สหรัฐ ชี้ “ไต้หวัน” เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้-มีศักยภาพ หลังเยือนเอสวาตินี
สหรัฐ หนุนบทบาท "ไต้หวัน" ในเวทีโลก ชี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสร้างประโยชน์เชิงรูปธรรม ขณะจีนคัดค้านหนักและเตือนเป็นประเด็นเสี่ยงหลักในความสัมพันธ์สองมหาอำนาจ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และมีศักยภาพ ของสหรัฐ พร้อมชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงเอสวาตินีก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อประชาชนของประเทศเหล่านั้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากไล่ ชิงเต๋อ เดินทางเยือนเอสวาตินีอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเยือนแบบเซอร์ไพรส์ หลังรัฐบาลไต้หวันเปิดเผยว่า แผนการเดินทางเดิมเมื่อเดือนก่อนต้องยกเลิก เนื่องจากแรงกดดันจากจีนที่ทำให้ประเทศในมหาสมุทรอินเดีย 3 แห่งปฏิเสธการให้เครื่องบินของผู้นำไต้หวันบินผ่านน่านฟ้า
จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และไม่มีสิทธิ์ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งเป็นจุดยืนที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธมาโดยตลอด โดยจีนยังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยุติความร่วมมือกับไต้หวัน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า “ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และมีศักยภาพของสหรัฐ และอีกหลายประเทศ และความสัมพันธ์ของไต้หวันทั่วโลกสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญให้กับประชาชนของประเทศเหล่านั้น รวมถึงเอสวาตินี”
สหรัฐยังย้ำว่า การเดินทางเยือนต่างประเทศของผู้นำไต้หวันเป็นเรื่องปกติ โดยผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของไต้หวันล้วนมีการเยือนประเทศพันธมิตรทางการทูตอย่างสม่ำเสมอ
ก่อนหน้านี้ ไช่ อิงเหวิน อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน เคยเดินทางเยือนเอสวาตินีมาแล้วในปี 2561 และ 2566
“การเดินทางลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติ และไม่ควรถูกนำไปทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง” โฆษกสหรัฐระบุ
เอสวาตินี ซึ่งมีประชากรราว 1.3 ล้านคน เป็นหนึ่งในเพียง 12 ประเทศทั่วโลกที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน และเป็นประเทศเดียวในทวีปแอฟริกา ขณะที่จีนมีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม จีนออกมาประณามการเดินทางของไล่ ชิงเต๋อ โดยใช้ถ้อยคำรุนแรง เปรียบว่าเขาเหมือนหนูที่วิ่งข้ามถนน
ทั้งนี้สหรัฐยังคงเป็นผู้สนับสนุนระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน และเป็นผู้จัดหาอาวุธรายหลัก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนมาโดยตลอด
หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่าประเด็นไต้หวันเป็นจุดเสี่ยงใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ โดยกล่าวกับ Marco Rubio ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสองประเทศที่มีกำหนดจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งช่วงปลายเดือนนี้
ด้าน ไล่ ชิงเต๋อ ย้ำว่า อนาคตของไต้หวันควรถูกกำหนดโดยประชาชนของไต้หวันเอง และไต้หวันมีสิทธิ์ในการสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศ
ในการเยือนครั้งนี้ ไล่ยังได้เชิญ Mswati III ให้เดินทางเยือนไต้หวันอีกครั้ง โดยเดิมทีการเยือนของเขามีแผนจัดขึ้นเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.reuters.com