แอ่ว’เวียงกุมกาม’ยามแลง
เป็นปีที่สามของการจัดงานเทศกาล"เวียงกุมกามยามค่ำคืน" ในชื่อว่า"งานแอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever " เพื่อรำลึกและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความรักที่มีแด่แม่หลวงของแผ่นดิน ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม ที่ผ่านมา
โต้โผหลักการจัดงานก็คือ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่มีความคิดริเริ่มจัดงานเยี่ยมชม โบราณสถานยามค่ำคืน ซึ่งมีการจัดงานที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ช่วงเดือนธันวาคม 2568 - มกราคม 2569 ,อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา จัดระหว่างเดือนธันวาคม 2568 – มกราคม 2569 และเมืองโบราณเวียงกุมกาม
แม้งานเทศกาลมีเพียง 3 วัน และผ่านไปแล้ว แต่เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนคงไม่พูดถึงไม่ได้ ส่วนตัวได้ยินชื่อเวียงกุมกามมานาน ไปเชียงใหม่แต่ละครั้งก็จะเห็นป้ายชี้ทางไปเวียงกุมกามเยอะแยะมากมาย ทำให้คิดว่าจะต้องไปแวะเยี่ยมเยือนเวียงกุมกามให้ได้สักครั้ง
ใครที่ยังไม่รู้จัก"เวียงกุมกาม "ก็ต้องไปเสิร์ชหาข้อมูล ตามประวัติชื่อของ "เวียงกุมกาม" ปรากฎในตำนานการบอกเล่าเกี่ยวกับการก่อตั้งราชอาณาจักรล้านนามาเป็นเวลานานแล้ว ถ้าเทียบกับอายุของราชอาณาจักรล้านนาที่มีอายุ 700 ปี ชื่อของเวียงกุมกาม ก็มีการสืบทอดบอกเล่ากันแบบปากต่อปาก มาหลายร้อยปี จนคิดกันว่าคงเป็นแค่ตำนานหรือพงศาวดาร เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเวียงกุมกามมีอยู่จริง จนกระทั่งพ.ศ. 1913 ได้มีการพบหลักฐานเอกสารชั้นที่ 1 นั่นก็คือศิลาจารึกวัดพระยืน ได้มีการจารึกชื่อของ "กุมกาม" ปรากฎให้เห็นเป็นครั้งแรก แต่หลักฐานนี้ ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเวียงกุมกามเป็นแค่ตำนานหรือมีอยู่จริง ต่อมาใน พ.ศ.2527 ได้มีการค้นพบหลักฐาน มีการขุดพบพระพิมพ์ดินเผาเป็นจำนวนมากในบริเวณสนามหญ้าหน้าโรงเรียนวัดช้างค้ำ กลางเวียงกุมกาม ทำให้ทางกรมศิลปากรจึงเข้าไปสำรวจโบราณสถานในเขตของเวียงกุมกามทั้งหมด และเริ่มทยอยขุดแต่งบูรณะโบราณสถานมาโดยลำดับจนกระทั่งปัจจุบัน
โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ภายในเขตกำแพงเวียงกุมกาม 24แห่ง และนอกกำแพง 5แห่ง รวมเป็น 29 แห่ง แต่ละแห่งล้วนมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถสืบค้นเรื่องราวการก่อสร้างเวียง มีเพียงวัดกานโถม ที่มีหลักฐานชัดเจนกว่าแหล่งอื่น โดยมีการค้นพบร่องรอยชุมชนดั้งเดิมก่อนการก่อสร้างเวียง โดยพบพระพิมพ์ดินเผาสกุลช่างหริภุญไชยราวพุทธศตวรรษที่ 18 รวมทั้งยังพบเครื่องถ้วยจีนจากการขุดแต่งในวัดหนานช้าง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ทั้งยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญและทรงคุณค่าที่พบในเวียงกุมกาม
มาว่ากันถึงการแอ่วเวียงกุมกามยามค่ำคืน บริเวณจัดงาน มีการประดับตกแต่งไฟ ตามจุดที่เป็นโบราณสถานมีไฟส่องสว่าง ทำให้ซากปรักหักพัง ที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้เคยเป็นเมืองมาก่อน ดูสวยงามขึงขัง แต่ไฮไลท์ของงานนั้นอยู่ที่กรมศิลปากร ที่ยกทัพนักแสดงศิลปินมาแบบจัดใหญ่ จัดเต็มเพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับชมตลอด 3 คืน ได้แก่ การแสดงละครเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ชุดอนุภาพรามราชจักรี และชุดกษิรชลมณโฑ โดยมีฉากหลังเวทีเป็นภาพโบราณสถานของเวียงกุมกาม สร้างบรรยากาศและอรรถรสการรับชมการแสดงให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
นอกจากการแสดง ยังมีการตกแต่งจุดเช็คอินถ่ายภาพด้วยแสงไฟยามค่ำคืนเพียบ หรือใครหิว ก็สามารถ เยี่ยมชม “กาดกุมกาม@Love” จำหน่ายอาหารแบบเหนือๆ ไว้ให้ลิ้มลอง รวมทั้ง สินค้าทางวัฒนธรรมจากชุมชน ในราคาย่อมเยา เพราะไม่มีการเก็บค่าที่ทางจากพ่อค้าแม่ค้า
"ในประวัติศาสตร์ 700 ปีของเชียงใหม่ และล้านนา ถือว่าเวียงกุมกามเป็นนครใต้พิภพ ที่มีการค้นพบเมื่อประมาณเกือบ 30ปีที่แล้ว ก่อนหน้าค้นพบหลักฐาน เคยเชื่อกันว่าเวียงกุมกามเป็นแค่ตำนาน หรือเป็นแค่เรื่องเล่าในพงศาวดาร ว่าพระยาเม็งราย สร้างเวียงกุมกามก่อนเชียงใหม่ แต่เกิดน้ำท่วม ทำให้เปลี่ยนใจหันมาสร้างเมืองหลวงที่เชียงใหม่แทน และอาจไม่มีอยู่จริง แต่การค้นพบหลักฐานในเวลาต่อมา ยืนยันแล้วว่าเวียงกุมกามมีอยู่จริง จึงอยากเชิญชวนให้คนไทย และผู้สนใจมาเที่ยวเทศกาลเวียงกุมกามยามค่ำคืน ที่กรมศิลปากรจะจัดขึ้นทุกปี"นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
ในแง่ฟิลที่ได้สัมผัสงาน รู้สึกประทับใจอย่างมาก อย่างแรกอากาศไม่ร้อน( เพราะจัดช่วงกลางคืน) บรรยากาศแสงสี การแสดงที่สวยงาม จากยอดฝีมือศิลปินจากกรมศิลป์ฯ เนื้อหาละครสนุก และแม้จะมีกาดหรือตลาดขายของ แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศของ เป็นงานวัดเหมือนงานวัดทั่วๆไป ท่ามกลางโบราณสถาน มีความสงบเงียบแฝงอยู่ ไม่อึกทึกครึกโครมจนเกินไป แถมยังมีการแจกองค์พระพิฆเณศ ให้ผู้เข้างาน แจกกันตรงหน้าจุดประตูลงทะเบียนเลย วันละ 3,000 องค์ ใครได้ไปถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะผ่านการปลุกเศกมาแล้ว
ใครที่พลาดงานเวียงกุมกามไป ยังมีโบราณสถานอื่นๆที่กรมศิลปากรเตรียมจัดงานเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืนไว้ให้เลือกตามความพอใจ ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จัดกิจกรรมในเดือนมีนาคม 2569 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จัดกิจกรรมในเดือนเมษายน 2569 และพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม 2569
นอกจากนั้น ยังมีโครงการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ประกอบด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 6 แห่ง ได้แก่ 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในเดือนธันวาคม 2568 (ระหว่างวันที่ 19-21 และ 26-28 ธันวาคม 2568) 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในเดือนธันวาคม 2568 (ระหว่างวันที่ 26-28 ธันวาคม 2568) 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมในเดือนมกราคม 2569 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี จัดกิจกรรมในเดือนมกราคม 2569 (ระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569)และ 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2569