โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมสุขภาพจิตย้ำ "ป่วยจิตเวช" ไม่ใช่ข้อยกเว้นความผิดทางกฎหมาย

Thai PBS

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Thai PBS

วันนี้ (4 พ.ค.2569) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต ได้แถลงไขข้อข้องใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมาย และการจัดการในกรณีที่ผู้ก่อคดีอาญามีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช โดยระบุอย่างชัดเจน เพื่อสร้างบรรทัดฐานความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ผู้ป่วยจิตเวชที่กระทำความผิด ยังคงมีความผิดตามกฎหมายแบบ 100% และไม่สามารถใช้อาการป่วยเป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างเบ็ดเสร็จ กระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปควบคู่กับการประเมินทางจิตเวชอย่างละเอียด

สำหรับกระบวนการยุติธรรมนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ

ส่วนแรกคือ ความสามารถในการต่อสู้คดี หากผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตที่รุนแรงจนไม่สามารถรับรู้ข้อกล่าวหาหรือไม่สามารถสื่อสารให้การในชั้นศาลได้ กฎหมายกำหนดให้ต้องส่งตัวเข้ารับการรักษา จนกว่าอาการจะดีขึ้น และอยู่ในสภาวะที่ "พร้อมสู้คดี" จึงจะเริ่มกระบวนการพิจารณาโทษในลำดับถัดไป

ส่วนที่สองคือ การพิจารณาในขณะเกิดเหตุ หากมีการพิสูจน์ทางการแพทย์อย่างแจ่มชัดว่า ในนาทีที่ลงมือนั้นผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย หรือสูญเสียการรับรู้ความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ศาลอาจใช้ดุลพินิจในการพิจารณาโทษตามความเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม นพ.วรตม์ได้ย้ำเตือนจุดสำคัญว่า

หากการป่วยจิตนั้นมีสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติดหรือสารมึนเมา จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขอลดหย่อนโทษได้

นอกจากประเด็นทางกฎหมายแล้ว กรมสุขภาพจิตยังให้ความสำคัญกับต้นตอของปัญหา คือ การขาดความต่อเนื่องในการรักษา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการกำเริบจนนำไปสู่พฤติกรรมรุนแรง เช่น การเกิดหูแว่ว ประสาทหลอน หรือความหวาดระแวงที่รุนแรงจนทำร้ายตนเองและผู้อื่น

กรมสุขภาพจิตย้ำ

ทางกรมสุขภาพจิต จึงมีคำแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ต้องเข้ารับการตรวจรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการรับประทานยา ปัจจุบันมีทางเลือกทางการแพทย์คือ ยาฉีดจิตเวช ที่ออกฤทธิ์ระยะยาว 1-3 เดือน เพื่อช่วยคุมอาการให้คงที่ และลดความเสี่ยงจากการขาดยา

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น แม้จะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการป่วยจิตเวชของผู้ก่อเหตุ แต่ยังคงต้องรอการยืนยันทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มอาการประเภทใด เนื่องจากโรคทางจิตเวชมีหลายรูปแบบและไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรุนแรงเสมอไป

ดังนั้น บทบาทของคนใกล้ชิดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสังเกตสัญญาณความเปลี่ยนแปลง เช่น พฤติกรรมเก็บตัว การละเลยการดูแลตัวเอง หรือความหวาดระแวงที่เพิ่มขึ้น เพื่อรีบส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยอย่างทันท่วงที

อ่านข่าว :

นักวิชาการเตือนภัยแบตลิเธียม ระเบิดลูกโซ่ช่วงหน้าร้อน ผลกระทบรุนแรง

บ.กาวยาแนว จ่อแจ้งความ "เบิร์ด วันว่างๆ" เอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ

กรมอุตุฯ คาดไทยเข้าสู่ "ฤดูฝน" ช่วงวันที่ 15-17 พ.ค.นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ศร.ให้รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปม "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เร่งตามมือฆ่าชิงทรัพย์ "คนขับรถแท็กซี่" ทิ้งกลางป่า

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แผนรับมือน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ปมสิ่งกีดขวางยังไม่รื้อ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“โครงการแลนด์บริดจ์” คืออะไร

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...