โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Leasehold Vs. Freehold กับ 3 วิธีเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุน

DDproperty

เผยแพร่ 23 ก.ย 2566 เวลา 06.33 น.
Leasehold Vs. Freehold กับ 3 วิธีเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุน

เมื่อพูดถึงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ต้องยอมรับว่าการซื้อคอนโดเพื่อนำมาลงทุนถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจไม่น้อย การลงทุนดังกล่าวถือว่าต้องใช้ต้นทุนมากพอสมควร อีกทั้งยังต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อวางแผนและตัดสินใจว่าจะเลือกลงทุนคอนโดแบบไหนให้ต่อยอดทุนให้งอกงาม ลองมาดูว่าการลงทุนคอนโดแบบไหนระหว่าง Leasehold และ Freehold เหมาะกับการลงทุนมากกว่ากัน

ลงทุนคอนโดคืออะไร มีแบบไหนบ้าง

ก่อนเริ่มลงทุนคอนโดนั้น สิ่งแรกที่ต้องรู้และทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่นั้น ก็คือช่องทางการลงทุนและประเภทคอนโดที่จะลงทุน เริ่มแรกมาดูกันว่าช่องทางการลงทุนคอนโดนั้นมีแบบไหนบ้าง

เริ่มต้นตั้งแต่การซื้อคอนโด โดยทั่วไปสามารถทำได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ซื้อกับเจ้าของโครงการ ซื้อคอนโดมือสอง และซื้อจากการประมูล ซึ่งการซื้อแต่ละแบบมีรายละเอียด ดังนี้

ช่องทางการซื้อ รายละเอียด 1. ซื้อกับเจ้าของโครงการ ผู้ลงทุนซื้อคอนโดกับเจ้าของโครงการหรือ Developer โดยตรง สินทรัพย์ที่เราจะซื้อนั้นจะเป็นของมือหนึ่ง ซึ่งควรให้ความสำคัญในการเลือกซื้อลงทุนกับโครงการที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง ผู้ลงทุนอาจเริ่มหาข้อมูลจากโครงการหลายแห่ง รวมทั้งพิจารณาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมาของผู้ประกอบการแต่ละราย หากมีโอกาสอาจขอเข้าไปดูโครงการจริง ก็จะช่วยให้ได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจง่ายยิ่งขึ้น 2. ซื้อคอนโดมือสอง การลงทุนซื้อคอนโดด้วยวิธีนี้จะเป็นการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์เจ้าของสินทรัพย์จากผู้อื่นมาอีกทอดหนึ่ง คอนโดที่สร้างมานานจะมีราคาต่อตารางเมตรถูกลง บางแห่งอาจตั้งอยู่บนทำเลทอง ขนาดและลักษณะห้องตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการปล่อยเช่า การลงทุนซื้อคอนโดด้วยวิธีนี้จึงต้องเลือกห้องที่มีสภาพดี ราคาไม่แพง เพื่อนำมาต่ออยอดทำกำไรให้คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป 3. ซื้อจากการประมูล การลงทุนซื้อคอนโดด้วยการประมูล เช่น ประมูลจากกรมบังคับคดี เป็นการประมูลแข่งขันราคาเพื่อให้ได้คอนโดนั้นมา โดยผู้ลงทุนต้องให้ราคาสูงที่สุด จึงได้รับโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ เมื่อได้รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ลงทุนสามารถนำมารีโนเวท ตกแต่งต่อเติมได้

คอนโด Leasehold กับ Freehold แตกต่างกัน

คอนโด Leasehold กับ Freehold แตกต่างกันอย่างไร

เมื่อรู้ถึงช่องทางการซื้อคอนโดแล้วว่าสามารถซื้อได้อย่างไรบ้าง ก็มาดูกันว่าคอนโดแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว ประเภทลงทุนคอนโดจะแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ คอนโด Leasehold กับคอนโด Freehold ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. คอนโด Leasehold คืออะไร

คอนโด Leasehold คือ คอนโดที่มีการถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของตามกำหนดระยะเวลา ผู้เป็นเจ้าของสินทรัพย์ดังกล่าวต้องชำระค่าเช่าตามอัตราค่าเช่าที่กำหนดเป็นรายงวด เมื่อสัญญาคอนโดครบกำหนดสัญญาที่ทำไว้ กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของจะกลับคืนสู่ผู้ให้เช่าคอนโดทันที โดยคอนโด Leasehold มีลักษณะ ดังนี้

– เจ้าของต้องทำสัญญากับผู้ให้เช่าอีกต่อหนึ่ง ซึ่งมีกำหนดถือครองกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของสินทรัพย์ 30 ปี ตามกฎหมาย

– เจ้าของอาจเรียกร้องขอจัดการเรื่องก่อสร้าง ต่อเติม หรือตกแต่งกับผู้ให้เช่าได้ตามสมควร

– เจ้าของต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับบำรุงรักษา ค่าบริการรายปี รวมทั้งค่าประกันตึก

– เจ้าของต้องจ่ายค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าตามกำหนดสัญญา

– เจ้าของจะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นั้น

– เจ้าของอาจถูกจำกัดสิทธิตามข้อบังคับของผู้ให้เช่า

– เจ้าของจะถูกยกเลิกสัญญาในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของสัญญาเช่าคอนโด

2. คอนโด Freehold คืออะไร

คอนโด Freehold คือ คอนโดที่มีการถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของสินทรัพย์ตลอดไป กล่าวคือ ผู้ที่ลงทุนซื้อคอนโดแบบนี้จะได้สิทธิเป็นเจ้าของคอนโดแบบขาด ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของการเป็นเจ้าของคอนโด นอกจากนี้ ผู้ที่ลงทุนซื้อคอนโดแบบนี้ จะได้รับกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ ดังนี้

– ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าตามกำหนดสัญญาใด ๆ

– มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาสภาพอาคาร

– ถือครองกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของตัวเอง

ลงทุนคอนโด Leasehold หรือคอนโด Freehold แบบไหนเหมาะกับใคร

ลงทุนคอนโด Leasehold หรือ Freehold แบบไหนเหมาะกับใคร

จริง ๆ แล้ว การลงทุนคอนโดไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าแบบไหนดีกว่าหรือดีที่สุด จะมีก็แต่เหมาะสมและเข้ากับความต้องการของเรามากที่สุด การเปรียบเทียบด้านต่าง ๆ ของคอนโดประเภท Leasehold กับ Freehold อาจทำให้เห็นความแตกต่างที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนแต่ละคนได้ ดังนี้

1. กรรมสิทธิ์เจ้าของ

– คอนโค Leasehold ถือครองกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ตามกำหนดระยะเวลาระบุในสัญญา ซึ่งครอบคลุมสูงสุด 30 ปี ตามกฎหมายไทย โดยจะต่อสัญญาได้ใหม่ตามข้อตกลงกับผู้ให้เช่าภายใต้กฎหมายที่ระบุไว้ ทั้งนี้ การต่อสัญญาเช่าครั้งที่สองก็อาจกระทำไม่ได้จนกว่าครบกำหนด 90 วัน ก่อนครบกำหนดสัญญาาเก่า

– คอนโด Freehold กรรมสิทธิ์เจ้าของถือเป็นสิทธิขาดทันทีหลังจากได้รับโอนกรรมสิทธิ์นั้นเรียบร้อยแล้ว กล่าวคือ เจ้าของคอนโดประเภทนี้จะสามารถขาย จำนอง หรือส่งมอบสินทรัพย์นี้ให้แก่ทายาทได้ตามต้องการ

2. การถือครองของชาวต่างชาติ

– คอนโค Leasehold ถือครองได้ไม่จำกัด

– คอนโด Freehold ถือครองได้อัตรา 49% จากจำนวนยูนิตทั้งหมด

3. มูลค่าสินทรัพย์

คอนโด Freehold จะมีแนวโน้มของมูลค่าสินทรัพย์จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตตามแนวโน้มราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมากกว่าคอนโด Leasehold

4. ราคาซื้อ

– คอนโด Leasehold ราคาคอนโดที่จะลงทุนจ่ายน้อยกว่า โดยส่วนใหญ่มีราคาถูกกว่าคอนโด Freehold ประมาณ 30-40% เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการลงทุนสำหรับปล่อยเช่าต่อ

– คอนโด Freehold ราคาสูงกว่าคอนโด Leasehold และยังมีค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ค่าอากรแสตมป์ 0.5% และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

การลงทุนคือหนทางที่ช่วยต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ให้งอกเงยได้มากกว่าเดิม การลงทุนคอนโดจึงเป็นมากกว่าการนำเงินที่เรามีไปซื้อสิ่งที่เราอยากได้ แต่ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์ วางแผน และเลือกสรรสิ่งที่เหมาะสมและตอบโจทย์กับความต้องการของเราในตอนนั้นอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...