โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

วิถีประมง “เชียงคาน” ชนะใจมหาชน

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เมื่ออำเภอเล็กๆ ในจังหวัดเลยที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงที่เงียบสงบอย่าง “เชียงคาน” ต้องเผชิญกับระบบนิเวศของแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงจากการสร้างเขื่อนตอนบนและสภาวะภูมิอากาศ น้ำที่เคยไหลผ่านตามชาติกลับกลายเป็นผันผวนผิดฤดูกาล ตลิ่งพังทลาย และพันธุ์ปลาหายากเริ่มสูญหาย ส่งผลให้รายได้ของชาวประมงลดลงกว่าครึ่ง และวิถีชีวิตดั้งเดิมตกอยู่ในภาวะวิกฤต

“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน” จึงเกิดขึ้นในนาม “กลุ่มวิจัยไทบ้าน” โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านให้กับผู้มาเยือน ตั้งแต่ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงไปจนถึงจัดแสดงโมเดลปลา อุปกรณ์การหาปลาต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นความผูกพันกับแม่น้ำโขงที่มีมาอย่างยาวนาน ต่อมาองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้ามาทำหน้าที่เป็นพี้เลี้ยงเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT) มีการฝึกอบรมชาวบ้านให้เป็นมัคคุเทศก์และนักเล่าเรื่อง นำกิจกรรมวิถีประมงมาเป็นจุดขาย เช่น การล่องเรือชมระบบนิเวศ การหัดทอดแห และการทำอาหารพื้นถิ่นจากปลาแม่น้ำโขง

นิทรรศการที่จัดแสดงไว้นั้นมีตัวอย่างของเครื่องมือหาปลาที่อยู่คู่กับชุมชนริมน้ำโขงมาหลายทศวรรษ ทั้งมองหรือข่าย, เบ็ด, ซ้อน และนาม เอกลักษณ์การหาปลาที่ไม่เหมือนใคร โดยศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน มี “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้าน” ทำหน้าที่บริหารจัดการ

สำหรับเส้นทางล่องเรือริมโขงแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น เริ่มต้นจากแพศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปจนถึงดอนเลย และดอนไข่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะกลาง เริ่มต้นจากศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปแม่น้ำเลย ซึ่งจุดนี้จะได้เรียนรู้และร่วมหาปลากับชาวประมง และเป็นจุดที่สามารถแวะทำอาหารทานเองได้ด้วย จากนั้นก็จะกลับมาที่ดอนไข่ และกลับศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สุดท้าย ระยะไกล เริ่มต้นจากศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ไปดอนเลย เพื่อชมวิถีประมงพื้นบ้านตลอดเส้นทาง จากนั้นแวะศูนย์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินินีนาถ และรอยต่อประเทศไทย-ลาว เพื่อสักการะองค์พระใหญ่ ก่อนจะกลับเข้าสู่ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านฯ ใช้เวลาล่องเรือทั้งวัน

ผลลัพธ์จากการดำเนินงานช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่กว่า 60 ครัวเรือน เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่และลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูตลิ่งและที่อยู่อาศัยของปลา พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อเฝ้าระวังการประมงผิดกฎหมาย

ความสำเร็จนี้ทำให้เชียงคานได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่าง ASEAN Community Tourism Standard Award 2024 และถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Green Destinations Top 100 Stories 2025 ซึ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสามารถเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ช่วยทั้งการอยู่รอดทางเศรษฐกิจและการปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน

ในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ITB Berlin 2026 นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ประธานกรรมการ อพท. พร้อมด้วย นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. นำคณะเข้ารับรางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย “หมู่บ้านประมงเชียงคานกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” รางวัลแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก Green Destinations Story Awards 2026 ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (Environment and Climate)

“นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทย ในการสร้างภาพลักษณ์ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากลที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง อพท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ชูความโดดเด่นด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก Green Destinations Certification กว่า 160 แหล่งจากทั่วโลก ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษของ อพท. จำนวน 3 แหล่ง ได้แก่ เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน, เมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับการรับรองและจัดอันดับเหรียญทอง และ “เชียงคาน จังหวัดเลย” ที่ได้รับการจัดอันดับเหรียญเงิน โดยในปีนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชน Green Destinations Top 100 Story Awards ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศด้วย” ประธานกรรมการ อพท. กล่าว

ผู้อำนวยการ อพท. เสริมว่า เชียงคาน เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ที่พัฒนาตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) มาตั้งแต่ปี 2562 โดยใช้กลไกการขับเคลื่อนขององค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยว ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่จนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ อพท. ได้นำเสนอผลงานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษของ อพท. ในคูหาประเทศไทยในงาน ITB Berlin 2026 โดยนำผลงานตัวอย่างการพัฒนาและสาธิตกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ การร้อยลูกปัดโนรา ศิลปหัตถกรรมพื้นที่พิเศษลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งจังหวัดสงขลา อพท. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ผลักดันและขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Networks : UCCN) ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ในปี พ.ศ. 2568 และได้พัฒนาชุมชนต้นแบบตามเกณฑ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) จนทำให้ชุมชนในจังหวัดสงขลาผ่านมาตรฐาน CBT Thailand และได้รับรางวัลทั้งในระดับชาติและรางวัลนานาชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...