เซ็นทรัลย่านรังสิตกำลังจะมา บนที่ดิน 750 ไร่ ติดถนนพหลฯ โครงการใหญ่ที่สุดที่เซ็นทรัลเคยทำ พร้อมโครงการใหม่จ่อเปิดอีกเพียบ
เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศแผนขับเคลื่อนโครงการ Mega-Scale ทั่วประเทศ สร้างย่าน สร้างเมือง สร้างอนาคต ด้วยแผนลงทุน 5 ปีกว่า 110,000 ล้านบาท (ปี 2569-2573) คาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573
โดยหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการแถลงครั้งนี้คือ โครงการเซ็นทรัลย่านรังสิต บนที่ดิน 750 ไร่ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือครั้งใหญ่ ทำเลที่ตั้งติดถนนพหลโยธิน ช่วงปลายทางด่วนโทลล์เวย์ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–โคราช) และใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต–ธรรมศาสตร์) ที่เตรียมจะก่อสร้างในอนาคต ใกล้สถานศึกษาใหญ่ อย่าง ม.ธรรมศาสตร์, ม.กรุงเทพ, และม.รังสิต อีกด้วย
โครงการเซ็นทรัล ย่านรังสิต ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ The Future Vision of Urban Living โดยขึ้นชื่อว่าเป็น Mega Project ที่ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล จำลองเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีครบทุกอย่าง ทั้ง Super Regional Mall พื้นที่ช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันจะเน้นพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริม Well-Being&Longevity ด้วย ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน มีระบบการจัดการเมืองที่ดี รองรับการเข้ามาใช้งานของคนทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ภายในโครงการนี้ด้วย เช่น อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย คอมเมอร์เชียลสเปซ และอื่นๆ (ต้องรอข้อมูลคอนเฟิร์มอีกที) แบ่งการพัฒนาออกเป็นหลายเฟส มีการจับมือร่วมกับบริษัทพาร์ทเนอร์อื่นๆ ด้วย คาดว่าโครงการเซ็นทรัลย่านรังสิตนี้จะกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีระบบนิเวศครบวงจร เสริมสร้างให้ย่านรังสิตมีความเจริญและครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
พระรามเก้า – ลาดพร้าว พหลฯ แลนด์มาร์กน่าจับตา
นอกเหนือจากโครงการย่านรังสิตแล้วเซ็นทรัลพัฒนายังปักหมุดพัฒนาโครงการในย่านอื่นๆ ของเมืองด้วย อีกหนึ่งโซนที่กำลังถูกจับตามองอย่างมาก คือแนว “พระราม 9 – ลาดพร้าว – พหลโยธิน” ซึ่งกำลังถูกยกระดับครั้งใหญ่ผ่านโครงการมิกซ์ยูสและการพัฒนาเชิงพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัล
เริ่มจากโครงการ “Central GR9 (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์)” บนที่ดินขนาดใหญ่กว่า 73 ไร่ ที่ถูกวางให้เป็น “The Future District” ของย่านพระราม 9 โดยมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) ถึง 1.1 ล้านตารางเมตร ถือเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ในช่วงทศวรรษนี้
โครงการประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ที่จะถูกรีโนเวตครั้งใหญ่ รวมถึงอาคารสำนักงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่ G Tower, R House (อาคารเดิมของ Unilever House) และ The Ninth Tower ซึ่งล้วนเป็นอาคารที่มีผู้เช่าระดับองค์กรขนาดใหญ่เป็นฐานอยู่แล้ว
ในเฟสแรก โครงการจะเน้นการรีเฟรชศูนย์การค้าและขยายพื้นที่รีเทล เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571 ก่อนจะเดินหน้าพัฒนาเฟสถัดไป ซึ่งรวมถึงโครงการที่อยู่อาศัย (Residence) และองค์ประกอบอื่น ๆ เพื่อสร้างย่านที่ครบทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการอยู่อาศัยในพื้นที่เดียวการพัฒนา Central GR9 จึงไม่ใช่แค่การปรับปรุงศูนย์การค้า แต่เป็นการ “รีดีไซน์ทั้งย่าน” ให้พระราม 9 ขยับสถานะจาก New CBD ไปสู่ Well-Established CBD อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญคือการผนึกกำลังพัฒนาย่าน “ลาดพร้าว-พหลโยธิน” ภายใต้แนวคิด “The Central District” ซึ่งเป็นการเชื่อมพื้นที่ของ Central Ladprao เข้ากับโครงการใหม่ “The Central” บริเวณพหลโยธิน เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองโครงการมีขนาดที่ดินรวม 96 ไร่ และมีพื้นที่รวม (GBA) ประมาณ 770,000 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับโครงการเมกะสเกลอย่างเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับโครงการ The Central ถูกวางให้เป็น Flagship แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่จะรวมร้านค้าแบรนด์ระดับโลก Flagship Store และรูปแบบ New Retail Experience ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาดไทย ขณะที่ Central Ladprao จะถูกปรับบทบาทให้ต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง (Wealth Segment) ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว เพื่อยกระดับทั้งย่านให้กลายเป็น Retail Ecosystem เดียวกัน
มิกซ์ยูสใหม่เตรียมเปิดกลางปี 2569
นอกจากการพัฒนาในโซนเมืองหลัก โครงการมิกซ์ยูสใหม่ในต่างจังหวัดและปริมณฑลก็เริ่มทยอยเปิดตัวเช่นกัน โดยหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญคือ Central Northville (เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์) ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากศูนย์การค้าเดิมในจังหวัดนนทบุรี
โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 59 ไร่ มีพื้นที่รวม (GBA) ประมาณ 210,000 ตารางเมตร ถูกวางให้เป็นมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี ประกอบด้วยศูนย์การค้าและโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ PHYLL จุดเด่นของ Central Northville คือการนำแนวคิด Biophilic Design มาใช้ในการออกแบบ โดยผสานธรรมชาติเข้ากับพื้นที่ภายในอาคารในรูปแบบ Outdoor-in-Indoor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกช่วงวัย
ในส่วนของรีเทล เตรียมเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมไฮไลต์สำคัญ เช่น D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาและเกมในร่มจำลองสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ, Fitness First สาขาที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี พร้อม Pilates Studio รูปแบบใหม่ รวมถึงโซนอาหาร (Food Destination) ที่รวบรวมแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Solsot, Katsu Midori, Momo Paradise, Shabu Baru, Saemaeul, Eat Am Are และ Chagee รวมถึงโรงภาพยนตร์ SF Cinema
ส่วนในระดับภูมิภาค เซ็นทรัลพัฒนายังเดินหน้าขยายโครงการไปยังหัวเมืองสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น ผ่านโครงการ Central Khonkaen Campus (เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ มีพื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม PHYLL สูง 33 ชั้น และ GO! Hotel ซึ่งถือเป็นโรงแรมแบรนด์นี้แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทำเลของโครงการอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ทำให้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ และคนทำงานรุ่นใหม่ จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบพื้นที่ที่เน้น Community Space โดยมี Indoor Garden แห่งแรกของจังหวัด รวมถึงพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ และ Creative Community
ส่วนของศูนย์การค้า มีกำหนดเปิดให้บริการวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นี้ พร้อมองค์ประกอบที่เน้นไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น Xventure พื้นที่ Active Playground รูปแบบใหม่, Jetts Fitness เปิด 24 ชั่วโมงแห่งแรกของจังหวัด รวมถึงร้านอาหารและแบรนด์ค้าปลีกทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นมากมาย เช่น Shabu Baru สาขาแรกในขอนแก่น, Pasta Ama, Adidas Kids, Cath Kidston, Anta, Journal และ SUNNIES มาพร้อมกับแบรนด์ท้องถิ่นอีกมากมาย
ส่องโครงการฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก และเมืองท่องเที่ยว
นอกจากนี้ทางเซ็นทรัลพัฒนา ยังมีโครงการที่ได้รีโนเวทและขยายอีกเพียบในฝั่งของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและเชียงใหม่ ประกอบไปด้วย
- The New Central Bangna ถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร (GBA) ผสาน Retail, Office และ Residential เข้าด้วยกัน โดยต่อยอดจากฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงในพื้นที่ การปรับโฉมครั้งนี้จึงมุ่งยกระดับ Tenant Mix ทั้ง Food, Fashion และ Lifestyle อย่างครบวงจร พร้อมเพิ่มแบรนด์ใหม่จำนวนมาก เช่น SUSHIRO, SOLSOT, YONNY, CRUMBS, NEO RAMEN รวมถึงแบรนด์แฟชั่นอย่าง VICTORIA’S SECRET, BATH & BODY WORKS, SUNNIES WORLD และ ‘NO Brand’ รูปแบบ Stand Alone แห่งแรกในไทย โดยโครงการโฉมใหม่มีกำหนดเปิดในไตรมาส 4 ปี 2569
Central Chiangmai Airport เดินหน้า Transform ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี สู่ Mixed-Use Lifestyle Destination บนพื้นที่ 130 ไร่ พื้นที่รวม 173,000 ตารางเมตร (GBA) ครอบคลุม Retail, Tourism Hub, Convention Hall และ Lifestyle Spacesโครงการได้รับการตอบรับจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น MUJI Flagship Store ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ, HarborLand รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังอย่าง CHAGEE, Sushiro, Koi Thé และ The Baristro ขณะเดียวกันยังดึงจุดแข็งด้านวัฒนธรรมผ่านโซน Hug Thai, Hug Craft และ Good Goods เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจท้องถิ่น
Central Phuket วาง Masterplan ขยายโครงการบนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม 500,000 ตารางเมตร (GBA) มุ่งพัฒนาเป็น “The World’s Luxury Destination” นอกกรุงเทพฯ โดยออกแบบเป็น Downtown District ใหม่ที่ผสาน Luxury Retail, Hospitality, Residential และ Cultural Experiences เข้าด้วยกัน เป้าหมายคือยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางระยะสั้น แต่เป็นเมืองที่สามารถ “ใช้ชีวิต” ได้อย่างครบวงจร พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเติบโตของเมืองในระยะยาว
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มบจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา ภูมิใจที่การพัฒนาโครงการต่างๆ ของเราได้มีส่วนสร้างย่าน สร้างเมือง สร้างประเทศ ภายใต้การบุกเบิกโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ได้ประกาศไว้ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนตลอด 45 ปี โดยมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย
โดยเรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผน 5 ปี มูลค่า 110,000 ล้านบาท (ปี 2569–2573) และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ทั้งได้มีส่วนสร้างงานและกระจายรายได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำรวมกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง และเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ตามแผนที่ได้ประกาศไว้”