โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สว.วราภัสร์ ชี้น้ำมันไม่ขาด แต่อยู่ที่การกักตุน แนะเคาะ ‘พ.ร.ก.’ แก้วิกฤต

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 มีนาคม 2569 เวลา 2.36 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สว.วราภัสร์” มองสถานการณ์พลังงานยังมีเพียงพอ แต่ปัญหาหลักเกิดจากการกักตุนและระบบกระจายไม่ต่อเนื่อง แนะรัฐใช้อำนาจออก พ.ร.ก.รับมือเหตุฉุกเฉิน ลดผลกระทบประชาชน

18 มีนาคม 2569 - จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก จนเกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเริ่มมีภาพประชาชนต่อแถวเติมน้ำมันและความผันผวนด้านราคาในระยะนี้

ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานในประเทศยังไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน โดยปริมาณน้ำมันนำเข้ายังอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการใช้ของประชาชนและภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มาจากพฤติกรรมการกักตุนและความไม่ต่อเนื่องของระบบขนส่งภายในประเทศ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำมันขาดช่วงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่จำเป็นต่อภาคขนส่งและการใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชน

สว.วราภัสร์ ระบุว่า หากไม่มีการกักตุน จะไม่เกิดภาพการต่อแถวซื้อน้ำมันในลักษณะดังกล่าว และจะไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน

ในส่วนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มองว่าเป็นผลจากต้นทุนน้ำมันดิบจากดูไบและน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าการกลั่นมีการปรับตัวตามสถานการณ์ ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องโครงสร้างราคาที่แท้จริง

ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อการใช้งบกองทุนน้ำมันในการพยุงราคา ว่าเป็นการชดเชยต้นทุนที่แท้จริงหรือกลายเป็นการอุดหนุนกำไรบางส่วน โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบให้ชัดเจน พร้อมเสนอให้รัฐเร่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการควบคุมการกักตุนและการกำหนดราคาที่เป็นธรรม

สำหรับแนวทางรับมือในระยะต่อไป สว.วราภัสร์ เห็นว่า รัฐบาลต้องเตรียมแผนรองรับทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เนื่องจากวิกฤติพลังงานเป็นประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์สงครามจะยุติลงเมื่อใด

พร้อมกันนี้ ระบุว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สามารถดำเนินการในกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นเร่งด่วนได้ โดยเฉพาะเมื่อกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

“หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น รัฐบาลสามารถใช้อำนาจออกพระราชกำหนด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้ทันที” ดร.วราภัสร์ ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...