โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอกฤตไท อัปเดตอาการป่วยมะเร็ง ในรอบ 5 เดือน โรคดุร้ายและไม่ใจดี

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 08.04 น. • The Bangkok Insight

หมอกฤตไท อัปเดตอาการป่วยมะเร็ง ในรอบ 5 เดือน โรคดุร้ายและไม่ใจดี ต้องกินยาวันละประมาณ 20 เม็ด เช้าก่อนอาหาร เช้าหลังอาหาร กลางวัน เย็น ก่อนนอน

หลังจากที่ คุณหมอกฤตไท ธนสมบัติกุล หรือเจ้าของเพจ สู้ดิวะ หมอป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ได้ออกมากมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต รวมถึงจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเขารู้สึกผิดปกติ แล้วมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะลุกลาม และเป็นระยะสุดท้าย ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา หมอป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ก็ได้รับกำลังใจมากมายจากโลกโซเชียลมาโดยตลอด

หมอกฤตไท อัปเดตอาการป่วยมะเร็ง ในรอบ 5 เดือน โรคดุร้ายและไม่ใจดี

ล่าสุด คุณหมอกฤตไท ได้ออกมาอัปเดตอาการผ่านเพจเฟซบุ๊ก สู้ดิวะ ว่า "สวัสดีครับ ผมเองครับ หมอไทคนเดิม เพิ่มเติมคือร่างกายที่ผ่านอะไรหนักหน่วงมาเยอะพอตัว

ผมโพสต์ลงเพจนี้ครั้งสุดท้ายคือช่วงเดือนเมษายนปีนี้เลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้วที่ผมหายไปจากวงการ ไหน ๆ ก็กลับมาเขียนเพจ งั้นผมสรุปในภาพรวม 5 เดือนที่ผ่านมาแบบเท่าที่ผมนึกออกเร็ว ๆ ให้ครับ

โอเค ผมได้รับการผ่าตัดสมอง ผมได้รับการฉายแสงที่สมองและที่หลัง (ฉายหลายรอบ) ผมได้รับคีโมแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนมากมาย ผมได้รับยาสเตียรอยด์ปริมาณมากและเป็นเวลานาน ผมมีลุ้นว่าจะเป็นโรคต่อมหมวกไตทำงานบกพร่องเพิ่มอีกโรค และผมก็เจอก้อนใหม่ขนาดใหญ่ซะด้วย

โชคดีที่เรื่องอาการเองจะเด่นสุดที่เรื่องอภิมหาปวดที่กระดูกและซี่โครง รวมถึงการที่ร่างกายผมไม่สามารถเล่นบาสได้อีกแล้ว ทุกวันนี้ผมกินยาวันละประมาณ 20 เม็ด เช้าก่อนอาหาร เช้าหลังอาหาร กลางวัน เย็น ก่อนนอน

5 เดือนที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงเวลาที่ตัวโรคดุร้ายและไม่ใจดีกับผมเหมือน 6 เดือนแรกเลย โหดร้ายขนาดที่ผมเองเกิดความคิดว่า “ผมจะทนกับความเจ็บปวดนี้ไปทำไมนะ” ผมจึงได้ปรึกษากับพี่หมอจิตแพทย์ครับ ผมได้รับยาต้านซึมเศร้าและยาจิตเวชตัวอื่น ๆ

โชคดีมากครับ ที่ผมก็ยังมีวันนี้ ที่มาเขียนโพสต์นี้ให้กับทุกคนอยู่ เพราะสิ่งหนึ่งที่ผมตอบคำถามจากจิตแพทย์ของผม “ว่าอะไรทำให้ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ล่ะ?” “ผมอยากเห็น ‘สู้ดิวะ’ ได้ตีพิมพ์ครับ” ผมตอบอาจารย์ทั้งน้ำตา เพราะผมไม่รู้จริง ๆ ว่า วันที่ ‘สู้ดิวะ’ วางขายตามร้านหนังสือ ผมจะยังอยู่ไหม 1gอาจริง ๆ ผมไม่สนด้วยซ้ำครับ ผมสนแค่ว่า ตัวแทนของความคิดผมได้เกิดขึ้นมาแล้วจริง ๆ

ตอนนี้ผมเขียนเสร็จแล้วครับ ผมเลือกสำนักพิมพ์ของพี่นิ้วกลม (เพราะผมเป็น FC พี่เขาครับ) ถ้าเอาตามหลักเหมือนส่งวิจัยไปตีพิมพ์นี่เหมือนกับผมส่งให้ editor โดยตรงเลย ซึ่งถ้าในวงการวิจัย พวกเรารู้กันดีว่าแทบไม่มีการรับโดยไม่แก้ แต่งานนี้ของผม พี่นิ้วกลมบอกว่า “พี่ไม่แก้อะไรเลย เรามาตีพิมพ์กันเถอะ”

เอาจริง ๆ เรื่องกระบวนการต่างๆนี้ผมแทบจะยกให้เพื่อนแม็กซ์ของผมจัดการหมดเลย เพราะผมก็มีกระบวนการรักษาร่างกายและลมหายใจผมที่ต้องจัดการเหมือนกัน

แต่ก็ไม่น่าเชื่อครับ ว่าสุดท้ายแล้ว หนังสือ สู้ดิวะ ก็เดินทางมาถึงวันที่มีหนังสือรวมเล่มแบบจับต้องได้ Draft version ออกมาให้ผมและเพื่อนได้ชื่นชมกันเอง แต่ Final version นั้น ทุกคนจะได้ชื่นชมมัน…

ทางออนไลน์ 30 กันยายน 2566 ทางเพจ Roundfinger วางขายวันแรก 12-23 ตุลาคม 2566 ที่งานหนังสือ ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ บูธสนพ. KOOB (H43) และทางหน้าร้านหนังสือทั่วประเทศ หวังว่าเราจะได้เจอกันครับ"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...