AOT แย้มตารางฤดูร้อนโต ห่วงค่าตั๋วโดยสารกระโดด
#AOT#ทันหุ้น – AOT พอใจการจองตารางการบินฤดูร้อนรอบแรกโต เร่งจูงใจสายการบินเพิ่มไฟลต์บินตรง 6 สนามบิน ผนึกพันธมิตรโลกหนุนโตระยะยาว ห่วงราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งแรงเป็นแรงกดดันดีมานด์มากกว่า PSC เดินหน้าบริหารพอร์ตสินทรัพย์เพิ่มมูลค่า ขณะโบรกชี้ AOT กระทบจำกัดยังคงเป้า 65 บาท รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นและโอกาสขึ้น PSC
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเริ่มเห็นการจองตารางบินฤดูร้อน รอบแรกแล้วซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แต่อยู่ระหว่างรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเพื่อประเมินภาพรวมให้ชัดเจน เนื่องจากแม้ตารางบินจะเริ่มปลายมีนาคม แต่ในทางปฏิบัติสายการบินจะทยอยยืนยันการใช้ Slot จริงในช่วง 1–2 สัปดาห์ก่อนเปิดฤดูกาล ทำให้จำนวนเที่ยวบินยังมีความผันผวนในระยะนี้
“Slot การบินไม่ได้จองล่วงหน้าแค่กี่วัน แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้าเป็นฤดูกาลอย่างเป็นระบบ แม้ว่าจะเปิดโอกาสให้ปรับเพิ่ม/ลดแบบระยะสั้น แต่ลักษณะของ Summer Slot จะแตกต่างจาก Winter Slot โดยฤดูหนาวมักเริ่มจากยอดจองในระดับสูงก่อนทยอยปรับลดลงเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนยืนยัน ขณะที่ฤดูร้อนจะเริ่มจากยอดจองและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังการคอนเฟิร์ม ซึ่ง AOT มีการอัพเดตข้อมูลสลอตเป็นรายสัปดาห์เพื่อบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ”
ขณะเดียวกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต AOT ได้นำมาตรการจูงใจมาใช้เพื่อดึงดูดสายการบินให้เพิ่มเที่ยวบิน “บินตรง” เข้ามาใช้บริการทั้ง 6 ท่าอากาศยานในการบริหารจัดการของ AOT มากขึ้น อาทิ การลดค่า Landing และ Parking Fees โดยเฉพาะในช่วงตารางบินฤดูร้อน ควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกถึงความต้องการของสายการบินในแต่ละภูมิภาคและเดินสายพูดคุยกับสายการบินที่มีศักยภาพ เพื่อจูงใจให้มีทำการบินเพิ่มขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพันธมิตรท่าอากาศยานระดับโลกเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
@ ราคาตั๋วกดดันระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักที่ AOT ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ราคาตั๋วโดยสารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร
“ราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากระยะสั้นพบว่าตั๋วเส้นทางยุโรปชั้นประหยัดปรับขึ้นจากราว 40,000 บาท เป็นกว่า 100,000 บาท ขณะที่ชั้นธุรกิจเพิ่มจากประมาณ 140,000 บาท เป็น 300,000 บาท ระดับราคาดังกล่าวกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อดีมานด์มากกว่าค่า PSC ที่มีผลเพียงเล็กน้อย”
นอกจากนี้ AOT ยังเดินหน้าบริหารความเสี่ยงด้านรายได้และตลาดทุนอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาแยกสินทรัพย์ตามศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนอย่างชัดเจน สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้จะมุ่งเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ที่ยังไม่สร้างรายได้ เช่น ที่ดินว่างเปล่า จะเร่งหาประโยชน์ผ่านการปล่อยเช่าหรือจำหน่ายออก พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริหารมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ควบคู่กับการดูแลความเสี่ยงของผู้ถือหุ้นในระยะยาว
@ ชูหุ้น Top Pick
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า สงครามตะวันออกกลางเป็นปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มการบิน โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง Jet Fuel ที่พุ่งสูงขึ้น 99% YoY และเพิ่มขึ้น 92% MoM ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งจะกระทบต่อผลประกอบการสายการบินในปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามในฐานผู้บริหารท่าอากาศยานอาทิ AOT และ SAV ได้รับผลกระทบจำกัดเพราะปริมาณผู้โดยสารยังเติบโต โดยราคาหุ้นที่ปรับลง -9% ถึง -26% ได้สะท้อนความเสี่ยงไปบางส่วนแล้ว สำหรับระยะยาวยังมุมมองเชิงบวก ต่อผู้บริหารจัดการท่าอากาศยาน จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียรวมถึงโอกาสการย้าย Hub การบินมายังเอเชีย โดยเลือก AOT เป็น Top Pick ราคาเหมาะสม 65 บาท เนื่องจากจากความเสี่ยงสั้นน้อยกว่ากลุ่ม และมีCatalyst ระยะกลาง-ยาวจากการปรับขึ้นค่า PSC ที่จะหนุนกำไรงวดปี 2569/2567 โต