ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!
งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย
นายอาร์ม-ธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล ยูทูบเบอร์ด้านไอทีชื่อดัง และผู้สนับสนุนตัวยงของพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่ข้อมูลสมาชิกของพรรคประชาชนเกือบ 1 แสนรายชื่อถูกแฮ็ก และเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพนำไปใช้งานต่อ
นายอาร์มได้แชร์ภาพแถลงการณ์ของพรรคประชาชนที่ระบุว่า ข้อมูลสมาชิกที่หลุดไปประกอบด้วย
ชื่อ นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์, ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail), URL ของภาพบัตรประจำตัวประชาชน, URL ของภาพถ่ายคู่กับบัตรประจำตัวประชาชน, URLของภาพเอกสารส่วนบุคคลอื่นกรณีที่เจ้าของข้อมูลนำส่งต่อพรรคประชาชน
โดยนายอาร์มได้แสดงความคิดเห็นต่อแถลงการณ์นี้ว่า "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย"
หลังจากนั้นเมื่อมีแถลงการณ์อีกฉบับที่ออกมาเตือนสมาชิกของพรรคประชาชน นายอาร์มก็ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อแถลงการณ์ดังกล่าว ไว้ดังนี้
"เขียนยาวมาก แต่ไม่ได้ความว่า url ที่หลุดไปใช้เข้าถึงรูปที่เราถ่ายคู่กับบัตรได้มั้ย มีข้อมูลสมาชิกกี่ record มีการเข้าถึงข้อมูลกี่ record แนวทางการเยียวยา PDPA ปรับเท่าไร คนในพรรคประชาชน (ผม) ขอรายละเอียดละเอียดด้วยครับ"
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษ หรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวด เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือเหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้, มีมาตรการป้องกันข้อมูลที่ได้มาตรฐานหรือไม่ และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
การบอกว่า “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี” ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอน
ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และความเชื่อมั่นของประชาชนก็ไม่ควรถูกนำมาเสี่ยง
สังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ มากกว่าคำอธิบายเพียงสั้นๆ ของหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรให้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.