วิถีประมง “เชียงคาน” ชนะใจมหาชน
“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน” จึงเกิดขึ้นในนาม “กลุ่มวิจัยไทบ้าน” โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านให้กับผู้มาเยือน ตั้งแต่ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงไปจนถึงจัดแสดงโมเดลปลา อุปกรณ์การหาปลาต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นความผูกพันกับแม่น้ำโขงที่มีมาอย่างยาวนาน ต่อมาองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้ามาทำหน้าที่เป็นพี้เลี้ยงเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT) มีการฝึกอบรมชาวบ้านให้เป็นมัคคุเทศก์และนักเล่าเรื่อง นำกิจกรรมวิถีประมงมาเป็นจุดขาย เช่น การล่องเรือชมระบบนิเวศ การหัดทอดแห และการทำอาหารพื้นถิ่นจากปลาแม่น้ำโขง
นิทรรศการที่จัดแสดงไว้นั้นมีตัวอย่างของเครื่องมือหาปลาที่อยู่คู่กับชุมชนริมน้ำโขงมาหลายทศวรรษ ทั้งมองหรือข่าย, เบ็ด, ซ้อน และนาม เอกลักษณ์การหาปลาที่ไม่เหมือนใคร โดยศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน มี “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้าน” ทำหน้าที่บริหารจัดการ
สำหรับเส้นทางล่องเรือริมโขงแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น เริ่มต้นจากแพศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปจนถึงดอนเลย และดอนไข่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะกลาง เริ่มต้นจากศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปแม่น้ำเลย ซึ่งจุดนี้จะได้เรียนรู้และร่วมหาปลากับชาวประมง และเป็นจุดที่สามารถแวะทำอาหารทานเองได้ด้วย จากนั้นก็จะกลับมาที่ดอนไข่ และกลับศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สุดท้าย ระยะไกล เริ่มต้นจากศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปดอนเลย เพื่อชมวิถีประมงพื้นบ้านตลอดเส้นทาง จากนั้นแวะศูนย์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินินีนาถ และรอยต่อประเทศไทย-ลาว เพื่อสักการะองค์พระใหญ่ ก่อนจะกลับเข้าสู่ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ใช้เวลาล่องเรือทั้งวัน
ผลลัพธ์จากการดำเนินงานช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่กว่า 60 ครัวเรือน เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่และลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูตลิ่งและที่อยู่อาศัยของปลา พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อเฝ้าระวังการประมงผิดกฎหมาย
ความสำเร็จนี้ทำให้เชียงคานได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่าง ASEAN Community Tourism Standard Award 2024 และถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Green Destinations Top 100 Stories 2025 ซึ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสามารถเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ช่วยทั้งการอยู่รอดทางเศรษฐกิจและการปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน
ในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ITB Berlin 2026 นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ประธานกรรมการ อพท. พร้อมด้วย นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. นำคณะเข้ารับรางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย “หมู่บ้านประมงเชียงคานกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” รางวัลแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก Green Destinations Story Awards 2026 ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (Environment and Climate)
“นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทย ในการสร้างภาพลักษณ์ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากลที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง อพท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ชูความโดดเด่นด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก Green Destinations Certification กว่า 160 แหล่งจากทั่วโลก ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษของ อพท. จำนวน 3 แหล่ง ได้แก่ เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน, เมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับการรับรองและจัดอันดับเหรียญทอง และ “เชียงคาน จังหวัดเลย” ที่ได้รับการจัดอันดับเหรียญเงิน โดยในปีนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชน Green Destinations Top 100 Story Awards ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศด้วย” ประธานกรรมการ อพท. กล่าว
ผู้อำนวยการ อพท. เสริมว่า เชียงคาน เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ที่พัฒนาตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) มาตั้งแต่ปี 2562 โดยใช้กลไกการขับเคลื่อนขององค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยว ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่จนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ อพท. ได้นำเสนอผลงานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษของ อพท. ในคูหาประเทศไทยในงาน ITB Berlin 2026 โดยนำผลงานตัวอย่างการพัฒนาและสาธิตกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ การร้อยลูกปัดโนรา ศิลปหัตถกรรมพื้นที่พิเศษลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งจังหวัดสงขลา อพท. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ผลักดันและขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Networks : UCCN) ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ในปี พ.ศ. 2568 และได้พัฒนาชุมชนต้นแบบตามเกณฑ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) จนทำให้ชุมชนในจังหวัดสงขลาผ่านมาตรฐาน CBT Thailand และได้รับรางวัลทั้งในระดับชาติและรางวัลนานาชาติ