โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'แพทองธาร-ปิฎก' เยี่ยม 'อดีตนายกฯ ทักษิณ' เผยอาการตาแดงดีขึ้น เรื่องการพักโทษให้เป็นไปตามกระบวนการ

VoiceTV

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 04.30 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

บรรยากาศ วันนี้ (2 เมษายน 2569) เวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม 'อดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร' พร้อมด้วย 'ปิฎก สุขสวัสดิ์' คู่สมรส เดินทางเข้าเยี่ยมอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 53 โดยปัจจุบันอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือนกับอีก 24 วัน แล้ว

ต่อมาเวลา 10.50 น. 'อดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร' พร้อมด้วย 'ปิฎก สุขสวัสดิ์' คู่สมรส เดินทางออกมาจากการเยี่ยม อดีตนายกฯ ทักษิณ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าวันนี้การเข้าเยี่ยมคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง อดีตนายกฯ แพทองธาร กล่าวว่า 'วันนี้การเยี่ยมเป็นไปได้ด้วยดีคุณพ่อสุขภาพแข็งแรง สำหรับเรื่องอาการตาแดงนั้น ยังมีอาการตาแดงอยู่ แต่คุณพ่อบอกว่าดีขึ้นแล้ว'

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณี คณะกรรมการพักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติเห็นชอบ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” ติด 1 ใน 10 ผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ซึ่งจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปสู่กรมราชทัณฑ์ให้พิจารณา อดีตนายกฯ แพทองธาร ตอบว่า 'ก็ตามนั้น'

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในนามพรรคนั้น อดีตนายกฯ ทักษิณคิดเห็นอย่างไร อดีตนายกฯ แพทองธาร ตอบว่า 'เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางพรรค'

จากนั้น อดีตนายกฯ แพทองธาร และ คู่สมรสได้ทักทายพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจและเดินทางกลับ

โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการปกครอง, กรมคุมประพฤติ, สำนักงาน ป.ป.ส., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำ ได้ร่วมกันพิจารณาตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่สมควรได้รับการพักโทษ

ผลการพิจารณา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดจำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็น 1 ใน 10 รายชื่อที่ผ่านเกณฑ์กรณีทั่วไป ซึ่งทางผู้บัญชาการเรือนจำฯ เตรียมเสนอรายชื่อทั้งหมดไปยังกรมราชทัณฑ์ในขั้นตอนต่อไป

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการพิจารณากลั่นกรองและตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารตามหลักเกณฑ์ ก่อนเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยัง คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากหลากหลายหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ สั่งเพิกถอน กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ และวินิจฉัยการพักลงโทษให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 โดยจะนำปัจจัยรอบด้านมาประกอบการพิจารณาอย่างรัดกุม

⚈ พฤติการณ์แห่งคดีและการกระทำความผิดที่ผ่านมา

⚈ ระยะเวลาการคุมประพฤติ

⚈ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการดูแลนักโทษให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข

⚈ พฤติการณ์ระหว่างถูกคุมขังที่สะท้อนการกลับตัวเป็นคนดี

⚈ ผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อสังคม

⚈ การผ่านกระบวนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ

เมื่อได้รับการอนุมัติพักการลงโทษแล้ว ทางเรือนจำจะแจ้งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ และนักโทษเด็ดขาดจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในพื้นที่พักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562

สำหรับประเด็นที่สังคมให้ความสนใจว่า อดีตนายกฯ ทักษิณจะต้องสวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ระหว่างการคุมประพฤติหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการในแต่ละลำดับชั้น ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ อายุของผู้ต้องขังที่เกิน 70 ปี ตลอดจนสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยของสถานที่พักอาศัยในชุมชน และความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ ว่ามีประเด็นที่น่าห่วงกังวลหรือไม่ ก่อนจะกำหนดเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...