‘รัดเท้าดอกบัว’ ความงดงามชวนสยองของสตรีจีนโบราณ
การรัดเท้า (Footbinding) หรือการทำเท้าดอกบัว (Lotus feet) เป็นเทรนด์ความงามของผู้หญิงจีนโบราณ โดยเป็นความเชื่อที่ว่า ยิ่งผู้หญิงมีเท้าเล็กมากเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นผู้หญิงที่งดงามมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับรสนิยมทางเพศที่เพศชายจะมีอารมณ์กับเท้าของผู้หญิงหรือ Foot fetish
ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของการรัดเท้าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 10 ในยุคห้าราชวงศ์ โดยเล่าว่าจักรพรรดิหลี่หยู (Li Yu) แห่งราชวงศ์ถังใต้ ทรงหลงใหลการเต้นระบำเท้าดอกบัวของนางสนมเหยาเนียง (Yao Niang) ทำให้สตรีชนชั้นสูงของจีนเริ่มทำให้เท้าของตัวเองเล็กลงเหมือนกับดอกบัว ก่อนที่ความเชื่อนี้จะถูกเผยแพร่มายังสามัญชน
การรัดเท้าจะเริ่มทำกับเด็กผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 4-9 ปี หรืออาจจะน้อยกว่านั้น เท้าของเด็กหญิงจะถูกแช่ในน้ำอุ่นที่มีส่วนผสมของเลือดสัตว์และสมุนไพร
จากนั้นเล็บเท้าจะถูกตัดให้สั้น ก่อนที่จะหักนิ้วเท้าทั้งหมดยกเว้นนิ้วหัวแม่โป้งให้แนบติดกับฝ่าเท้า สุดท้ายก็จะนำแถบผ้าไหมมาพันรอบ ๆ เท้าไว้
โดยทุก ๆ วันสองวัน จะแกะผ้าไหมออกเพื่อเช็ดเลือดเช็ดหนอง รวมถึงตัดชิ้นเนื้อที่เน่าออก นอกจากนี้เด็กจะถูกบังคับให้เดินไกล ๆ เพื่อให้เท้าเล็กลงเร็วยิ่งขึ้น กระบวนการนี้จะทำเป็นเวลาหลายปี จนกว่าจะได้เท้าดอกบัวในขนาดที่ต้องการ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเท้าที่พิการตลอดชีวิต
การรัดเท้ากลายเป็นค่านิยมความงามที่อยู่คู่กับสังคมจีนเป็นเวลากว่าพันปี ในยุคที่จีนถูกปกครองโดยชนชาติอื่น ไม่ว่าเป็นราชวงศ์หยวนของมองโกล (1271-1368) และราชวงศ์ชิงของแมนจู (1644-1912) การรัดเท้ากลายเป็นสิ่งที่ใช้แบ่งแยกระหว่างสตรีชาวฮั่นกับชนชาติอื่น ราชวงศ์ชิงเคยพยายามสั่งห้ามแต่ก็ไม่ได้ผล
การรัดเท้าไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องค่านิยมความงามเท่านั้น เพราะครอบครัวไหนที่มีลูกสาวรัดเท้า ครอบครัวนั้นจะถูกมองว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะ เพราะลูกสาวไม่ได้ทำไร่ทำนา อย่างไรก็ตาม ครอบครัวที่ยากจนก็จะ(บังคับ)ให้ลูกสาวรัดเท้าเช่นกัน เพื่อหวังจะให้ลูกสาวแต่งงานกับคนร่ำรวย
เมื่อเกิดการปฏิวัติในปี 1912 รัฐบาลสาธารณรัฐก็ได้สั่งห้ามการรัดเท้า แต่ในหลายพื้นที่ก็ยังมีปรากฏอยู่ จนกระทั่งเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นสู่อำนาจในปี 1949 การรัดเท้าก็ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด