โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามอิหร่านทำพิษ อุตสาหกรรมการบินตะวันออกกลางล้ม แล้วจะลุกได้ไหม ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สงครามตะวันออกกลางในครั้งนี้ ชาติอ่าวเปอร์เซีย ไม่ได้สูญเสียแค่รายได้จากน้ำมัน แต่พวกเขายังสูญเม็ดเงินมหาศาล จากอุตสาหกรรมการบิน ในฐานะ “ศูนย์กลางเส้นทางการบินระดับโลก” อีกด้วย

ทั้งกรุงโดฮา กรุงอาบูดาบี และนครดูไบต่างก็เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการบินระดับโลก เป็นฐานของสายการบินขนาดใหญ่ทั้งกาตาร์ เอมิเรตส์และเอทิฮัด แต่ละวันมีผู้โดยสารนับแสนเดินทางไปต่อเครื่องในสนามบินต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งสิ้น ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่ง เพื่อนบ้านอย่างอิหร่านจะทำการโจมตีสนามบินอันดับต้น ๆ ของโลก จนทำให้สนามบินดูไบ ที่เคยคราคร่ำไปด้วยนักเดินทางจากทุกทวีป กลายเป็นสนามบินร้างไร้ผู้คน มาจนถึงขณะนี้ ประเทศเหล่านี้สูญรายได้ไปมากแค่ไหนกับสงครามในครั้งนี้

อุตสาหกรรมการบินสูญเสียไปเท่าไหร่ ?

กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศที่มีการจราจรทางอากาศสูง โดยเฉพาะในด้านการต่อเครื่อง (transit) และการบินระหว่างประเทศ

ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศแสดงให้เห็นว่า สนามบินในภูมิภาคนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมระหว่างยุโรป เอเชีย และแอฟริกา คิดเป็น 15% ของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศทั่วโลก

ก่อนเกิดสงคราม ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ มีเที่ยวบินเข้า-ออก อย่างน้อย 2,200 เที่ยวต่อวัน ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัดในกรุงโดฮา มีเที่ยวบินเข้า-ออกอย่างน้อย 900 เที่ยวต่อวัน

น่านฟ้าของอิหร่านเป็นเส้นทางบินที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะสายการบินต่าง ๆ หลีกเลี่ยงน่านฟ้าของยูเครนและรัสเซีย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น่านฟ้าของอิหร่านเป็นเส้นทางบินสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่รองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน

แต่เมื่อเกิดสงคราม ประเทศในกลุ่ม GCC ต้องยกเลิกเที่ยวบินมากถึง 30,000 เที่ยวในสัปดาห์แรกของสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไม่ใช่แค่ในภูมิภาคนี้

สำนักข่าว CNA รายงาว่า สายการบินในกลุ่มประเทศ GCC อาจสูญเงินประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 65,133 ล้านบาทต่อวัน จากการต้องยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้า เส้นทางบินที่ไกลอ้อมขึ้น ค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามที่สูงขึ้น การคืนเงินผู้โดยสาร และศูนย์กลางการบินที่หยุดชะงักในทันที

สำหรับราคาน้ำมัน สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคมว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์จะลดลงจาก 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2025 เหลือ 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแต่ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนต์กลับพุ่งสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ (3,258 บาท) ต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ยังสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า อาจสูญเงินถึง 34,000 - 56,000 ล้านนดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1-2.1 ล้านล้านบาทในปีนี้ ขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะยืดเยื้อมากแค่ไหน

ทำไมตะวันออกกลางจึงเป็นศูนย์กลางการบิน ?

ตะวันออกกลางมีข้อได้เปรียบหลายประการ ที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก อย่างที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่อยู่ตรงกลางระหว่างยุโรป แอฟริกา เอเชียและออสเตรเลีย อย่างเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ปารีส กึ่งกลางก็อยู่บริเวณตะวันออกกลางพอดี ทำให้ไม่ต้องนั่งเครื่องบินนานจนเกินไป

นอกจากนี้การเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ทำให้ชาติอาหรับสามารถซื้อน้ำมันในราคาถูกกว่าชาติอื่น ถือเป็นข้อได้เปรียบหลัก ที่สามารถทำราคาและสร้างผลกำไรได้ดีกว่าสายการบินอื่น ๆ

แต่อีกด้านหนึ่งของสงครามในตะวันออกกลาง นี่อาจส่งผลดีต่อสายการบินในยุโรป และเอเชีย เพราะผู้โดยสารมีตัวเลือกในการเดินทางระหว่างประเทศน้อยลง จึงทำให้ตลาดสายการบินในกลุ่มประเทศเหล่านี้กลายเป็น “ตัวเลือกจำเป็น”

หนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ สายการบินคาเธย์ แปซิฟิกของฮ่องกง เนื่องจากอยู่นอกเขตสงคราม และยังเป็นสายการบินของจีน จึงทำให้สามารถบินผ่านน่านฟ้าของรัสเซียไปยังยุโรปได้ ต่างจากสายการบินของชาติตะวันตกที่ถูกแบน และไม่สามารถบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ตั้งแต่ปี 2022

อนาคตตะวันออกกลางจะฟื้นตัวได้หรือไม่ ?

สำนักข่าว CNBC ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินในตะวันออกกลางจะฟื้นตัวได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าสงครามครั้งนึ้จะลากยาวเพียงใด หากแค่ 1 เดือน สายการบินต่าง ๆ ก็อาจสามารถกลับมาดำเนินการต่อได้ แต่หากนานกว่านั้นก็อาจจะยากขึ้น

ทว่า ผู้เชี่ยวชาญจาก Ishka หน่วยงานให้คำปรึกษาและข้อมูลการบิน ระบุว่า การเดินทางทางอากาศจะฟื้นตัวจากวิกฤตได้เร็ว เหมือนตอนวิกฤตโควิด-19 และเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตี เพราะผู้คนลืมง่าย

นอกจากนี้สายการบินใหญ่ ๆ อย่างเอมิเรตส์ เอทิฮัดและกาตาร์ ก็มีเงินทุนหนา สายป่านยาว ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าสายการบินขนาดเล็ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...