สรุปดราม่า! หัวหน้าไม่ให้ลา เสร็จธุระให้มาลาออก ทัวร์ลงโรงแรมทุกสาขาเรียบร้อย
เช้าวันที่ 17 ส.ค. โลกโซเชียลได้มีการรีโพสต์ภาพแชตของพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง บทสนทนาที่ว่าด้วยการ 'ขอลา' เพื่อ 'ไปเยี่ยมแม่' ที่ป่วยใกล้จะเสียชีวิต
ลำดับของเหตุการณ์คือในช่วงเวลาสิบโมงเช้าวันก่อนหน้า นางสาว A (นามสมมติ) ได้ส่งแชตไลน์ขอลางานไปพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่หัวหน้างานไม่อนุญาต และได้ขอลาอีกครั้งช่วงหกโมงเย็น ซึ่งหัวหน้างานก็ปฏิเสธเช่นเดิม
สิบนาทีต่อมานางสาว A ได้แจ้งหัวหน้างานว่าแม่เสียชีวิตและตนจะขอลากลับบ้านทันที ทางหัวหน้างานแจ้งกลับมาว่าหากเสร็จธุระก็ให้กลับมาเขียนใบลาออก
ซึ่งทางนางสาว A ได้โพสต์ภาพแชตพร้อมตั้งคำถามว่า ทางหัวหน้าพนักงานควรจะเห็นใจกันบ้างไหม? ทำแบบนี้เกินไปหรือไม่? ซึ่งทำให้โลกโซเชียลร้อนระอุ รถทัวร์พากันไปลงที่เพจของโรงแรมอย่างหนัก
หนึ่งในนั้นคือ ทนายรณณงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่ได้วิเคราะห์ผ่านเพจ ทนายคู่ใจ ว่า ขณะนี้สังคมกำลังมองว่า หัวหน้าพนักงานไม่มีเมตตาและขัดขวางสิทธิ์ที่พนักงานควรจะได้รับ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้เวลาทำงานทั่วไปจะต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างจะกำหนดให้ทำงานไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลูกจ้างจะต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ โดยให้มีระยะห่างกัน 6 วัน หรือตกลงกันให้มีกำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์
การลาป่วย ในมาตรา 32 ระบุว่า ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และสามารถลาแบบไม่มีใบรับรองแพทย์ได้สูงสุด 3 วัน และในมาตรา 57 นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดิม แต่จะต้องไม่เกิน 30 วันต่อปี
การลากิจ ในมาตรา 34 ลูกจ้างลากิจได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานและนายจ้างยังจ่ายค่าจ้างให้ในวันลา แต่จะไม่เกิน 3 วันต่อปี
การลาพักร้อน ในมาตรา 30 มาตรา 64 และ 67 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 1 ปี มีสิทธิลาพักร้อนได้ไม่น้อยกว่า 6 วันต่อปี ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ส่วนลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี อาจมีการตกลงกันกับนายจ้างได้
จากนั้นทางโรงแรมได้โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กเนื้อหาว่า ทางโรงแรมกำลังสืบสวนเรื่องราวอย่างเต็มที่ เนื่องจากให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมงานสูงสุด
ทำให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการสั่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รีบตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
เพิ่มเติมสำหรับการ Work From Home ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับ พ.ศ. 2566 ได้เพิ่ม มาตรา 23/1 ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้สามารถปฏิบัติงานนอกสถานประกอบการได้ ลูกจ้างที่ทำงานที่บ้านหรือสถานที่อื่น ๆ มีสิทธิเช่นเดียวกันกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการของนายจ้าง ตามการตกลง
แม้จะยังไม่มีการสรุปได้ว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงของโรงแรมเป็นเช่นไร แต่ผู้คนบนโลกโซเชียลก็ยังคงไม่ลดละความพยายามในการถามหาความจริง พร้อมกับให้คะแนนเรตติ้งทางออนไลน์ของโรงแรมต่ำล่วงหน้า รวมถึงสาขาอื่น ๆ ของโรงแรมแห่งนี้ด้วยเช่นกัน และลามไปถึงสาขาในต่างประเทศ
ซึ่งทำให้ความเสียหายลุกลามไปกันใหญ่โตมาก และมีบางท่านออกมาเตือนว่าอาจจะถูกฟ้องร้องกลับได้เพราะแต่ละสาขาทั่วโลกไม่เกี่ยวข้องกัน การให้คะแนนโรงแรมส่วนใหญ่แล้วก็จะมีไว้สำหรับผู้ไปพักผ่อนจริง
และมีการเปิดหน้าหัวหน้าพนักงานคนดังกล่าว ให้โลกได้เห็น คนอีกส่วนก็พากันไปคอมเมนต์ด่าทอด้วยความโกรธแทนพนักงานนางสาว A ซึ่งอาจเป็นที่เข้าใจได้ว่าการตัดสินใจของหัวหน้าพนักงานนั้นใจร้ายมากเกินไป แต่การล่าแม่มดในโลกโซเชียลนั้นยังคงตอบไม่ได้ว่าเกินกว่าเหตุไปแล้วหรือไม่