'แพทองธาร-ปิฎก' เยี่ยม 'อดีตนายกฯ ทักษิณ' เผยอาการตาแดงดีขึ้น เรื่องการพักโทษให้เป็นไปตามกระบวนการ
บรรยากาศ วันนี้ (2 เมษายน 2569) เวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม 'อดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร' พร้อมด้วย 'ปิฎก สุขสวัสดิ์' คู่สมรส เดินทางเข้าเยี่ยมอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 53 โดยปัจจุบันอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือนกับอีก 24 วัน แล้ว
ต่อมาเวลา 10.50 น. 'อดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร' พร้อมด้วย 'ปิฎก สุขสวัสดิ์' คู่สมรส เดินทางออกมาจากการเยี่ยม อดีตนายกฯ ทักษิณ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าวันนี้การเข้าเยี่ยมคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง อดีตนายกฯ แพทองธาร กล่าวว่า 'วันนี้การเยี่ยมเป็นไปได้ด้วยดีคุณพ่อสุขภาพแข็งแรง สำหรับเรื่องอาการตาแดงนั้น ยังมีอาการตาแดงอยู่ แต่คุณพ่อบอกว่าดีขึ้นแล้ว'
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณี คณะกรรมการพักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติเห็นชอบ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” ติด 1 ใน 10 ผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ซึ่งจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปสู่กรมราชทัณฑ์ให้พิจารณา อดีตนายกฯ แพทองธาร ตอบว่า 'ก็ตามนั้น'
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในนามพรรคนั้น อดีตนายกฯ ทักษิณคิดเห็นอย่างไร อดีตนายกฯ แพทองธาร ตอบว่า 'เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางพรรค'
จากนั้น อดีตนายกฯ แพทองธาร และ คู่สมรสได้ทักทายพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจและเดินทางกลับ
โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการปกครอง, กรมคุมประพฤติ, สำนักงาน ป.ป.ส., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำ ได้ร่วมกันพิจารณาตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่สมควรได้รับการพักโทษ
ผลการพิจารณา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดจำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็น 1 ใน 10 รายชื่อที่ผ่านเกณฑ์กรณีทั่วไป ซึ่งทางผู้บัญชาการเรือนจำฯ เตรียมเสนอรายชื่อทั้งหมดไปยังกรมราชทัณฑ์ในขั้นตอนต่อไป
สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการพิจารณากลั่นกรองและตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารตามหลักเกณฑ์ ก่อนเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยัง คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากหลากหลายหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ สั่งเพิกถอน กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ และวินิจฉัยการพักลงโทษให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 โดยจะนำปัจจัยรอบด้านมาประกอบการพิจารณาอย่างรัดกุม
⚈ พฤติการณ์แห่งคดีและการกระทำความผิดที่ผ่านมา
⚈ ระยะเวลาการคุมประพฤติ
⚈ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการดูแลนักโทษให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข
⚈ พฤติการณ์ระหว่างถูกคุมขังที่สะท้อนการกลับตัวเป็นคนดี
⚈ ผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อสังคม
⚈ การผ่านกระบวนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ
เมื่อได้รับการอนุมัติพักการลงโทษแล้ว ทางเรือนจำจะแจ้งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ และนักโทษเด็ดขาดจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในพื้นที่พักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562
สำหรับประเด็นที่สังคมให้ความสนใจว่า อดีตนายกฯ ทักษิณจะต้องสวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ระหว่างการคุมประพฤติหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการในแต่ละลำดับชั้น ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ อายุของผู้ต้องขังที่เกิน 70 ปี ตลอดจนสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยของสถานที่พักอาศัยในชุมชน และความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ ว่ามีประเด็นที่น่าห่วงกังวลหรือไม่ ก่อนจะกำหนดเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนต่อไป