซเซ ขาหลังดูแล้วแปลกๆ หางลู่ตก
ไป๋หลันรู้ทันทีว่าสุนัขตัวนั้นกำลังป่วย เพราะสมัยเด็กๆ ที่เธอยังอยู่บ้านนอกกับปู่ย่า มีเด็กข้างบ้านเคยถูกสุนัขแบบนั้นกัด เด็กคนนั้นก็ป่วยและตายในที่สุด เธอกลัวมากจึงจำได้ดี
เธอหันไปมองรอบๆ ที่นี่เป็นสวนแบบโบราณ มีผู้หญิงสาวสามคนใส่ชุดแบบโบราณสีเดียวกัน วิ่งไล่ตามสุนัขตัวนั้น ในมือมีไม้สั้นๆ ไล่ตี อีกคนจะใช้มือเปล่าจับตัวสุนัข และอีกคนก็แหกปากร้องขอให้คนช่วย มีหญิงอีกคนที่นั่งบนพื้นห่างออกไปเอาแต่ร้องไห้ ดูแล้วท่าทางอายุมากแล้ว
ระหว่างที่คนอื่นกำลังเดือดร้อนเพราะถูกสุนัขป่วยโรคกลัวน้ำวิ่งไล่ ไป๋หลันยังมีเวลาสำรวจรอบๆ เพราะแม้ทุกอย่างจะดูน่ากลัว แต่ภาพที่เธอเห็นกลับเหมือนภาพซีรีส์ที่กำลังสโลว์โมชัน
“ช่วยด้วย รีบไปตามใครมาช่วยสิ” หญิงคนที่นั่งร้องไห้อยู่ตะโกนราวกับจะเสียสติ มีผู้ชายใส่ชุดโบราณสีเก่าๆ วิ่งออกไปทางซุ้มประตู
ไป๋หลันพยายามลุกขึ้นเพื่อหาทางช่วยทำอะไรสักอย่าง แต่รู้สึกเวียนหัวอย่างหนัก ต้องใช้มือจับโคมเสาหินไว้ถึงจะยืนตัวตรงได้ และพอมองรอบๆแล้ว ด้านข้างของไป๋หลันเป็นบ้านทรงโบราณที่ราคาแพงมาก
มองจากทางเข้าบ้าน เห็นชัดเจนว่าในนั้นมีหน้าไม้ขนาดใหญ่พร้อมลูกศรวางเด่นสง่าอยู่กลางบ้าน บนโต๊ะที่คล้ายหิ้งวางของ แต่เหตุการณ์ตรงหน้าถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉิน
ไป๋หลันไม่ทันคิดอะไรมาก ด้วยความอยากช่วยคนจึงวิ่งไปหยิบหน้าไม้พร้อมลูกศรในบ้านหลังนั้นตามความเคยชิน และวิ่งออกมาดูสถานการณ์ เธอเห็นว่าหน้าไม้มีขนาดใหญ่มาก วัดด้วยสายตาคร่าวๆ ไป๋หลันคิดว่าตัวคันศรอาจกว้างเท่าผู้ใหญ่คนหนึ่งกางมือทั้งสองข้าง
และเพราะขนาดที่ใหญ่มาก ทำให้การขึ้นสายหน้าไม้จึงยากมากไปด้วย ไป๋หลันมองไปทางหญิงสาวที่กำลังวิ่งหนีสุนัข ตอนนี้ภาพไม่ได้สโลว์โมชันแล้ว ผู้หญิงคนนั้นกำลังหมดแรง สุนัขใกล้จะวิ่งถึงตัวเธอทุกที ไป๋หลันต้องตัดสินใจพาดหน้าไม้กับโคมหิน ยกเท้ายันปีกหน้าไม้ สองมือออกแรงทั้งหมดที่มีเพื่อดึงขึ้นสาย
ทันทีที่ขึ้นสายรั้งได้เธอก็วางลูกศรลงไป ย่อเข่าให้ตัวหน้าไม้อยู่ในระดับสายตาเพราะเธอไม่อยากยกหน้าไม้ขนาดใหญ่นั้นขึ้นมา กลัวว่าถ้ายกขึ้นอาจเล็งเป้าคลาดเคลื่อนได้ จะเป็นอันตรายกับผู้หญิงที่กำลังวิ่งหนี จึงวางหน้าไม้กับเสาหินนั่นเสียเลย
เมื่อเล็งไปที่สุนัขตัวนั้นแล้วไป๋หลันก็เหนี่ยวไก ลูกดอกพุ่งตรงไปยังกลางลำตัวสุนัขอย่างแม่นยำ เพราะหน้าไม้มีขนาดใหญ่มาก สายขึงจึงยิ่งส่งให้ลูกศรพุ่งไปด้วยความแรงสูง ลูกศรขนาดใหญ่ปักไปที่ตัวสุนัข ลากตัวมันลอยไปไกลหลายเมตร แรงสะท้อนที่ส่งกลับมายังไป๋หลันก็รุนแรงไม่แพ้กัน
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงใครสักคนตกใจ
ไหล่ที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้ายิ่งเจ็บชัดเจน หัวไหล่ของเธอปวดร้าวมากกว่าเดิมหลายเท่า ไป๋หลันหยีตาก่อนจะค่อยๆ ยกหน้าไม้ออก ยืนขึ้นมองดูผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ
“ว้ายยยยยยย”
หญิงสาวที่วิ่งไล่ตีสุนัขสองคนร้องตกใจกับภาพตรงหน้า เพราะสุนัขตัวนั้นตายคาที่ ลูกดอกขนาดใหญ่และความรุนแรงของหน้าไม้ทำให้ไส้พุงและเลือดของสุนัขกระจัดกระจาย ส่งกลิ่นคาวมาไกลจนถึงตรงที่ไป๋หลันยืนอยู่ หญิงสาวคนที่ถูกสุนัขไล่ล้มลงร้องไห้ตัวสั่นด้วยความกลัว แต่เธอปลอดภัย
แน่นอนทุกสายตาหันมาทางไป๋หลัน เธอถือธนูอยู่ เป็นใครก็ต้องรู้ว่าเธอเป็นคนยิงสุนัข ในเมื่อหน้าไม้นั้นยังอยู่ในมือเธอ ไป๋หลันคิดว่าได้ช่วยคน แม้การยิงด้วยหน้าไม้ใหญ่ขนาดนี้อาจดูรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่ช่วยคนไว้ได้จึงจะสำคัญที่สุด
“กรี๊ดดดด หน้าไม้พระราชทาน !!!” หญิงแก่ที่ก่อนหน้าเอาแต่ร้องไห้ ตอนนี้ถึงขั้นกรีดร้องออกมาสุดเสียงและล้มพับลงตรงนั้น
‘หน้าไม้พระราชทาน ?’ ไป๋หลันก้มมองหน้าไม้ในมือ
สำรวจดูดีๆ อีกครั้ง มันช่างเป็นหน้าไม้ที่แข็งแรงและประณีตมากๆ ตัวคันศรทำจากไม้พิเศษที่ไม่ใช่ไม้ไผ่ สีดำเลื่อมทั้งคัน ทั้งยังเป็นการต่อข้อด้วยเทคนิคแบบโบราณ สายหน้าไม้ก็ทำจากหางม้าถักของแท้ ทั้งยังดูเหมือนเคลือบอะไรบางอย่างไว้ด้วย ของโบราณแท้ๆ !!
ไป๋หลันตกใจไม่น้อย เมื่อกี้สนใจแต่ช่วยคนเลยไม่ได้ดูให้ดี ตอนนี้เริ่มรู้สึกเสียใจแล้วที่ใช้หน้าไม้ระดับสุดยอดนี้ยิงหมาป่วยตัวหนึ่งไป
“เจ้าทำอะไรลงไป !!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตะคอกดังมาจากด้านหลัง
ไป๋หลันหันไปมอง ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบถึงห้าสิบปี ใส่ชุดโบราณสีเขียวขี้ม้าเข้ม กำลังมองหน้าไม้ในมือของเธอด้วยใบหน้าโกรธจัด
“ช่วยคนไง” ไป๋หลันตอบออกไป แต่เสียงที่ได้ยินแปลกจนเหมือนไม่ใช่เสียงของเธอ มันฟังดูไพเราะกว่าเสียงปกติของเธอมาก
ผู้ชายคนนั้นมองไปทางหญิงสาวที่นั่งลงตัวสั่น
“เจ้าคิดจะฆ่าน้องสาวตัวเองหรือ ?” เขาพูด โกรธเธอจนหน้าสั่น
“หา?” ไป๋หลันไม่เข้าใจ
“ฉันยิงหมา ไม่ได้ยิงคน ไม่เห็นเหรอ” เธอชี้ไปทางร่างของสุนัขที่นอนนิ่งท่ามกลางกองเลือดและไส้พุงของมัน
ชายวัยกลางคน เดินมาตรงหน้าและตบเธอเต็มแรง !!
ไป๋หลันหน้าหันไปตามแรงตบ ข้างหูได้ยินเสียงวิ้งงงงงงงง….
ตอนที่ 2 โดนขัง
“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ เจ้าหันหน้าไม้ไปทางน้องของเจ้า หากผิดพลาดไปโดนนางเจ้าจะทำเช่นไร” เขายังคงตะคอกใส่เธอ
“ฉันมั่นใจว่าไม่มีทางโดนเธอ” ไป๋หลันยืนยันทั้งที่ยังก้มหน้า เธอค่อยๆยกมือขึ้นมาลูบข้างแก้มที่โดนตบ มันทั้งเจ็บทั้งแสบ
“มั่นใจหรือ ฝีมืออย่างเจ้า เอาอะไรมามั่นใจ ข้าจะไม่เอาความเรื่องที่ไปหยิบหน้าไม้พระราชทานส่งเดช แต่เรื่องที่เจ้าคิดจะฆ่าพี่น้อง ต่อให้ข้ารักเจ้าเพียงใดก็ไม่อาจเข้าข้างเปลี่ยนผิดเป็นถูกให้เจ้าได้ เด็กๆ พานางลูกไม่รักดีไปขัง พรุ่งนี้ให้นำตัวไปส่งที่ศาล” ชายคนนั้นพูด
“พูดเรื่องอะไร งงไปหมดแล้วนะ” ไป๋หลันยังคงกุมแก้มไว้ รู้สึกแสบชา เหมือนด้านในกระพุ้งแก้มจะแตก เพราะกลิ่นคาวเลือดกำลังคลุ้งในปาก ไป๋หลันรู้สึกถึงความเค็มคาวของเลือด ความงุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์ทำให้เธอได้แต่มองกลับไปอย่างโง่งม
“สุนัขตัวเดียว เจ้าถึงขั้นหยิบอาวุธอันตรายมาฆ่า ทั้งที่แค่ให้บ่าวมาจับก็สิ้นเรื่อง แม้แต่คนโง่ก็ต้องคิดว่าเจ้าตั้งใจฆ่าน้องสาว ยังจะแก้ตัวอีก”
“หมาตัวนั้นมันป่วย ถ้าถูกกัด อาจต้องฉีดยา ถ้าไม่มีเงินไปฉีดยาแพงๆ คนที่ถูกกัดก็จะป่วยตายไปด้วย ฉันตั้งใจช่วยจริงๆ นะ” ไป๋หลันพูดเสียงสั่น
ไป๋หลันยังคงถูกพาไปอยู่ในสถานที่ที่คล้ายกับคุกโบราณสมัยก่อนอยู่ดี ไม่ว่าเธอจะบอกชายวัยกลางคนคนนั้นแบบไหน พูดไปสองสามครั้งก็ยังไม่รู้เรื่อง ไป๋หลันจึงเลือกจะเงียบ คนพวกนั้นพาไปไหนเธอก็ไป แต่ไม่นึกว่าจะเอาเธอมาขังในคุกโบราณจริงๆ
ตอนแรกไป๋หลันคิดว่าคงกำลังถ่ายทำฉากซีรีส์ แต่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีกล้อง สุดท้ายพอคนที่พาเธอมาขังกลับไปหมดแล้ว ไป๋หลันถึงจะมีเวลาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านั้น เธอทำอะไรอยู่นะ ทำไมถึงมาลงเอยที่นี่ รู้สึกเหมือนกำลังตกจากไหนสักแห่ง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ยิ่งนึกก็ยิ่งรู้สึกปวดหัว ระหว่างที่มึนๆ ใกล้จะอ้วกออกมา ภาพความทรงจำต่างๆ ก็ปรากฏในหัว
ที่แท้ชายวัยกลางคนที่ตบเธอ ไป๋หลันถึงกับเรียกเขาว่าท่านพ่อ!! นี่เขาเป็นพ่อของเธอเหรอ? แล้วหมาตัวนั้นเป็นเธอเองที่ปล่อยออกมา มุ่งหวังจะให้ไปกัดใครสักคนที่เป็นน้องสาวของเธอด้วย
ที่แย่กว่านั้น เหมือนเธอจะไปทำเรื่องที่เลวร้ายมากๆ มา น้องสาวของเธอไม่รู้อะไรด้วย แต่เพราะเธออิจฉาน้อง จึงต้องการฆ่าทิ้ง
‘นี่ตัวฉันเลวร้ายขนาดนี้เลย!!’ ไป๋หลันตกใจ
หรือเธอจะความจำเสื่อม จึงนึกได้แค่บางส่วนเท่านั้น ทำไมทุกอย่างดูไม่เข้าร่องเข้ารอย เธอรู้ว่าตัวเองชื่อ ไป๋หลัน แต่เหมือนว่าปกติเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าพวกนี้หรือเปล่านะ หรือเธอจะเกิดอุบัติเหตุ
แต่เอ๊ะ..เท่าที่จำได้ไป๋หลันไม่มีพี่น้องนี่ พ่อแม่ก็ไม่มี เธอชอบเสื้อผ้าแบบโบราณก็จริง แต่คงไม่ถึงขนาดกล้าหาญมาแสดงซีรีส์หรอกมั้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน คนใจร้ายนั่นเป็นพ่อของเธอจริงๆ ใช่ไหม
ไป๋หลันคิดเยอะจนลืมทุกสิ่ง แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท้องของตัวเองร้อง
โครกกกกครากกกก!
เธอถึงได้รู้สึกตัวเองว่าหิวมาก หิวจนมือสั่น เหมือนว่าตั้งแต่เมื่อวานเธอถูกขังอยู่ในห้องตลอด ไม่ได้กินข้าวสักมื้อเดียว วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ตอนนี้เธอจึงหิวมาก
ไป๋หลันก้มหน้ามองท้องตัวเอง แต่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากอกภูเขา เธอไม่แน่ใจจึงพยายามก้มมากขึ้นแต่ก็ยังติดอกสะบึ้มนี่อยู่ดี ไป๋หลันค่อยๆ ยกมือมาคลำก้อนเนื้อใหญ่โตตรงอก จับเขย่าเบาๆ เธอรู้สึกว่าหนักมาก
นี่เป็นหน้าอกของเธอจริงๆ ใช่ไหม!!! ทำไมเธอถึงจำได้ว่าตัวเองอกเล็กมาก แฟนของเธอยังเคยแซวว่าหน้าอกของเธอเหมือนองค์หญิงไท่ผิง[1]เลย แต่ตอนนี้กลายเป็นบิ๊กแมค[2] ไปแล้ว!!!
“พี่ซู่หราน เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงสาวน้อยคนหนึ่งเรียกไป๋หลัน
‘ซู่หรานเหรอ ชื่อของฉันนี่’ ไป๋หลันคิดและเงยหน้าขึ้นมอง
สาวน้อยคนที่ถูกหมาไล่กัดกำลังยืนร้องไห้น้ำตานอง ในมือถือห่อผ้าเล็กๆ มีกลิ่นหอมของอาหารโชยมา ไป๋หลันสูดลมหายใจและรู้สึกว่าท้องของเธอกำลังเผาไหม้ เธอหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว
“ฉันไม่เป็นไร เธอไม่ต้องห่วง” ไป๋หลันพูด
“จะไม่เป็นไรได้อย่างไร พี่มีเลือดออกที่ไหล่นะเจ้าคะ”
“อ้อ มันเจ็บปกติอยู่แล้ว แผลถลอกนิดเดียวไม่เป็นไร”
“เป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษด้วยเจ้าค่ะ พี่ซู่หรานอย่าโกรธข้าเลย ข้าจะไม่ออกไปข้างนอกอีก ส่วนเรื่องของอิงเถา ข้าจะรักษานางอย่างดี พี่สบายใจได้ ข้าจะปกป้องพี่เอง” หญิงสาวคนนั้นยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา
“ไม่ต้องคิดมาก เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว” ไป๋หลันพูดไปแบบนั้น
แต่พอเธอตั้งท่าจะลุกขึ้น ความทรงจำมากมายก็ไหลเข้ามาในหัวจนเธอรับไม่ไหว ปวดหัวอย่างรุนแรงจนเธอทรงตัวไม่อยู่
“พี่ซู่หราน พี่เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนหรือ ข้าจะรีบไปตามคนมา” หญิงสาวพูดแล้วตั้งท่าจะออกไปจริงๆ
“ไม่ต้อง” ไป๋หลันนึกออกแล้ว เรื่องของอิงเถาและเรื่องที่เธอจะฆ่าน้องสาวของเธอจริงๆ!!
“แต่..แต่ว่าพี่ดูเจ็บมาก” น้องสาวยังคงพูดด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจ
“ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องไปเรียกใคร เดี๋ยวเธอจะเดือดร้อนไปด้วย”
“พี่ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะหาทางช่วยพี่ออกมา” น้องสาวพูด
“ถ้า..ถ้าความจริงแล้ว ฉันตั้งใจฆ่าเธอจริงๆล่ะ” ไป๋หลันลองหยั่งเชิง
“ข้าไม่เชื่อ ข้ามั่นใจว่าพี่ไม่ทำ และพี่ก็เป็นคนช่วยข้าไว้จริงๆไม่ใช่หรือ”
“ทำไมถึงได้เชื่อใจฉันอย่างโง่งมแบบนี้ เธอโง่มากรู้ตัวไหม”
“พี่เป็นพี่ของข้า ข้ารู้ว่าพี่จะไม่ทำ”
“ตอนแรกฉันตั้งใจจะฆ่าจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ตอนยิงหน้าไม้ ก็รู้ตัวทุกอย่างว่าจะไม่พลาดแน่ ดังนั้นเธอไม่ต้องกลัว และต่อไปก็จะไม่ทำอีก ขอบใจนะที่เชื่อใจพี่สาวเลวๆ คนนี้ถึงขั้นโง่งม” ไป๋หลันเริ่มเข้าใจบางอย่างบ้างแล้ว
“พี่ซู่หราน ฮืออ” น้องสาวร้องไห้ดีใจ ขยับเข้ามาเกาะประตูไม้
ไป๋หลันค่อยๆลุกขึ้นจะได้ไม่ปวดหัวมาก ในที่สุดเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้าน้องสาวคนนั้น จับแขนเสื้อที่มีคราบเปื้อนสกปรกไปเช็ดน้ำตาให้น้องสาวผ่านช่องว่างตารางกรงขัง
“เลิกร้องได้แล้ว รีบกลับบ้าน เป็นหญิงสาวไม่ควรมาอยู่ในที่ไม่ดีแบบนี้” ไป๋หลันปลอบน้องสาวที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ
“ข้าจะกลับไปขอร้องท่านพ่อให้มาช่วย พี่ไม่ต้องห่วง และนี่ ข้านำอาหารมาด้วย ข้ารู้ว่าพี่ซู่หรานไม่ได้ทานอาหารตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ข้าจึงเตรียมหมั่นโถวง่ายๆ กับเนื้อแห้งมาให้ อาจไม่ถูกปากพี่ แต่ข้าพอหาได้เพียงเท่านี้ พี่รับไปกินเถิด” น้องสาวยื่นห่อผ้ามาให้ไป๋หลัน
ไป๋หลันรู้สึกว่าซู่หรานเป็นคนเลวขนานแท้ น้องสาวของเธอรักเธอมาก และเชื่อใจพี่สาวทุกอย่าง ซู่หรานยังคิดจะฆ่าน้องสาวแบบนี้อีก โหดร้ายสิ้นดี หากเป็นซู่หรานตัวจริง นางคงด่าน้องสาวที่เอาอาหารง่ายๆ มาให้แล้ว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ไป๋หลันจะไม่ทำแบบนั้น เธอรับห่อผ้ามาและเปิดออก หยิบหมั่นโถวมากัดคำหนึ่ง
“อื้ม อร่อย ขอบใจมาก” ไป๋หลันพูด ทั้งที่หมั่นโถวนั่นไม่มีรสชาติอะไร
“เจ้ารีบกลับไปเถิด อยู่ที่นี่นานๆ ไม่ดีต่อเจ้าและท่านพ่อ” ไป๋หลันเริ่มใช้ภาษาแบบโบราณบ้างแล้ว
[1]太平 มี 2 ความหมาย 1.คือ สงบสุข สันติ 2. คือราบเรียบมากๆ เรียบสุดๆ 公主 แปลว่า องค์หญิง เจ้าหญิง เมื่อเอาสองคำมารวมกัน 太平公主 ไท่ผิงกงจู่ เป็นคำแสลง หมายถึงองค์หญิงนมแบน หรือก็คือมากกว่าแค่นมแบนปกติ
[2]巨无霸 จวี้อู๋ป้า หมายถึง บิ๊กแมค แฮมเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ เป็นคำสแลง หมายถึงนมที่มีขนาดใหญ่มากกกกกก
ตอนที่ 3 เทพเจ้ายี่ซิง
ไป๋หลันอยู่คนเดียวในห้องเกือบสามเดือนแล้ว ถึงเธอจะอยากออกไปเที่ยวบ้าง แต่คิดอีกทีก็ไม่อยากออกไปไหน สุดท้ายจึงสั่งอาหารมาที่ห้องและนั่งดูซีรีส์ ดูการ์ตูน ดูอนิเมะต่อไป บางวันก็อ่านนิยายบ้าง เล่นเกมบ้าง
ไป๋หลันไม่มีพี่น้อง เป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับปู่ย่า การเรียนไม่ค่อยได้เรื่อง แต่โชคดีเป็นคนที่เก่งกีฬา เธอจึงได้โควตาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหวา ด้วยคะแนนเกาเข่าเพียงสามร้อยกว่าเท่านั้น หลังเรียนจบก็หางานทำไม่ได้ เพราะได้รับบาดเจ็บที่แขนและขาจนต้องผ่าตัด ความฝันอาชีพนักกีฬาจึงต้องหยุดลงด้วย ยังดีที่เธอได้เงินจากการแข่งขันก่อนหน้ามาจำนวนหนึ่ง จึงยังพอใช้ชีวิตต่อไปได้ แม้จะต้องเดินด้วยท่าทางแปลกๆ
ไม่นานปู่ย่าก็มาเสียชีวิตติดๆ กันอีก เธอจึงขายบ้านของปู่ย่า เพราะไม่อยากฟังคำบ่นของพวกเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะป้าหลิวที่วันๆ คอยแต่ถามเธอว่าทำงานอะไร เธอหนีไปอยู่ในตัวเมืองปักกิ่ง แม้อากาศจะแย่มาก แต่ไป๋หลันที่มีเงินซื้อห้องเล็กๆ อยู่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
จากนั้นมาเธอพยายามหางานทำแล้วแต่หาไม่ได้เลยเพราะเธอทำงานหนักไม่ไหว เพื่อนสนิทคนเดียวของเธอก็แต่งงานไปแล้ว แฟนเฮงซวยของเธอก็มาบอกเลิก ทั้งที่เขาขอหมั้นกับเธอแล้ว สุดท้ายชีวิตของไป๋หลันจึงลงเอยด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้อง ใช้เงินเก็บจนร่อยหรอลงเรื่อยๆ ถึงเธอจะกังวลแต่ก็ไม่อยากออกไปหางานทำ
เธอเคยถูกคนอื่นๆ เรียกว่าเป็นพวกป่ายล่าน [1] ครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอออกไปหาเพื่อนสนิท พวกผู้ชายที่เป็นเพื่อนกับสามีของเพื่อนเธอก็แซวเธอเล่นๆ แบบนั้น เพราะมันบังเอิญพ้องเสียงกับชื่อของเธอ แต่มันทำให้ความรู้สึกของไป๋หลันยิ่งดิ่งจนไม่กล้าออกไปไหนอีก
ความสุขเดียวของเธอตอนนี้คือการดูซีรีส์ ดูอนิเมะ อ่านหนังสือ เล่นเกมอยู่ในห้อง เธอชอบสะสมแปลนธนูเก่า มันทำให้เธอหลงรักเสื้อผ้าแบบโบราณด้วย บางครั้งเธอก็อยากไปงานคอสเพลย์บ้าง แต่ติดที่ไม่กล้าออกไป เธอจึงได้แต่สั่งผ้ามาลองตัดใส่เอง แม้ฝีมือของเธอจะห่วยแตกชนิดที่มองไม่ได้ แต่เสื้อตัวแรกที่เย็บเองนั้นก็ทำให้เธอภูมิใจมาก
วันนี้ไป๋หลันเห็นข่าวในโต่วอิน [2] บอกว่าจะมีการรวมตัวกันของเหล่านักคอสระดับโลก ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณกู้กง ในอีก 15 วัน ทุกคนต้องจองตั๋วพิเศษเท่านั้น หัวใจของไป๋หลันกลับมาเต้นแรงในรอบ 4 ปี มันเป็นครั้งแรกที่เธออยากออกไปข้างนอกมากๆ
เธอตัดสินใจแย่งชิงตั๋วพิเศษ เธอใช้ความสามารถในการเล่นเกมจนแย่งมาได้สองใบ หยิบเอาชุดที่เธอเย็บด้วยตัวเองมาลองทาบๆ หน้ากระจกอยู่นาน แต่มันห่วยแตกจนเธอไม่อาจโกหกตัวเองได้
ไป๋หลันขายตั๋วอีกใบ ซึ่งราคาแรงมากจนเธอสามารถเอาเงินนั่นไปซื้อชุดฮั่นฝูชุดใหม่ได้พอดี ชุดนั้นสวยจนชวนตะลึง มีเกล็ดสีทองประดับตามชายกระโปรงด้วย ไป๋หลันตื่นเต้นมาก ได้ยินว่าถูกตัดเย็บตามแบบโบราณแท้ๆ
เธอเฝ้ารอวันที่จะได้ออกไปพบเจอเหล่าเลเยอร์ [3] ด้วยใจจดจ่อ แม้ชีวิตของเธอตอนนี้จะบัดซบสิ้นดี
พอถึงวันงานอีเวนต์จริงๆ บรรยากาศดีกว่าที่ไป๋หลันกังวลมาก ไม่มีใครสนใจที่เธอใส่ชุดโบราณ เพราะใครๆ ก็ใส่ แต่ละคนที่เดินผ่านไปมาก็สวยงามจนไม่อาจละสายตาได้ ไม่มีใครมาคอยถามเธอว่าทำงานอะไร ทุกคนต่างพูดถึงแต่ชุดและการตัดเย็บที่แสนลำบาก มีคนขอถ่ายรูปชุดของไป๋หลันด้วย แม้ตัวเธอที่เดินท่าทางผิดปกติจะไม่เหมาะกับชุดเลยก็ตาม
ไป๋หลันไม่มีเพื่อนมาด้วย ดังนั้นเมื่อขบวนนักคอสเคลื่อนเข้าไปด้านในพระราชวัง เธอจึงรั้งอยู่ท้ายขบวนตามที่ตั้งใจแต่แรก ทุกคนเดินดูและตื่นเต้นกับพระราชวังที่กว้างใหญ่ ตั้งแต่ประตูไท่เหอจนถึงประตูเสินอู่
ทุกอย่างช่างมหัศจรรย์ชวนหลงใหลจนไป๋หลันเดินช้าลง ช้าลง เธออยากเดินสำรวจพิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กงมากกว่านี้ ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจแยกตัวจากขบวน และไม่มีใครสนใจว่าเธอจะหายไปไหนด้วย
ไป๋หลันเดินย้อนกลับไปทางหอนาฬิกา ตำหนักเฟิงเสียน เธอเฝ้ามองนาฬิกาแต่ละเรือนที่งดงาม เดินดูทีละเรือน อ่านทุกตัวอักษรความเป็นมาของนาฬิกาพวกนั้น ราวกับต้องมนตร์
กระทั่งเธอเดินมาถึงป้าย ห้ามเข้า! กำลังปรับปรุง แต่เพราะที่นี่คือบริเวณที่ตั้งของหอนาฬิกาน้ำเครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบโดยเทพเจ้ายี่ซิง ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ชาวจีน นักคณิตศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกรเครื่องกล นักปรัชญาและพระภิกษุในราชวงศ์ถัง ถูกสร้างโดยนักประดิษฐ์อัจฉริยะซูซ่ง แม้จะถูกทำลายไป แต่รัฐบาลก็ได้สร้างขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบในบันทึกเก่าแก่ สร้างขึ้นโดยไม่ผิดเพี้ยนจากบันทึกเลย
ไป๋หลันรู้สึกอยากเห็นหอนาฬิกากลน้ำนี้มากจนห้ามใจไม่ได้ เหมือนถูกบางอย่างครอบงำ เธอที่ขี้ขลาดมาเป็นปี กล้าที่จะเดินเข้าไปในห้องต้องห้าม ในห้องนั้นทั้งกว้างและสูงใหญ่ ค่อนข้างมืดเพราะปิดอยู่ มีหอนาฬิกาตั้งเด่นสง่าอยู่กลางห้อง
หอนาฬิกาน้ำถูกสร้างใหม่สูงประมาณเก้าเมตร หรือเทียบเท่าตึกสองสามชั้นได้ มีนั่งร้านที่ทำจากไม้ไผ่ล้อมรอบ เธอรู้สึกอยากปีนขึ้นไปดูกลไกด้านบนอย่างมาก จึงแอบปีนขึ้นไปตามนั่งร้านไม้ไผ่พวกนั้น แม้เธอจะขาพิการเจ็บแขน แต่ยังคงมีความคล่องตัวตามแบบฉบับนักกีฬา
ตามแต่ละชั้น มีตัวอักษรที่วิศวกรเขียนเอาไว้คร่าวๆ ว่าต้องสร้างอย่างไร ไป๋หลันสนใจเพ่งมองแต่ตัวอักษรจนไม่ได้สังเกตว่ามีคนอื่นเข้ามาในห้องนี้
ลุงเจ้าหน้าที่เห็นคนปีนขึ้นนั่งร้านจนถึงชั้นบนสุด ทั้งยังสวมชุดฮั่นฝูโบราณ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่แน่ เขาจึงตะโกนออกไป
“ใครน่ะ เข้ามาทำอะไรในนี้”
ไป๋หลันตกใจอย่างแรงไม่ทันระวัง จับนั่งร้านพลาด พลัดตกลงมาจากที่สูงกะทันหัน หัวใจของเธอหล่นวูบ
‘ตายแน่!!’ ไป๋หลันคิดในใจ เพราะช่วงพลัดตกลงมา เธอเห็นชัดเจนว่าด้านล่างมีไม้ไผ่ที่ถูกตัดปลายจนแหลมคมรอรับเธออยู่
แต่เธอไม่ได้กลัว กลับหลับตาลงและหวังว่าจะไม่เจ็บมาก
‘ตายตอนนี้ก็ดี เงินเก็บก็แทบไม่เหลือแล้ว จะได้ไม่ต้องออกไปหางานทำ เทพเจ้ายี่ซิง..ขอบคุณที่ทำให้พ้นทุกข์เร็วขนาดนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอเกิดมาแล้วไม่ต้องทำอะไรมาก นั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้องก็พอ ถ้าท่านทำให้ความหวังของฉันเป็นจริง สัญญาว่าจะช่วยกู้ชาติตอบแทน’ เธอบอกตัวเองขำๆ ในใจระหว่างที่กำลังตกลงไปด้านล่างเรื่อยๆ …
รูปหอนาฬิกากลไกน้ำเครื่องแรกของโลก [4]
[1] เทรนด์ของวัยรุ่นจีนตอนนี้ ‘ป่ายล่าน’ (摆烂) แปลว่า ‘ปล่อยให้เน่า’ ที่หมายถึงการปล่อยวางเรื่องความสำเร็จ ไม่ทะเยอทะยานอยากได้งานรายได้สูง และหันมาทำงานเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่หาได้เลี้ยงตัวเองไปวันๆ โดยไม่คิดอะไร นอนเน่าอยู่แต่ในห้อง ไม่พยายามดิ้นรน
[2] โซเชียลมีเดียของจีน
[3] (เลเยอร์) : เป็นการเรียกผู้ที่แต่งคอสเพลย์อย่างสั้น แผลงมาจากคำว่า Cosplayer (ย่อคำแบบญี่ปุ่น Cosp “layer”) คำนี้นิยมใช้ในทางสากล โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น Coser (คอสเซอร์) ◾ นักคอส / นักคอสเพลย์
[4] ทำหน้าที่เป็นเครื่องบอกเวลาและทำนายการเคลื่อนตัวของดวงดาว หรือเรียกว่าหอนาฬิกาคำนวณดาราศาสตร์พลังน้ำ มีเครื่องกลซับซ้อน แบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 ส่วนของการบอกเวลา มีหน้าต่างแสดงเวลาตามป้าย หมุนตามจำนวนเวลา 100 เค่อ บอกเวลาตั้งแต่ 1 วันจนครบ 1 ปี ชั้นที่ 2 ส่วนของตำแหน่งดวงดาว เรียกว่า ‘หุนเซี่ยง’ มีการติดตั้งลูกโลกทรงกลม มีปุ่มโลหะเลียนแบบตำแหน่งดวงดาว ชั้นที่ 3 ส่วนของวงล้อดาราศาสตร์ เรียกว่า ‘หุนอี๋’ มีวงล้อสำหรับสังเกตการขึ้นและตกของดวงดาว รวมถึงตำแหน่งของดาวบนท้องฟ้า เพื่อคำนวณเวลาตกฟาก
เครดิต : www.arsomsiam.com/หน่วยเวลาและนาฬิกาจีน