โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจพบ 82% ของพนักงานใน ‘เอเชีย’ มีความเสี่ยงปานกลาง-สูง ที่จะเกิดปัญหาสุขภาพจิตเพราะความ 'เครียด'

Positioningmag

อัพเดต 24 ก.ย 2566 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2566 เวลา 04.34 น.

งานคือเงิน แต่บางคนก็อาจต้องใช้เงินเพื่อรักษาสุขภาพที่เสียเพราะงาน องค์กรเองก็จะได้รับผลเสียหากพนักงานทำงานไม่เต็มที่ และดูเหมือนพนักงานในภูมิภาคเอเชียจะอยู่ภายใต้ “ความเครียดด้านสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ” โดย 82% มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงที่จะ เกิดปัญหาสุขภาพจิต

ตามรายงานฉบับใหม่จากบริษัท Aon บริษัทโบรกเกอร์ประกันและ TELUS Health บริษัทด้านการประกัน ที่ทำการสำรวจในเดือนพ.ย. 2022 โดยทำการสำรวจพนักงาน 13,000 รายใน 12 ประเทศ พบว่า พนักงาน51%รู้สึกอ่อนไหวต่อความเครียดมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2021 และ 35%ของพนักงานในเอเชียมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูง และ 47%มีความเสี่ยงปานกลาง
“แม้ว่าการแพร่ระบาดจะสิ้นสุดลงในปี 2022 แต่พนักงานทั่วเอเชียต้องเผชิญกับความเครียดใหม่ ๆ หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความท้าทายด้านค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เจมี แมคเลนแนน รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ TELUS Health กล่าว
โดย 12 ประเทศ ในเอเชียที่พนักงานมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงสูงที่สุด ได้แก่

  • เกาหลีใต้ (44%)

  • มาเลเซีย (42%)

  • ญี่ปุ่น (41%)

  • ฮ่องกง (40%)

  • จีน (39%)

  • อินเดีย (39%)

  • เวียดนาม (35%)

  • ไต้หวัน (35%)

  • สิงคโปร์ (34%)

  • ฟิลิปปินส์ (31%)

  • ไทย (29%)

  • อินโดนีเซีย (17%)
    “ปัญหาทางจิตหรืออารมณ์ รวมถึงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหมู่พนักงานทุกระดับและในทุกอุตสาหกรรมที่ทำการสำรวจและทุกพื้นที่ทั่วเอเชีย”
    [caption id="attachment_1440930" align="alignnone" width="1200"]

เพื่อนร่วมงาน

(Photo: Yan Krukau / Pexels)[/caption]
จากภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ส่งผลให้พนักงานเอเชียมีความเสี่ยงต่อประสิทธิภาพการทำงานต่ำอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยภูมิภาคเอเชียมีคะแนนประสิทธิภาพการทำงานอยู่ที่ 47.2 จาก 100 คะแนน เทียบกับ 66.7 สำหรับสหรัฐอเมริกาและ 60.1 สำหรับยุโรป
“ตัวเลขเหล่านี้ได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยหลายประการ โดยเริ่มจากข้อเท็จจริงที่ว่าเอเชียมีระดับความเครียดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตในระดับที่สูงกว่ามาก และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งกล่าวว่าพวกเขาจะกังวลเกี่ยวกับทางเลือกอาชีพที่ถูกจำกัด หากพวกเขามีปัญหาสุขภาพจิต”
นอกจากนี้ รายงานยังพบว่า 45%ของพนักงานในเอเชียเชื่อว่าสุขภาพจิตของตนกำลังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานในที่ทำงาน และจากการศึกษาล่าสุดจากสิงคโปร์พบว่า ผู้ที่มีความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าส่งผลให้ประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานลดน้อยลง โดยส่งผลให้เกิดการ ขาดงานเพิ่มอีก 17.7 วันต่อปี คาดว่าจะ สร้างความเสียหาย ให้กับสิงคโปร์เกือบ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
ดังนั้น การสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กร เพราะนอกจากพนักงานจะสามารถทำงานด้วยสุขภาพจิตที่ดีเเล้ว สิ่งที่องค์กรจะได้รับกลับก็คือ ผลงานที่ดี คืนให้กับองค์กร
Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...