‘เอกนิติ’ ยืนยันกู้เงิน4แสนล.ต้องโปร่งใส ชงครม.เคาะไทยช่วยไทยพลัส19พ.ค.69
‘เอกนิติ’ ยืนยันหนักแน่นกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ต้องโปร่งใส ชี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล กำชับ ‘ปลัดคลัง’ ดึง AI-ดิจิทัล เสริมทัพเปิดเผยข้อมูลใช้เงิน พร้อมวางกฎ-ระเบียบโครงการก่อนตบเท้าเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง ลั่นพร้อมชงครม. เคาะไทยช่วยไทย พลัส 19 พ.ค. 69
13 พ.ค. 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เห็นด้วยกับการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท โดยมองว่ารัฐบาลไม่สนใจที่จะฟังเสียงทัดทาน และอาจเพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ว่า ยืนยันและเป็นความตั้งใจของรัฐบาลเกี่ยวกับการออก พ.ร.ก. กู้เงินในครั้งนี้ที่จะเน้นเรื่องความโปร่งใสอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับความโปร่งใส โดยได้กำชับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล และ AI ในทุกโครงการที่จะเข้ามาใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าว เพื่อให้เกิดความโปร่ง และไม่ให้เป็นเหมือนการกู้เงินของรัฐบาลในอดีดที่มีปัญหาเยอะมาก
“การกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ จะอยู่ภายใต้หลักการ 5T คือ มุ่งเป้า (Targeted), การเปลี่ยนผ่าน (Transition), การปฏิรูป (Transform), ความโปร่งใส (Transparency) และการมีส่วนร่วม (Together) โดยทั้งหมดจะต้องโปร่งใสมากที่สุด นี่เป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้ เราไม่ต้องการให้เป็นเหมือนการกู้เงินของรัฐบาลในอดีตที่มีปัญหาเยอะมาก เรเาห็นอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร อยากให้ไปดูกันเอาเอง ดังนั้นในครั้งนี้ผมจึงตั้งใจอย่างมากที่จะให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด ซึ่งจะมีการดึง AI และดิจิทับเข้ามาช่วย” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ได้มีการประชุมนัดแรก ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อวางกฎ ระเบียบ และกติกาต่าง ๆ สำหรับโครงการที่จะเข้ามาใช้เงินกู้ โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการเสนอโครงการเข้ามาให้พิจารณา แต่หลังจากนี้คาดว่าหน่วยงานน่าจะเริ่มทยอยส่งคำขอเข้ามา ยืนยันอีกครั้งว่าโครงการที่ีจะเข้ามาใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวนั้นจะต้องอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงินเท่านั้น
อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดของโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งครอบคลุมโครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสรุปและเบื้องต้นยังยืนยันว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ตามกำหนดการเดิม (ไทม์ไลน์) ในวันที่ 19 พ.ค. 2569