เบิร์กเชียร์ กอดเงินสด เฉียด 4 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขายหุ้นต่อเนื่อง 14 ไตรมาส
เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ยุคซีอีโอ เกร็ก อาเบล กำไรไตรมาสแรกโตแกร่ง 18 % จากธุรกิจประกันฟื้นตัว เงินสดสะสมสูงสุดเป็นประวัติการณ์เฉียด 4 แสนล้านดอลลาร์ หลังขายหุ้นต่อเนื่อง 14 ไตรมาส จับตาประชุมผู้ถือหุ้นถูกมองเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
วันที่ 2 พ.ค.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18% แตะกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจประกันที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
รายงานดังกล่าวถือเป็นงบการเงินฉบับแรกหลัง เกร็ก อาเบล เข้ารับตำแหน่งซีอีโอแทน วอร์เรน บัฟเฟตต์ เมื่อต้นปี 2569 โดยกำไรจากธุรกิจรับประกันภัย (insurance underwriting) เพิ่มขึ้น 28.5% แตะราว 1,700 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน บริษัทมีเงินสดสะสมเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 397,400 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 381,600 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปีก่อนหน้า โดยการเพิ่มขึ้นของเงินสดส่วนหนึ่งมาจากการขายหุ้นสุทธิในพอร์ตการลงทุนที่ยังคงขายหุ้นสุทธิต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 14 ส่งผลให้เงินสดในมือพุ่งทำสถิติสูงสุด
ในช่วงไตรมาสดังกล่าว เบิร์กเชียร์ขายหุ้นคิดเป็นมูลค่าราว 24,100 ล้านดอลลาร์ และเข้าซื้อหุ้นประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการปรับพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงราว 6% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสวนทางกับดัชนี S&P 500 ที่ปรับขึ้น 5.6% โดยนับตั้งแต่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ส่งสัญญาณเตรียมลงจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน หุ้นเบิร์กเชียร์ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนีมากกว่า 30 จุดเปอร์เซ็นต์
แม้บริษัทจะกลับมาซื้อหุ้นคืนอีกครั้งในเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2567 แต่ก็ยังอยู่ในระดับจำกัด โดยไตรมาสแรกซื้อหุ้นคืนเพียง 235 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าได้ซื้อไป 226 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม
นักวิเคราะห์ มองว่า การขายหุ้นบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับการปรับพอร์ต หลัง ท็อดด์ คอมบ์ส ผู้จัดการการลงทุนระยะยาวลาออกไปเข้าร่วม เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) เมื่อปลายปี 2568 แม้บริษัทจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่ามีการขายหุ้นตัวใดบ้าง
ณ สิ้นเดือนมีนาคม การถือครองหุ้น 5 อันดับแรกของเบิร์กเชียร์ ได้แก่ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (American Express), แอปเปิล (Apple), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America), โคคา-โคลา (The Coca-Cola Company) และ เชฟรอน (Chevron)
ทั้งนี้ เกร็ก อาเบล เปิดเผยว่าได้นำเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษีทั้งหมดราว 15 ล้านดอลลาร์ ไปซื้อหุ้นเบิร์กเชียร์ด้วยตนเอง และมีแผนจะทำเช่นนี้ต่อเนื่องทุกปีตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่งซีอีโอ
ประชุมผู้ถือหุ้นเบิร์กเชียร์ 2026 เปิดฉากยุคใหม่ “เกร็ก อาเบล” นำทัพ แทน “วอร์เรน บัฟเฟตต์”
วันที่ 2 พ.ค. การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ของ Berkshire Hathaway ที่เมืองโอมาฮา สหรัฐ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่ได้ขึ้นเวทีเป็นผู้ดำเนินรายการหลัก หลังประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อต้นปี และเปลี่ยนบทบาทไปเป็นประธานบริษัทแทน
บทบาทผู้นำจึงตกเป็นของ เกร็ก อาเบล ซึ่งขึ้นเวทีตอบคำถามผู้ถือหุ้นและนำเสนอทิศทางธุรกิจเป็นครั้งแรกโดยยังคงรูปแบบการประชุมแบบเปิดที่ให้ผู้บริหารถาม-ตอบอย่างตรงไปตรงมาเหมือนยุคของบัฟเฟตต์
บรรยากาศปีนี้ถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของบริษัท เนื่องจากนักลงทุนต้องการเห็นว่าอาเบลจะฟื้นฟูผลการดำเนินงานและราคาหุ้นที่เริ่มตามหลังตลาดได้อย่างไร รวมถึงจะนำเงินสดสะสมระดับเกือบ 397,000 ล้านดอลลาร์ไปลงทุนอย่างไร
แม้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ จะไม่ได้อยู่บนเวทีเหมือนเดิม แต่ยังคงมีบทบาทเบื้องหลังและเข้าร่วมงานในฐานะผู้ชม ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความเห็นและแนวคิดการลงทุนของเขาอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นของเบิร์กเชียร์ยังคงดึงดูดผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนจากทั่วโลก และถูกขนานนามว่าเป็น “Woodstock ของนักลงทุน” ท่ามกลางความคาดหวังว่า บริษัทจะสามารถรักษามรดกทางธุรกิจของบัฟเฟตต์ พร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ผู้นำคนใหม่ได้อย่างมั่นคง
อ้างอิง : www.cnbc.com