“เฟด” จ่อคงดอกเบี้ย ท่ามกลางศึกเงินเฟ้อ-สงครามอิหร่าน ตลาดจับตาสัญญาณพาวเวล
นักลงทุนแทบไม่คาดหวัง "เฟด" ลดดอกเบี้ยในระยะสั้น หลังปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าเศรษฐกิจสหรัฐ โดยโฟกัสสำคัญอยู่ที่ท่าทีของเจอโรม พาวเวล และ Dot Plot ที่จะชี้ทิศทางดอกเบี้ยตลอดปี 2569
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา สำนักข่าว 04.29 น. CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แทบไม่มีทางเลือกนอกจากคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและขัดแย้งกันเอง ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง และสัญญาณตลาดแรงงานที่ยังไม่ชัดเจน
ตลาดการเงินประเมินว่า โอกาสที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้แทบเป็นศูนย์ และยังไม่คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายนโยบายในระยะใกล้ โดยราคาสัญญาฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่า เฟดอาจเริ่มพิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วสุดในเดือนกันยายน หรือมีแนวโน้มมากกว่าในเดือนตุลาคม และทั้งปีนี้อาจลดเพียงครั้งเดียว
ในการประชุมครั้งนี้ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และคณะกรรมการต้องเผชิญโจทย์ยาก ทั้งผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน และข้อมูลตลาดแรงงานที่ยังส่งสัญญาณผสมกัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เฟดมีแนวโน้มสูงที่จะ “ยืนเฉย” โดยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5–3.75% และคาดว่าการปรับประมาณการเศรษฐกิจและดอกเบี้ย (SEP) จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
BeiChen Lin นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสจาก Russell Investments ระบุว่า การคงดอกเบี้ยแทบเป็นสิ่งที่การันตีได้แล้ว แต่สิ่งที่ตลาดจับตามองจริง ๆ คือ สัญญาณจากพาวเวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง ทำให้เงื่อนไขในการลดดอกเบี้ยยังค่อนข้างสูง
ก่อนเกิดสงคราม นักลงทุนเคยคาดว่าเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนมิถุนายน และลดอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปี อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่กระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ได้เปลี่ยนมุมมองของตลาด แม้โดยปกติแล้วเฟดมักมองข้ามแรงกระแทกด้านราคาพลังงานในระยะสั้น
ด้วยเหตุนี้ ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ถ้อยแถลงของพาวเวล โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดวาระ ทำให้ตลาดอาจระมัดระวังในการตีความถ้อยแถลงมากเป็นพิเศษ
นักวิเคราะห์จาก Bank of America ระบุว่า ความสามารถของพาวเวลในการชี้นำตลาดขึ้นอยู่กับว่า นักลงทุนจะมองว่าคำพูดของเขา “สะท้อนมติของคณะกรรมการ” หรือเป็นเพียงมุมมองส่วนตัว ขณะที่อดีตรองประธานเฟด โรเจอร์ เฟอร์กูสัน คาดว่าเฟดจะใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังในการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวม
เฟอร์กูสันยังเตือนว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่า โดยชี้ว่าเฟดยังไม่สามารถพาเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนโยบายในระยะยาว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตา คือ “Dot Plot” หรือกราฟคาดการณ์ดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งจะเผยแพร่พร้อมรายงานประมาณการเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเล็กน้อย แต่แนวโน้มดอกเบี้ยโดยรวมยังคงเดิม คือ “ลดเพียง 1 ครั้ง” ในปีนี้
ขณะเดียวกันบรรยากาศทางการเมืองยังเข้ามามีบทบาท โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงกดดันให้เฟดลดดอกเบี้ย พร้อมวิจารณ์พาวเวลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กระบวนการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเฟดยังคงล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาทางกฎหมาย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มเติมต่อทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
อ้างอิง : www.cnbc.com